xs
xsm
sm
md
lg

“เดโมเพาเวอร์” ขยายช่องทาง-ลูกค้า รับตลาดสาธิตสินค้ายังรุ่ง-ไม่หวั่นออนไลน์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ผู้จัดการรายวัน 360 - “เดโมเพาเวอร์” มั่นใจตลาดพนักงานบริการเดโมยังรุ่งเรือง แม้ช่องทางออนไลน์จะรุกคืบ ผุดสาขาย่อยอบรมพนักงานอีกแห่งที่ชลบุรี มีพนักงานกว่า 1,200 คนพร้อมบริการ ขยายพื้นที่สาธิตเข้าย่านรถไฟฟ้า ออฟฟิศ เพิ่มไลน์สินค้าลูกค้า

นายเดิร์ก ยัน เหร์มัน อาร์ทส ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดโม เพาเวอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ในเครือโอเอ็มจี ผู้ให้บริการฝึกอบรม สาธิตสินค้าให้แก่พนักงาน เปิดเผยว่า ในปีหน้า (2563) มีแผนที่จะลงทุนและเปิดสถาบันฝึกอบรมพนักงานในจังหวัดชลบุรีเพิ่มอีก 1 แห่ง จากเดิมที่มีอยู่แล้ว 3 แห่ง คือที่เชียงใหม่ ขอนแก่น และสุราษฎร์ธานี ที่ทยอยเปิดมาตั้งแต่ปี 2560 แล้ว ทั้งนี้เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจ อุตสาหกรรม และนักท่องเที่ยว ที่ต้องการบุคลกรด้านนี้จำนวนมาก

แม้ปัจจุบันช่องทางออนไลน์จะเป็นช่องทางการตลาดใหม่ที่มาแรง และแย่งตลาดการจำหน่ายสินค้าไปบ้างก็ตาม แต่ยังมั่นใจว่าการขายสินค้าผ่านช่องทางร้านค้าหรือออฟไลน์ยังคงมีความจำเป็นและยังอยู่ได้ เนื่องจากมีสินค้าอีกหลายอย่างที่ผู้บริโภคต้องสัมผัส ชิม ดมกลิ่น ก่อนตัดสินใจซื้อ และการมีพนักงานเชียร์ขายช่วยให้ตัดสินใจซื้อ ณ จุดขายทันที ไม่สามารถทำได้ผ่านออนไลน์ ดังนั้น พนักงานสาธิต เชียร์สินค้า ภายในห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เกต ยังคงเติบโตและเป็นที่ต้องการตามไปด้วย

อีกทั้งมีแผนจะขยายพื้นที่หรือช่องทางในการสาธิตสินค้าเพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคที่หลากหลายได้มากกว่าเดิมด้วยการส่งพนักงานขายออกไปตั้งบูทแนะนำสินค้าและทดหลองใช้หรือชิมในสาขาต่างๆ เพื่อให้เข้าถึงแหล่งชุมชนและลูกค้ามากกว่าในอดีต ซึ่งขณะนี้ได้ขยายพื้นที่เข้าไปในสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส รถไฟฟ้าเอ็มอาร์ที และอาคารสำนักงานต่างๆ ในรูปแบบการแจกสินค้าทดลอง การจัดอีเวนต์ และการแนะนำการใช้บริการแอปพลิเคชันต่างๆ แล้ว

การขยายช่องทางใหม่ๆ นี้ทำให้สัดส่วนช่องทางใหม่นี้มีประมาณ 20% แล้ว ขณะที่ช่องทางหลักเดิมยังคงเป็นกลุ่มรีเทล ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เกต ไฮเปอร์มาร์เกต และร้านสะดวกซื้อสมัยใหม่ รวมแล้วกว่า 2,000 จุด

นายเดิร์กกล่าวต่อว่า นอกจากการขยายพื้นที่บริการแล้ว ยังคงขยายในส่วนของลูกค้าพันธมิตรด้วย และเพิ่มไลน์สินค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้น เพื่อเป้าหมายที่จะให้ธุรกิจเติบโตปีละ 2 หลัก ประกอบด้วยแบรนด์สินค้าใหญ่ๆ เช่น เนสท์เล่, แกร็บ, ซีพี, เป๊ปซี่, ซิตี้แบงก์ เป็นต้น ซึ่งปัจจุบันสัดส่วนของลูกค้าแบ่งเป็น ธุรกิจกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม ประมาณ 80% และกลุ่มสินค้าของใช้ในบ้าน สถาบันการเงิน อื่นๆ ประมาณ 20%

“ปัจจุบันเป็นยุค Internet of Things เดโมเพาเวอร์ อคาเดมี่ก็มีการพัฒนารูปแบบการอบรมให้ทันสมัย ทันต่อเหตุการณ์อยู่ตลอดเวลา โดยสร้างหลักสูตรเฉพาะ (Special Programs) เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนไปจากเดิม ปีที่ผ่านมาสถาบันนำเอาเทคโนโลยี Cloud-Based System มาใช้ ทำให้จัดอบรมผ่านระบบ E-Learning ครอบคลุมมากถึง 60 จังหวัดทั่วประเทศไทย ช่วยให้บริษัทผลิตพนักงานสาธิตสินค้าได้มากขึ้น นอกจากนี้ ผู้ฝึกสอนสามารถใช้แท็บเล็ตและสมาร์ทโฟนในการฝึกอบรมผ่านระบบออนไลน์อะคาเดมี ซึ่งใช้งานได้ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ระบบรายงานผลออนไลน์ช่วยให้ฝ่ายควบคุมคุณภาพ (QC) และทีมผู้บริหารสามารถสังเกต ควบคุม ตรวจสอบ คุณภาพการฝึกอบรมให้มีประสิทธิภาพสูงสุด” นายเดิร์กกล่าว

ทั้งนี้ ตลอดเวลากว่า 25 ปี สถาบันฯ จัดอบรมไปแล้วกว่า 55,000 ครั้ง ครอบคลุม 300 แบรนด์ มีพนักงานเข้าอบรมมากกว่า 450,000 คน รวมไปถึงการฝึกซ้อมแบบ Role Play เพื่อเสริมสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์นั้นๆ สถาบันฯ ก็ได้เพิ่มจำนวนเวิร์กชอปออฟไลน์ให้มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีพนักงานที่พร้อมบริการสาธิต แนะนำสินค้าได้ทั่วประเทศประมาณ 1,200 คน



กำลังโหลดความคิดเห็น...