xs
xsm
sm
md
lg

“อธิรัฐ” เร่งตอกเข็มผุด “สมาร์ทคอมมูนิตี” ปิดตำนาน “สลัมคลองเตย”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“อธิรัฐ” สั่ง กทท.เร่งตอกเข็มสมาร์ทคอมมูนิตี ยกระดับชุมชนคลองเตยภายในปลายปี 63 ชี้ประชาชนรอคอย ต้องเปลี่ยน “สลัมคลองเตย” ยกระดับเป็น คลองเตยคอมมูนิตี หรือคลองเตยวิลเลจ

นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ว่า ได้สั่งเร่งรัดโครงการสมาร์ทคอมมูนิตีให้เริ่มก่อสร้างเร็วขึ้นในปลายปี 2563 จากแผนเดิมจะเริ่มก่อสร้างปี 2564 เนื่องจากเป็นโครงการที่เปิดตัวไปแล้วแต่ยังไม่คืบหน้า โดย กทท.อยู่ระหว่างการทำความเข้าใจประชาชนในพื้นที่แล้ว ได้ขีดเส้นตายว่าภายในปลายปี 2563 คำว่าสลัมคลองเตยจะหมดไป และเปลี่ยนเป็น คลองเตยคอมมูนิตี หรือคลองเตยวิลเลจเท่านั้น

“ได้บอก ผอ.กทท.แล้วว่าต้องลงเสาเข็มต้นแรกโครงการภายในปลายปี 2563 ส่วนแผนการย้ายชุมชนให้ทำควบคู่ตามหลักเกณฑ์ที่มีไปเลย เพราะประชาชนรอคอย”

ผู้สื่อข่าวถามถึงการปรับเปลี่ยนคณะกรรมการ (บอร์ด) กทท.ชุดใหม่ นายอธิรัฐกล่าวสั้นๆ ว่า ขณะนี้ยังไม่ถึงเวลา ซึ่งบอร์ดชุดเดิมยังทำงานอยู่ และไม่มีผลกระทบอะไร

นอกจากนี้ ได้เร่งรัดการพัฒนาท่าเรือระนอง ซึ่งเป็นนโยบายรัฐบาล เพื่อเพิ่มการรองรับสินค้า โดยการก่อสร้างแล้วเสร็จปี 2565 ซึ่งจากนี้จะเร่งหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อบูรณาการระบบขนส่งทางรางเข้ามาเสริมการขนส่งสินค้าจากเรือกับรถไฟ

เรือโท กมลศักดิ์ พรหมประยูร ผู้อำนวยการ กทท.กล่าวว่า โครงการสมาร์ทคอมมูนิตีมีพื้นที่ 58 ไร่ ก่อสร้างอาคารสูง 25 ชั้น 4 อาคาร อาคารละ 1,536 ยูนิต รวม 6,144 ยูนิต วงเงินลงทุนรวมประมาณ 8,000 ล้านบาท แผนระยะ 10 ปี โดยในเฟสแรก กทท.จะลงทุนเองประมาณ 1,000 ล้านบาท โดยเป็นการก่อสร้าง อาคารที่พักและพื้นที่เชิงพาณิชย์ที่ให้ค้าขายได้

ขณะนี้อยู่ระหว่างสำรวจความต้องการของชุมชน ซึ่งหลักเกณฑ์มีเงื่อนไข ต้องอยู่ใน 26 ชุมชนของท่าเรือ ราว 12,000 ครัวเรือน และใต้ทางด่วน 5 ชุมชน ประมาณ 500 ครัวเรือน ซึ่งข้อมูลเบื้องต้นพบว่ามี 50% ต้องการอาศัยในอาคารสูง อีก 30% ต้องการรับเป็นที่ดินย่านหนองจอก และ 20% รับเป็นทุนเพื่อกลับภูมิลำเนา

สำหรับการพัฒนาท่าเรือระนองนั้น ครม.มีมติวันที่ 12 ม.ค. 2562 อนุมัติลงทุนวงเงิน 5,471 ล้านบาทเพื่อก่อสร้างท่าเทียบเรือที่ 3 พร้อมลานวางตู้สินค้า เพิ่มขีดสามารถรองรับจาก 7.8 หมื่นทีอียู/ปี เป็น 5-6 แสนทีอียู/ปี โดยจะก่อสร้างในปี 2563 แล้วเสร็จปี 2565 และต้องวางแผนในการเชื่อมโยงกับรถไฟทางคู่ เส้นทาง ชุมพร-หลังสวนด้วย


กำลังโหลดความคิดเห็น...