xs
xsm
sm
md
lg

“คมนาคม” ยุติศึกสายเลือด ทอท.เจอตอ พับแผนฮุบ “สนามบินกระบี่” เบรกโอนสมบัติชาติสู่มือนายทุน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ศึกชิง “สนามบินกระบี่” ยุติลงภายในเวลาอันรวดเร็ว ไม่ยืดเยื้อ หลังจากที่คณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.ที่มีนายประสงค์ พูนธเนศ เป็นประธาน มีมติเมื่อวันที่ 21 ส.ค. 2562 ขอรับบริหารท่าอากาศยานภูมิภาคของกรมท่าอากาศยาน (ทย.) 4 แห่ง ได้แก่ ตาก อุดรธานี บุรีรัมย์ กระบี่

การที่ ทอท.เปิดเกมชิงสนามบินกระบี่อีกครั้ง ทย.เองแทบตั้งตัวไม่ทัน เนื่องจากก่อนหน้านี้การโอนบริหารสนามบินภูมิภาคมีความชัดเจนไปแล้วตั้งแต่รัฐบาลก่อน ภายใต้นโยบายการพัฒนาสนามบินภูมิภาค และส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง โดยจะให้ ทอท.เข้าบริหารสนามบินของ ทย. 4 สนามบินได้แก่ อุดรธานี สกลนคร ตาก และชุมพร

ทอท.อกหัก... ไปแล้วรอบหนึ่ง เพราะตอนนั้นเสนอแผนขอบริหารท่าอากาศยานภูมิภาคของ ทย.ถึง 15 แห่ง แต่ได้มา 4 แห่ง และมีเพียง อุดรธานี เท่านั้นที่อยากได้

เมื่อสรุปว่าจะให้ ทอท.เข้าบริหาร 4 สนามบินภูมิภาค กระทรวงคมนาคมได้ตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อศึกษาพิจารณากรอบแนวทางวิธีการดำเนินการ เช่น ด้านทรัพยากรบุคคล แผนการรับโอนเจ้าหน้าที่ของ ทย.ไป ยัง ทอท., งบประมาณ, ทรัพย์สิน อันได้แก่ สนามบิน อาคาร เครื่องมือต่างๆ ซึ่งในส่วนของที่ดินตั้งสนามบินมีทั้งเป็นที่ดินของกรมธนารักษ์ กรมป่าไม้ กรมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กองทัพบก กองทัพอากาศ, เครื่องมือต่างๆ เช่น รถดับเพลิง จะลงบัญชีหรือส่งมอบอย่างไร, สัญญาผู้เช่าพื้นที่ หรือคู่สัญญาที่ยังไม่หมดอายุ, ใบรับรองสนามบิน เป็นต้น

เรื่องยังคาราคาซัง พอ.. เปลี่ยนรัฐบาลใหม่ ทอท.เลยอาศัยช่วงชุลมุนขอในสิ่งที่อยากได้อีกครั้ง...

ส่วน ทย.แสดงความเห็นคัดค้านการโอนสนามบินกระบี่ให้ ทอท.ทันที โดยชี้แจงว่ารายได้จากการให้บริการสนามบินทั้ง 28 แห่งในปี 2561 เป็นเงินจำนวน 852,466,789 บาท โดยรายได้หลักมาจากการดำเนินงานของท่าอากาศยานกระบี่ ซึ่งในปี 2561 เป็นเงินจำนวน 469,408,760 บาท คิดเป็น 55.05% ซึ่งนำมาอุดหนุนสนามบินที่ขาดทุนอีกหลายแห่ง ช่วยลดภาระงบประมาณได้อย่างมาก

ขณะที่ในปีงบประมาณ 2563 ทย.ขอรับงบประมาณในการก่อสร้างทางขับขนานด้วย รวมงบประมาณทั้งสิ้นในการพัฒนาท่าอากาศยานกระบี่เป็นจำนวน 6,000 กว่าล้านบาท

หาก ทอท.เอา “กระบี่” ไป สนามบินที่เหลือก็ต้องกลับมาพึ่งพางบประมาณจำนวนมาก

ผลกระทบที่เกิดขึ้นนี้..ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ

@ทอท.เอาทรัพย์สินที่ลงทุนจากเงินภาษี...ไปหาผลประโยชน์ให้ผู้ถือหุ้น! แบบนี้ได้หรือ?

บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อย่าง ทอท.มีหน้าที่ดูแลผลประโยชน์ผู้ถือหุ้น ต้องแสวงหารายได้และกำไรคืนผู้ถือหุ้น แต่การขอสนามบินที่รัฐใช้เงินภาษีประชาชนลงทุนก่อสร้างไปหาประโยชน์และจ่ายคืนให้ผู้ถือหุ้น ...จะตรงกับเจตนารมณฺของตลาดทุนหรือไม่ และจะตอบสังคม ประชาชนกันอย่างไร

ย้อนรอยประวัติศาสตร์ สนามบินที่ ทอท.ได้รับโอนจากกรมการบินพาณิชย์ไปแล้ว 4 แห่ง คือ ปี 2531 รับโอนสนามบินเชียงใหม่, สนามบินหาดใหญ่ และสนามบินภูเก็ต และปี 2541 รับโอนสนามบินเชียงราย ซึ่งสนามบินทุกแห่งใช้งบประมาณจากภาษีประชาชนลงทุนทั้งสิ้น แต่! ทอท.นำไปหาประโยชน์ให้ผู้ถือหุ้น และแทบไม่ได้มีการลงทุนเพิ่มเลย

วันที่โอน ทอท.ยังเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ 100% แต่ต้องไม่ลืมว่า วันนี้กระทรวงการคลังถือหุ้นทอท.เหลือ 70% อีก 30% เป็นเอกชนซึ่งมีทั้งไทยและต่างชาติ สถานภาพของ ทอท.จึงไม่เหมือนเดิมแล้ว

อีกทั้งยังพบว่าการโอนสนามบินของราชการไปให้ ทอท. ซึ่งเป็นบริษัทมหาชน จะทำให้ประชาชนและประเทศเสียประโยชน์อย่างมาก กล่าวคือ

ประชาชนต้องจ่ายค่าใช้บริการสนามบินแพงขึ้น เนื่องจากทุกๆ เที่ยวบินผู้โดยสารต้องจ่ายค่าธรรมเนียมการใช้สนามบิน (PSC) เพิ่ม ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับ ทย. จัดเก็บ PSC ผู้โดยสารเส้นทางในประเทศ 50 บาท ระหว่างประเทศ 400 บาท ขณะที่ ทอท.จัดเก็บ 100 บาท / 700 บาท ตามลำดับ

สนามบินภูมิภาคควรเป็นของประชาชน เพื่อประชาชนจะได้มีส่วนร่วม แต่หากไปอยู่ในมือ ทอท.ผู้ประกอบการท้องถิ่นได้รับผลกระทบแน่นอน เพราะรูปแบบ ทอท.บริหารโดยเปิดสัมปทานให้เอกชนรายหนึ่งเข้ามาคุมหัวคิว รายย่อย เป็นระบบเหมารวมพื้นที่ ให้ค่าสัมปทานสูง ดังนั้นจะต้องเก็บค่าเช่าพื้นที่แพง ผู้ประกอบการรายเล็กเข้าไม่ถึง ที่สุดต้องตั้งราคาสินค้าสูงเพื่อให้คุ้มกับค่าใช้จ่าย จึงไม่แปลกที่ราคาสินค้าและอาหารในสนามบินที่เป็นของ ทอท.จึงแพง!

ส่วน ทย.นั้นบริหารสนามบิน โดยให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นมีส่วนร่วม เก็บค่าเช่าในอัตราที่เหมาะสมเป็นธรรม นโยบายการบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์ของ ทย.ใช้หลักเปิดประมูล 70% โดยเงื่อนไขหลัก ราคาขายต้องเท่ากับในเมือง ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ดังแค่ไหน “กาแฟในปั๊ม กับสนามบิน จ่ายราคาเดียวกัน”

นโยบาย “นายกฯ ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ที่..จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ก็ไม่เป็นจริง

@ทอท.มีศักยภาพ&แข็งแกร่ง แต่ทำไมไม่เคยออกไปแข่งระดับโลก?

ในความเป็นจริง ทอท.มีศักยภาพในการลงทุน เพราะเป็นผู้บริหารสนามบินหลักของประเทศ และมีมาตรฐานระดับโลก แต่ ทอท.ยังไม่เคยแสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่แท้จริง เพราะบริหารแต่สนามบินที่ผูกขาดเท่านั้น ไม่เคยออกไปแข่งขันเพื่อบริหารสนามบินนอกประเทศ

ขณะที่ประชาชนในโซเชียลไม่เห็นด้วยที่ ทอท.จะมาชุบมือเปิบ... เอาสนามบินที่ดีที่สุด มีกำไรมากที่สุดของรัฐไปหาประโยชน์ ...ที่สำคัญ ทอท.ควรพัฒนาสนามบิน 6 แห่งของตัวเองให้ดีก่อน จะดีกว่ามั้ย? เพราะทุกวันนี้สนามบินสุวรรณภูมิแออัดถึงขีดสุด ส่วนดอนเมืองนอกจากผู้โดยสารหนาแน่นอย่างหนักแล้ว ยังมีสภาพโทรมสุดๆ อีกด้วย

ที่ผ่านมาสนามบินภูเก็ตมีปัญหาแออัด เที่ยวบินและผู้โดยสารหนาแน่นเกินขีดความสามารถจะรองรับ ทอท.ต้องปฏิเสธหลายสายการบินที่ต้องการทำการบินไปยังภูเก็ต ขณะที่หากใช้ยุทธศาสตร์การบริหารสนามบินร่วม ทอท.ส่งสายการบินมาลงที่สนามบินกระบี่ Slot ที่ยังว่าง แบบสนามบินพี่...สนามบินน้องได้ รายได้เข้าประเทศเหมือนกัน ...แต่ไม่ทำ

ด้าน ทย.ยืนยันว่าสนามบินภูมิภาคทุกแห่งมีมาตรฐาน on standard เพียงแต่สนามบิน ทย.อาจจะเล็ก อยู่ในระดับเกรด A บริการปานกลาง เรียกเก็บค่าบริการไม่สูงมากนักเพราะเป็นสนามบินของประชาชน การบริหารจัดการที่ทำให้คนไทยสามารถจะเข้าถึงบริการการเดินทางทางอากาศได้สะดวก

ส่วนสนามบินของ ทอท.ใหญ่ อยู่เกรด AA ของดี... เรียกเก็บค่าบริการแพง ส่งผลให้ผลการดำเนินงานของ ทอท.มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ปี 2559 (ต.ค. 58-ก.ย. 59) มีรายได้รวม 52,789 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.99% มีกำไรสุทธิ 19,571.46 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.50% โดยมีรายได้ที่เกี่ยวกับกิจการการบิน (Aero) อยู่ที่ 29,187.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.15% รายได้ที่ไม่เกี่ยวกับกิจการการบิน (Non aero) อยู่ที่ 21,774.28 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.34%

ปี 2560 (ต.ค. 59-ก.ย. 60) มีรายได้รวม 56,744.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.88% มีกำไรสุทธิ 20,683.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.07% โดยมีรายได้ที่เกี่ยวกับกิจการการบิน (Aero) จำนวน 30,825.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.61% รายได้ที่ไม่เกี่ยวกับกิจการการบิน (Non Aero) อยู่ที่ 24,075.75 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 10.57%

ปี 2561 (ต.ค. 60-ก.ย. 61) มีรายได้รวม 62,135.93 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 25,170.76 ล้านบาท มีรายได้ที่เกี่ยวกับกิจการการบิน (Aero) จำนวน 3.39 หมื่นล้านบาท รายได้ที่ไม่เกี่ยวกับกิจการการบิน (Non Aero) 2.65 หมื่นล้านบาท

@แผนพัฒนาระยะ 20 ปี ยกระดับสนามบินภูมิภาคทั่วประเทศ

ส่วนสนามบินภูมิภาค 28 แห่งมีการเติบโตตามความต้องการเดินทาง โดยเฉพาะสายการบินต้นทุนต่ำที่เพิ่มขึ้น ซึ่ง ทย.ได้กำหนดเป้าหมายพัฒนาสนามบินทั้ง 28 แห่งเพื่อรองรับผู้โดยสารรวมที่ 58 ล้านคนต่อปี จากปัจจุบันมีกว่า 30 ล้านคน โดยประเมินจากอัตราเติบโตเฉลี่ยที่ 6.6% ต่อปี นอกจากนี้จะต้องยกระดับสนามบินภูมิภาค หรือสนามบินเมืองรอง ให้เป็นสนามบินนานาชาติอีกด้วย

จึงกำหนดแผนระยะ 20 ปี (2561-2570) ในการพัฒนาสนามบิน 28 แห่ง วงเงินประมาณ 34,507 ล้านบาท ซึ่งจะเพิ่มศักยภาพในการรองรับเครื่องบินขนาดใหญ่ขึ้นและผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น

แบ่งเป็น ปี 2561-2565 ปรับปรุงท่าอากาศยาน 17 โครงการก่อสร้างใหม่ 1 ท่าอากาศยาน วงเงินลงทุน 27,248 ล้านบาท ปี 2566-2570 ปรับปรุงท่าอากาศยาน 8 โครงการ วงเงินลงทุน 7,259 ล้านบาท ส่วน ปี 2571-2580 กรมท่าอากาศยานอยู่ระหว่างกำลังดำเนินการศึกษาข้อมูลเพื่อพัฒนาพื้นที่ต่อไป

ทั้งนี้ นอกจากจะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการอำนวยความสะดวกภายในท่าอากาศยานแล้ว กรมท่าอากาศยานยังให้ความสำคัญต่อชุมชน โดยมีการจัดสรรพื้นที่เช่าภายในท่าอากาศยาน ให้สินค้าท้องถิ่นหรือวิสาหกิจชุมชนสามารถใช้พื้นที่ได้ถึง 30% ของพื้นที่เช่าทั้งหมด

นอกจากนี้ ยังยกระดับสู่การเป็นสนามบินศุลกากร โดยติดตั้งระบบ C.I.Q. (Customers Immigration Quarantine) เพื่อให้ผู้ใช้บริการทั้งชาวไทยและต่างชาติที่ต้องผ่านการเดินทางหลายสนามบินสามารถเช็กอินสัมภาระและสินค้าต่างๆ จากต้นทางสู่ปลายทางเพียงครั้งเดียวได้เลย และยังมีการเปิดพื้นที่ท่าอากาศยานให้เป็นฐานฝึกให้โรงเรียนการบิน เพื่อผลิตบุคลากรทางการบินที่มีศักยภาพ และเพียงพอตามมาตรฐานขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือ ICAO เพื่อให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาคในอนาคตด้วย

@ “ศักดิ์สยาม-ถาวร” หย่าศึก ทุกฝ่ายพอใจ...ประชาชนได้ประโยชน์

ข้อสรุปให้ ทอท.เข้าร่วมบริหารสนามบิน 3 แห่ง คือ อุดรธานี, บุรีรัมย์, ตาก ในรูปแบบ Management contract หรือการบริหารตามสัญญา เรียกว่า ทย.จะจ้าง ทอท.บริหาร โดย ทอท.ไม่ต้องออกแรงประมูลแข่งกับใคร

ส่วนสนามบินกระบี่ ทย.ยังคงบริหารจัดการต่อไป โดย ทย.จะต้องทำแผนการพัฒนาเพื่อเพิ่มศักยภาพให้สายการบินสามารถเปิดเที่ยวบินระหว่างประเทศโดยตรงได้ เพื่อลดความแออัดของสนามบินภูเก็ต ...ทอท.เองก็ได้ยอมรับข้อเสนอนี้

หลังจากนี้ ก็เป็นเรื่องของการกำหนดเงื่อนไข การทำสัญญาจ้าง ทอท.บริหาร 3 สนามบิน โดย ทย.ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐยังคงเป็นเจ้าของทรัพย์สิน ไม่ยุ่งยากเหมือนเดิมที่จะให้โอน

ทย.มีหน้าที่กำกับสัญญาที่กำหนดกติกา เงื่อนไขสัญญาจ้างที่รัฐไม่เสียประโยชน์ และประชาชนผู้ใช้บริการได้ประโยชน์ กำหนด Level of Service มีตัวชี้วัด โดยไม่ทิ้งหลักการค่าบริการที่ไม่สูงเกินไป และให้ท้องถิ่น&ชุมชนยังคงมีส่วนร่วม “กำหนดสัญญาที่เป็นธรรม กำหนดส่วนแบ่งเป็นธรรม” ...เจอกันครึ่งทาง ผลประโยชน์แบบ “วิน-วิน” ทุกฝ่าย

ว่ากันว่า ส่วนหนึ่งที่ทำให้เกมชิงสนามบินกระบี่ของ ทอท.จบเร็วและง่ายเช่นนี้ อาจเป็นเพราะการที่ “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” รมว.คมนาคม ได้รับคำสั่งจาก นายกฯ ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ไปแก้ปัญหาคอขวด ความแออัดในการให้บริการที่สนามบินดอนเมืองและสุวรรณภูมิ ...พอได้เห็น ได้ฟัง... อาจ! จะกระตุกต่อม ...เห็นข้อเท็จจริงกันบ้างไม่มากก็น้อย ว่าจริงๆ แล้ว ทอท.มีฝีมือแค่ไหน...“เก่งไม่กลัว...กลัวไม่เก่งจริง”

ส่วน “ถาวร เสนเนียม” รมช.คมนาคม ในฐานะกำกับดูแล ทย. หากไม่เร่งเคลียร์ปัญหา... คมนาคมจะมีเกาเหลา... ชามโต ไม่ใช่แค่หน่วยงาน แต่ 2 รมต.จาก 2 พรรคร่วมรัฐบาลก็จะมองหน้ากันไม่ติดไปด้วย!!!


นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม
นายถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคม


กำลังโหลดความคิดเห็น...