xs
xsm
sm
md
lg

ทุ่มงบ 300 ล. เร่งบูม “สามย่านมิตรทาวน์” เผยชื่อร้านแรกในไทย-โฉมใหม่แบรนด์ดัง

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ผู้จัดการรายวัน360- ได้ฤกษ์เปิดแล้ววันนี้ "สามย่านมิตรทาวน์ รับเป็นค้าปลีกแห่งแรกของบริษัท ทุ่มงบตลาด 300 ล้านบาทจัดเต็มอีเวนต์ เผยโฉมแบรนด์ใหม่เปิดสาขาแรกในไทย และเปิดร้านคอนเซ็ปท์ใหม่ที่แรกจากแบรนด์เดิม

นายธนพล ศิริธนชัย ประธานอำนวยการ บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า โครงการสามย่านมิตรทาวน์ ซึ่งเป็นรูปแบบมิกซ์ยูสประกอบด้วย ค้าปลีก โรงแรม สำนักงาน ที่อยู่อาศัย และเป็นค้าปลีกโครงการแรกของบริษัทตั้งอยู่ที่สามย่านพระราม4 มีมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 9,000 ล้านบาท ได้เปิดบริการเป็นทางการแล้วในวันนี้ ( 20 กันยายน 2562 )

"ถือเป็นความท้าทายสำหรับเรามากในการทำค้าปลีกโครงการแรก ท้าทายตรงที่เราจะดึงคนเข้าศูนย์ฯได้อย่างไรและจะสร้างความแตกต่างจากผู้ประกอบการรายอื่นได้อย่างไร เนื่องจากในอนาคตถนนพระราม4จะมีโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่เกิดขึ้นอีกจำนวนมาก ต้องทำให้เกิดการแข่งขันที่รุนแรงแน่นอน เราจึงตองพร้อมโดยเราตั้งเป้าหมายที่จะมีผู้เข้าศูนย์หมุนเวียนประมาณ 25,000 คนต่อวัน โดยเฉพาะมีโซนที่เปิด24 ชั่วโมง คาดว่าจะมีผู้ใช้บริการ 5,000 คนต่อวัน และจะมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 400 บาทต่อคนต่อวัน โดยวางงบการตลาดช่วงแรกนี้ 300 ล้านบาท " นายธนพล กล่าว



โดยบริษัทฯจะชูจุดเด่นให้สามย่านมิตรทาวน์เป็นคลังแห่งการเรียนรู้และศูนย์รวมอาหาร เพื่อตอบไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ และคาดว่าหลังจากที่เปิดบริการสมบูรณ์แบบแล้วจะสามารถถึงจุดคุ้มทุนได้ภายในระยะเวลา 8 ปี ส่วนปีแรกนี้(2562)จะสามารถรับรู้รายได้จากธุรกิจให้เช่าประมาณ 700-800 ล้านบาท

โครงการสามย่านมิตรทาวน์นี้ตั้งอยู่บนถนนพระราม4ใกล้วัดหัวลำโพงและจามจุรีสแควร์ พื้นที่ของโครงการมีทั้งหมด 222,000 ตารางเมตร ประกอบด้วย 1.โซนที่พักอาศัยคอนโดมิเนียม สูง 33 ชั้น ชื่อ“ทริปเปิ้ล วาย เรสซิเด้นซ์” ขนาด 34 ตารางเมตร ราคา 140,000 บาท/ตารางเมตร หรือราคาตั้งแต่ 4.7-5.3 ล้านบาท จากที่เปิดขายครั้งแรกราคา 130,000 บาท/ตารางเมตร จำนวน 516 ยูนิต ปัจจุบันมียอดขายแล้วกว่า 60%
2. โซนโรงแรม ชื่อ “ทริปเปิ้ล วาย โฮเทล” มีจำนวน 104 ห้องพัก ราคาตั้งแต่ 2,500-3,000 บาท/คืน

3.โซนอาคารสำนักงาน ชื่อ “มิตรทาวน์ ออฟฟิศ ทาวเวอร์” สูง 31 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 48,000 ตารางเมตร ปัจจุบันมีผู้เช่าแล้วประมาณกว่า 60%

4.โซนรีเทล “ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์” สูง 6 ชั้น มีพื้นที่เช่า 33,000 ตารางเมตร (เป็นพื้นที่ร้านค้าที่เปิดบริการ 24 ชั่วโมง ประมาณ 5,000 ตารางเมตร) ได้ปล่อยเช่าแล้วกว่า 90% ราคาเฉลี่ย 1,000- 1,500 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน สัญญาเช่า 3 ปี โดยคาดว่าภายในสิ้นปีนี้ร้านค้าต่างๆในส่วนพลาซ่าจะเปิดบริการได้ครบ เพราะบางแบรนด์ต้องใช้เวลาในการรออนุมัติจากต่างประเทศ



สำหรับแบรนด์ที่มีการเปิดที่ “ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์” เป็นแห่งแรก เช่น ร้านก๋วยเตี๋ยวจากไต้หวัน เม่ย เว้ย หว่าน นู้ดเดิ้ล (Mei wei wan noodle), ร้านไก่ทอด โต คิว โจ (To Kio Jo) จากเกาหลี, ร้านอาหารสไตล์จีน ดินส์ (Din's) ที่มีการสร้างสรรค์ลูกเล่นหรือกิมมิคใหม่ๆ ที่แตกต่างไปจากร้านอาหารในเครือเซ็นกรุ๊ป, ร้านเปี๊ยกเจ (Byeokje) ร้านอาหารเกาหลีประเภทปิ้งย่างที่เปิดสาขาในไทยเป็นที่แรก, ร้านกาแฟและอาหารบริการด่วน ทิม ฮอร์ตันส์ (Tim Hortons) ซึ่งเป็นร้านชื่อดังจากประเทศแคนาดา เป็นต้น

ส่วนแบรนด์ที่เปิดคอนเซ็ปต์ใหม่แห่งแรก และให้บริการ 24 ชั่วโมงเป็นสาขาต้นแบบแรกด้วย อาทิ เคเอฟซี (KFC) ส่งคอนเซ็ปต์ใหม่ '1 OF A KIND' สร้างประสบการณ์ใหม่ให้แก่ลูกค้า ทั้งการสั่งออเดอร์อาหารด้วยระบบ Self-ordering Kiosk และลูกค้าที่เข้ามารับประทานอาหารภายในร้านจะได้เห็นกระบวนการประกอบอาหารผ่าน Open Kitchen การสั่งสินค้าผ่านมือถือด้วยบริการ Click & Collect การนำระบบ AR ให้ลูกค้าใช้ค้นหาข้อมูลต่างๆ สร้างประสบการณ์ที่ดีกับผู้พันแซนเดอร์ส และการจ่ายเงินในรูปแบบ Cashless, บิ๊กซี ฟู้ด เพลส (Big C Food Place) ซูเปอร์มาร์เก็ตที่เน้นจำหน่ายอาหารสดสัดส่วน 50% อีก 50% เป็นกลุ่มสินค้าประเภทอาหารแห้ง, มูจิ ไลฟ์สไตส์ แอนด์ คาเฟ่ (Muji Lifestyle and Café) สาขาแรกในประเทศไทย ที่นำความพิเศษเพิ่มของว่าง ขนมหวาน และเครื่องดื่ม มาจำหน่าย, ชาบูชิ บุฟเฟ่ต์ (Shabushi buffet) จากโออิชิ กรุ๊ป และก๋วยเตี๋ยวเรือพระนคร ร้านดังจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เปิด 24 ชม.สาขาแรก เป็นต้น

“เรามุ่งมั่นพัฒนาโครงการสามย่านมิตรทาวน์ให้เป็นคลังแห่งอาหารและการเรียนรู้ เพื่อตอบ ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่อย่างแท้จริง ร้านค้าและบริการจากแบรนด์ดังต่างๆ เราจะไม่ทำเหมือนเดิม แต่จะมีการสร้างสรรค์คอนเซ็ปต์ใหม่เป็นแห่งแรก มาให้บริการแก่ผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายซึ่งมีพฤติกรรม การบริโภคเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างมาก จากอิทธิพลของเทคโนโลยีและโลกดิจิทัล ไม่เพียงแค่ร้านค้าของ พาร์ตเนอร์เราที่เนรมิตคอนเซ็ปต์ใหม่ เพราะโกลเด้นแลนด์เองได้มีการพัฒนาร้านสินค้าและบริการ คอนเซ็ปต์ใหม่ๆ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้โครงการด้วย เช่น ร้านมีเดียม แอนด์ มอร์ (Medium & More), เอพรอน วอร์ค (Apron Walk) ทั้งหมดจะช่วยตอกย้ำให้โครงการมิกซ์ยูสเป็นจุดหมายปลายทางของพนักงานออฟฟิศ นิสิตนักศึกษา ฟรีแลนซ์ สตาร์ทอัพ นักท่องเที่ยว ผู้พักอาศัยในคอนโดฯ โรงแรม รวมถึงคนในพื้นที่สามย่านเอง ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงให้เข้ามาเติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์ได้ที่นี่” ธนพลกล่าว






กำลังโหลดความคิดเห็น...