xs
xsm
sm
md
lg

ปตท.ซื้อเหมืองถ่านหินใหม่ที่อินโดฯ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ปตท.เตรียมความพร้อมธุรกิจถ่านหิน หลัง SAR ซื้อเหมืองถ่านหินใหม่ในอินโดนีเซีย ยันทำได้ไม่ขัดนโยบายห้ามลงทุนในอินโดฯ เพราะไม่ได้ใช้เงินบริษัทแม่ และยังไม่สรุปแผนนำ SAR เข้าตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซีย

นายวิรัตน์ เอื้อนฤมิต ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นต้นและก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) (PTT) เปิดเผยว่า ขณะนี้ ปตท.อยู่ระหว่างการพิจารณาและเตรียมความพร้อมธุรกิจถ่านหินในทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการขยายการลงทุน การนำบริษัทเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซีย การมีพันธมิตรร่วมทุน หรือแม้แต่การขายธุรกิจออกไป ซึ่งยังไม่ได้มีข้อสรุปจะเลือกแนวทางใด

ทั้งนี้ บริษัทได้มีการเจรจากับบริษัทที่มีเหมืองถ่านหินขนาดไม่ใหญ่อยู่ในอินโดนีเซีย โดยตัดสินใจเข้าไปซื้อกิจการเหมืองถ่านหินดังกล่าวที่มีปริมาณสำรองถ่านหินอยู่ราว 10 กว่าล้านตัน ซึ่งจะช่วยให้เหมืองถ่านหินของ ปตท.มีปริมาณสำรองเพิ่มขึ้นจากเดิมที่อายุเหมืองถ่านหินผลิตได้ไม่เกิน 10 ปี และยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจด้วย

นายวิรัตน์กล่าวว่า การตัดสินใจลงทุนซื้อเหมืองถ่านหินในอินโดนีเซียใหม่นั้นไม่ขัดกับนโยบาย ปตท.ที่ยังชะลอการลงทุนใหม่ในอินโดนีเซีย หลังจากมีคดีความฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจาก ปตท.และบริษัทลูกของบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ.ในกรณีที่เกิดน้ำมันรั่วไหลลงทะเลติมอร์จากแหล่งมอนทารา เมื่อปี 2552 แม้ว่าทางอินโดนีเซียจะมีการถอนฟ้องคดีดังกล่าวแล้วก็ตาม เนื่องจากบริษัท Sakari Resources Limited (SAR) ที่ ปตท.ถือหุ้นใหญ่เป็นผู้ลงทุนโดยอาศัยแหล่งเงินของตนเอง ไม่ได้ใช้เงินจากบริษัทแม่ คือ ปตท.แต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม เหมืองถ่านหินที่เข้าไปซื้อนั้นเดิมเคยมีการผลิต หลังจากนี้บริษัทจะเข้าไปฟื้นฟูเหมืองดังกล่าว ทำให้ปีหน้าธุรกิจถ่านหินของ ปตท.จะมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันผลิตอยู่ 8-9 ล้านตัน/ปี นอกจากนี้ บริษัทก็จะมองหาโอกาสทยอยซื้อเหมืองถ่านหินใหม่เพิ่มเติมเพื่อให้ธุรกิจถ่านหินเดินหน้าต่อไป

เดิม ปตท.มีแผนนำธุรกิจถ่านหินในอินโดนีเซียเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซียนั้น แต่ไม่มีความชัดเจนเรื่องของระยะเวลา เพราะต้องศึกษารายละเอียด และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจ เพื่อสร้างการเติบโตทำให้เป็นหุ้นที่น่าสนใจ แต่เมื่อทิศทางราคาถ่านหินปรับตัวลดลงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้ต้องประคับประคองธุรกิจทั้งลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพเพื่อสร้างกำไรแม้ว่าจะไม่มากก็ตาม

ปัจจุบัน ปตท.ถือหุ้น 94.56% ในบริษัท Sakari Resources Limited (SAR) ซึ่งทำธุรกิจเหมืองถ่านหิน Sebuku และ Jembayan ในอินโดนีเซียที่มีการผลิตแล้ว และยังถือหุ้น 35% ในโครงการที่บรูไน ซึ่งได้รับสิทธิในการดำเนินการศึกษาแหล่งถ่านหิน และถือหุ้น 80% ในโครงการสำรวจแหล่งถ่านหินในมาดากัสการ์ด้วย


กำลังโหลดความคิดเห็น...