xs
xsm
sm
md
lg

‘เจ้าสัวธนินท์’ เปิดสถาบันผู้นำเครือซีพี ต้อนรับคณะอบรมจากหลักสูตร ABC ศึกษาดูงาน แลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์การพัฒนาผู้นำ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เมื่อเร็วๆ นี้ สถาบันพัฒนาผู้นำ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้มีโอกาสต้อนรับคณะผู้เข้าอบรมหลักสูตร ABC ของสถาบันพัฒนาความคิดสร้างสรรค์เชิงธุรกิจ มหาวิทยาลัยศรีปทุม นำโดยคุณสรกล อดุลยานนท์ และ คุณธนา เธียรอัจฉริยะ ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้อำนวยการสถาบันฯ พร้อมด้วยผู้เข้าอบรมของหลักสูตร รุ่น 1 และรุ่น 9 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้บริหารจากองค์กรชั้นนำของภาครัฐและเอกชน จำนวน 152 คน เข้าศึกษาและเยี่ยมชมสถาบันพัฒนาผู้นำฯ โดยมี คุณสุขวัฒน์ ด่านเสริมสุข รองประธานคณะกรรมการบริหาร ซีพีเอฟ คุณประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ คุณสิริพงศ์ อรุณรัตนา ประธานผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ ธุรกิจสัตว์บก ซีพีเอฟ คุณคริสมาส ศุภทนต์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ดร.วรรณวิรัช วิรัชนิภาวรรณ รองผู้อำนวยการ สถาบันพัฒนาผู้นำฯ ร่วมให้การต้อนรับ ณ สถาบันพัฒนาผู้นำ เครือเจริญโภคภัณฑ์ จ.นครราชสีมา




ในการนี้ คณะผู้ศึกษาดูงานยังได้มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ โดยมี คุณสรกล หรือหนุ่มเมืองจันท์ และ คุณธนา เป็นผู้ร่วมสนทนาอย่างเจาะลึกในประเด็นต่างๆ เกี่ยวกับการสร้างคน การพัฒนาผู้นำของเครือฯ รวมถึงภาพในอนาคตของซีพี ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น เป็นกันเอง ผู้เข้าอบรมให้ความสนใจและตั้งใจฟังเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ หลักสูตร ABC เป็นหลักสูตรที่เน้นแนวคิดบูรณาการความรู้ทางธุรกิจให้เข้ากับความคิดสร้างสรรค์ โดยการศึกษาดูงานครั้งนี้มีผู้บริหารจากองค์กรที่มีชื่อเสียงระดับแนวหน้าของไทย ทั้งนักธุรกิจ นักการตลาดรุ่นใหม่ เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ เช่น ผู้บริหารจาก Workpoint, Woody เกิดมาคุย, SCB, BNK 48, Airpay, รพ.กรุงเทพ และร้านอาหาร wine republic รวมถึง YouTuber ที่โด่งดัง ซึ่งการศึกษาดูงานครั้งนี้ได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมเป็นอย่างมาก เพื่อต่อยอดความคิดเสริมศักยภาพความเป็นผู้นำให้ธุรกิจเดินหน้าสู่ความสำเร็จ

นอกจากนี้ยังพบว่าภายหลังการสัมภาษณ์พิเศษประธานอาวุโส เครือซีพี ดร.ธีรศานต์ สหัสสพาศน์ ผู้เข้าร่วมการอบรม ได้ทำสรุปความรู้แนวคิดที่ได้ฟังถ่ายทอดผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ซึ่งมีการนำไปแชร์ต่อในสังคมออนไลน์เป็นจำนวนมาก โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้




เมื่อวานนี้ ได้มีโอกาสยืนอยู่ข้างหลัง 3 บุคคลที่น่านับถือ
รู้สึกว่าตัวเองโชคดี ขอบพระคุณพี่ตุ้ม Sorakon Adunyanon พี่โจ้ Thana Jo Thienachariya มากๆ ครับ
สิ่งที่สังเกตได้ บุคคลที่น่านับถือมักให้เกียรติผู้อื่นเสมอ
#สรุป คุณธนินท์ เจียรวนนท์
#ABCbySPU x #CPLI (สถาบันผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์)
22 กรกฎาคม 2562
ขอบพระคุณพี่ตุ้ม พี่โจ้ที่ให้โอกาสได้มาฟังครับ
สรุปโดย ดร.ธีรศานต์ @iczz สหัสสพาศน์ DNAbySPU.com

Jack Welch เป็นคนที่เรียนจบปิโตรเคมี ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ของโลกในยุคนั้น
ปัจจุบัน พนักงาน CP 300,000 คน
พนักงานของ CPAll มากสุดในเครือ
ทีเด็ดของ CP
“การเปลี่ยนแปลงจะกระทบกระเทือนบริษัทใหญ่ก่อน บริษัทเล็กไม่เท่าไหร่ ถ้าปรับตัวไม่ทัน สามารถล้มได้ทันที”
ยุค 1.0 ยุคทาส
ยุค 2.0 เลิกทาส เริ่มค้าน้ำมัน ล่าอาณาจักร
ยุค 3.0 หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ปลาย 3.0 มี Electronic เกิดขึ้น เริ่มเกิด Bio Technology
เมล็ดพันธุ์ สัตว์ สุขภาพ ยีน เกี่ยวพันกับ Bio Technology ทั้งสิ้น
การวิเคราะห์ยีนเริ่มได้ผลสมบูรณ์แล้ว แต่การนำมาใช้เป็นเรื่องใหญ่เรื่องใหม่ที่ต้องศึกษา
อีกหน่อยคนไม่เลี้ยงหมู เพราะคนไม่กินเนื้อหมู แต่กินเนื้อเทียมแทน (ความท้าทายใหม่)
โลกกำลังเปลี่ยน เราต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่า
วันนี้บริษัทยิ่งใหญ่ ยิ่งล้มละลายได้ง่าย ถ้าเราตามไม่ทัน เปลี่ยนไม่ทัน
Jack ma ทำมา 18 ปี รวยกว่า ใหญ่กว่า CP ซึ่งทำมา 100 ปี
เก้าอี้เศรษฐีกำลังเปลี่ยนคน
บริษัทใหญ่ ยิ่งสำเร็จง่าย ยิ่งล้มง่าย
บริษัทคนรุ่นใหม่ ใช้ประโยชน์จากความใหญ่ของเรา ทำให้เขาตัวเบา และได้เปรียบ ยกตัวอย่างเช่น เราแบกต้นทุนสาขา CPall 10,000 กว่าสาขา แต่บริษัทคนรุ่นใหม่คิดบริการที่ตอบโจทย์คน มาใช้ประโยชน์จากเรา
ยิ่งสำเร็จยิ่งอันตราย เปลี่ยนยากเพราะเชื่อว่าสิ่งที่ทำมาดีที่สุดแล้ว
เอารุ่นใหม่มาทำของใหม่ ถ้าเอารุ่นเก่ามาทำของใหม่ เราจะได้ผลแบบเก่า เพราะเขาจะใช้วิธีคิดแบบเก่า
เอาคนรุ่นใหม่มาทำใหม่ ตั้งแต่ 0 เราต้องกล้าให้เขาลองถูกลองผิด เพราะที่ผ่านมาไม่มีตัวอย่างให้เห็น เพราะมันไม่มีหนังสือ ไม่มีหลักสูตร ต้องเรียนรู้ใหม่ทั้งสิ้น
ทุกคนต้องการอำนาจเพื่อแสดงความสามารถของตัวเอง คนรุ่นใหม่ต้องการแสดงความสามารถ ที่นี่ให้โอกาสในเรื่องนี้
เก่งแล้วต้องดี
เก่งแล้วเห็นแก่ตัวก็จะไม่ใหญ่
บริษัทที่จะสำเร็จ คือต้องสร้างคนที่ทดแทนได้ในทุกเรื่อง
วิธีการให้โอกาส ดึงคนออกจากตำแหน่ง 6 เดือน มาทดลองทำโปรเจกต์ 6 เดือน 360 องศา ทุกคนที่มาที่นี่ตำแหน่งเท่ากัน สร้างการผนึกกำลัง
การทดสอบคน ให้การบ้านมากขึ้น เพื่อทดสอบความสามารถในการจัดการของเขา ถ้าคนที่มาตรงปล่อยมือจากงานเก่าเพื่อมาทำงานตรงนี้ไม่ได้ คุณยังมีความเป็นผู้นำไม่พอ
ผู้ช่วยทำเรื่องเดียว ผู้นำต้องทำหลายเรื่อง
เถ้าแก่ต้องรู้ทุกเรื่อง บัญชี การเงิน กำไร ขาดทุน การผลิต จัดซื้อ การขาย Logistic ต้องรู้จักการสร้างคน อะไรที่เกี่ยวข้องคุณต้องรู้ และที่สำคัญ คุณต้องรู้กำไรขาดทุนทุกวัน
ไม่กลัวว่าคุณทำขาดทุน แต่กลัวว่าคุณขาดทุนแล้วคุณไม่รู้
ถ้ารู้ว่าขาดทุน คุณแก้ คุณไปต่อได้ ถ้าไปต่อไม่ไหว มีขีดจำกัดในการลงทุน ทำให้คุณรู้ว่าคุณแพ้ หากได้โอกาสอีกเขาจะพยายามมากขึ้น
ทำของใหม่บอกว่าไม่มีปัญหาเป็นไปไม่ได้
ทุกครั้งที่เปลี่ยนแปลงมักจะมีปัญหา หากรู้ว่ามีปัญหา คุณแก้ยังไง อะไรที่คุณยังแก้ไม่ได้
ความสำเร็จมาจากการแก้ปัญหาให้สำเร็จ
ทำของใหม่ ไม่มีเส้นทาง ไม่มีหลักสูตรให้คุณเรียน พอคุณแก้ได้คุณจะเป็นคนเขียนหลักสูตรให้คนต่อไป
สมัยก่อนผมกินเกลือมากกว่าคุณกินข้าวอีก
ประสบการณ์รุ่นเก่ามันคนละเรื่อง สังคมใหม่ ธุรกิจใหม่ หากเราหลงว่าเราอาวุโส ประสบการณ์เก่าเอามาใช้กับเรื่องใหม่ไม่ได้แล้ว
เราต้องเริ่ม O เหมือนกัน
คนรุ่นเก่าต้องยอมรับว่าคนรุ่นใหม่เก่งกว่าคนรุ่นเก่า
เราต้องเรียนรู้จากคนรุ่นใหม่ ให้เขาไปดูของจริง
คนจีนพูดว่า “กินถึงแก่ก็เรียนถึงแก่” การเติมความรู้เราจะเสียหายอะไร
ให้ชี้แนะ อย่าชี้นำ ต้องให้คนรุ่นใหม่ลองถูกลองผิด
คนที่สำเร็จมีคนไหนที่ไม่เคยทำผิดบ้าง ทำผิดแล้วแก้ ผิดวันนี้แก้พรุ่งนี้ สิ่งที่น่ากลัวคือ ผิดแล้วไม่รู้ผิด
ถ้าผมเก่งนะ ผมคงรวยกว่านี้ไม่รู้เท่าไหร่
Jack Ma พูดเมื่อ 12 ปีที่แล้ว ผมไม่เห็นภาพเขาวันนั้นเลยนะ แต่ความสำเร็จของผม ผมเห็น ผมเห็นไก่ของผม
คนเราไม่ได้เก่งทุกเรื่อง เราต้องเอาความรู้เขามาดัดแปลง เรียนรู้จากเขา
ยิ่งไฮเทคเท่าไหร่ ยิ่งเหมาะสมกับประเทศกำลังพัฒนา เพราะทำให้เรื่องยากเป็นเรื่องง่าย
ความสำเร็จคือ เลือกทำในเรื่องที่คนฉลาดไม่อยากทำ เราต้องไปศึกษา
เราต้องฉลาดแล้วไปทำอะไรที่คนฉลาดไม่อยากทำ
อย่านึกว่าเราเก่งที่สุด
นิสัยคนฉลาด ไม่ชอบทำของยาก เราต้องหาช่องทำเรื่องยากเป็นเรื่องง่าย
แต่ไม่ใช่ว่าเราทุกคนจะทำสำเร็จได้ในทุกเรื่อง
ถ้าเราเข้าไปธุรกิจที่ไม่มีคู่ชก หากกรรมการนับถึง 10 เรายังชนะ
ความถี่ ต้นทุนต่อหน่วย เทียบกับคู่แข่ง 1 ต่อเท่าไหร่ ทั้งด้านรายได้ ต้นทุน กำไร ทำให้เรารู้ว่าต้องทำงานหนักแค่ไหน ปรับตัวอย่างไร
ถ้าเราเป็นคนมีความสามารถ เราต้องไปจับมือกับเขา จับมือกับคนที่มี Tech เรียนรู้จากเขา เอามาใช้ประโยชน์
ยุคสมัยใหม่ต้องผนึกกำลังกัน ควบรวมกัน สุดท้ายธุรกิจจะเหลือแค่เบอร์ 1-3
ยุคใหม่ ปลาเร็วจะกินปลาใหญ่
แต่ก่อนผนึกกำลังกับคนอื่น ต้องผนึกกำลังกับคนในเครือก่อน
อย่าทำอะไรเหมือนเอาก้อนหินทุบขาตัวเอง
Toyota เอา Tech ไปให้จีน แต่จีนต้องให้ตลาด
บางเรื่องเราต้องยอมแพ้ ไม่ใช่เราจะเก่งกว่าทุกเรื่อง
ถ้าความไฮเทคเกิดขึ้น เราจะได้ประโยชน์หรือเสียประโยชน์อย่างไร
ยุค 1.0 เปลี่ยนจากคนมาเครื่องจักร เกษตรกรออกมาเดินขบวน คนอาชีพเปลี่ยนจากเกษตร มาเป็นช่างซ่อมเครื่องจักร คนขับแทรกเตอร์
ถ้าความไฮเทคเกิดขึ้น อาชีพใหม่ๆ ที่เราคิดไม่ถึงจะเกิดขึ้น จะเกิดธุรกิจใหม่ๆ ของโลกเกิดขึ้น และจะทำให้เราทำงานอยู่กับบ้านกับครอบครัวมากขึ้น ในอนาคตเราทำงาน 1 ชั่วโมง ได้ผลงานเทียบกับอดีต 10 ชั่วโมง
ขนาดคนจีนมีเป็น 1,000 ล้านคน ประกาศอีก 3 ปีจะใช้หุ่นยนต์แทนคน ทำให้มหาวิทยาลัยเตรียมแผนว่าจะสร้างคนไปทางไหน
รู้ว่าจะเปลี่ยนแล้วเตรียมตัวเราได้เปรียบ
ถ้าเรายังจะใช้แรงงาน ต้องไปเริ่มศึกษาบังกลาเทศ
ทุกวันนี้อยู่ที่ไหนทำงานได้ทั้งนั้น
ถึงเราจะเก่งทุกเรื่อง แต่ทำทุกเรื่องเองไม่ได้
เราต้องสร้างคนเก่ง สร้างรุ่น 2-3 แล้วเปลี่ยนได้
คนเก่งต้องการ 3 อย่าง
1. อำนาจในการแสดง มีสิทธิ มีอำนาจทำ ไม่โดนบังคับ ไม่โดนคอนโทรล
2. ต้องการเกียรติ
3. ต้องการเงิน
ถ้าคนไหนเอาเงินมาก่อนไม่เก่งจริง
คนเก่งจริงไม่กลัวเรื่องเงิน ขอแค่มีโอกาสในการทำงาน ในการแสดงฝีมือ เงินจะมาเอง
3 อย่างนี้ต้องคู่กัน จะขาดตัวใดตัวหนึ่งไม่ได้
สมัยเริ่มต้น ผมรับมา 100 คน มาวันนี้เหลือ 2 คน
ในรุ่นที่คุณเรียนคุณนับถือใครมากที่สุด
ใช้วิธีเอาคนเก่งดึงคนเก่ง
ความรู้ของเราเก่า ต้องเอาคนใหม่มาทำงานใหม่
💙💙
ช่วงถามตอบ
เราแก่ลง 1 ปี สมองเราต้องอายุเพิ่มขึ้น 1 ปี
เรียนรู้เรื่องใหม่ แล้วต้องทำให้เกิดประโยชน์ เกิดผล
ทุกวิกฤตมีโอกาส ส่วนผม เจอวิกฤตแต่หาโอกาสไม่เจอ
ตอนเจอช่วงวิกฤต ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น เก้าอี้เราอาจต้องเปลี่ยนคนนั่ง
เราต้องไปค้นหา ค้นหางานที่เราทำ ทำให้เราเห็น
มืดที่สุดจะสว่าง
แล้วตอนสว่างขึ้นมา เราต้องรู้ว่าเราต้องทำอะไร
ตอนที่เรารุ่ง ต้องคิดเสมอว่าวิกฤตกำลังจะมา
คนเราจะบอกว่าไม่เคยป่วยเลยไม่มี
เสี่ยง 30 ได้ 70
ความเสี่ยงเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ เมื่อเสี่ยงแล้วเราล้มละลายไหม ถ้าเสี่ยงแล้วล้มละลาย 1% ผมก็ไม่เอา
การพนัน มัน 50 : 50
แต่ธุรกิจเราต้อง 70 : 30
เมื่อเจอวิกฤต ต้องมีจิตใจที่เข้มแข็ง ทำยังไงให้ตัวเรารอดก่อน อย่าเพิ่งไปคิดถึงโอกาส
ถ้ารอดแล้ว ค่อยไปคิดถึงโอกาส เพราะเวลานั้นคู่แข่งน้อยลง จังหวะนั้นธนาคารจะมาหาเราเอง เพราะเรารอด เนื้อหอม ทุกอย่างจะง่าย
เราต้องผ่านให้ได้ ไม่มีคำว่าไม่เสี่ยง
เราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในวันข้างหน้า
แต่ไม่ใช่ทุกคนจะทำได้ เราต้องเอาไข่ไปใส่ในหลายๆ ตะกร้า
(อยากแนะนำให้ดูหนังเรื่อง .....)
ถ้าลูกเราเก่งจริงเอาเงินให้เขาไปทำธุรกิจใหม่เลย
อย่าให้ลูกไปทำของเก่า จะไปบีบคนเก่าให้ออกทำไม ถ้าเขาทำได้ดีอยู่แล้ว บัวไม่ช้ำน้ำไม่ขุ่นด้วย
เราเก่งจริงใช่ไหม อย่าเก่งแค่ในประเทศ แข่งในประเทศแม้จะชนะ ก็เหนื่อยทั้งคู่
ต้องทำอะไรใหม่ๆ ที่คนอื่นทำไม่ได้ เราทำได้
เราทำของใหม่ ท้าให้คนเก่าอย่างเราไปแข่งกับของใหม่ในสนามของเขา
ดีแล้วจะวุ่น วุ่นแล้วจะดี
ทีเด็ด!! ของการมีสุขภาพที่ดี
:: เอาของกลุ้มใจไปให้คนอื่นทำ เราทำของสนุกๆ ไปทำเรื่องใหม่ๆ
คนเก่งมีค่าเกินกว่าที่จะตีราคา
จะไฮเทคแค่ไหน คนสำคัญที่สุด คนเป็นคนสร้างหุ่นยนต์อัจฉริยะ
ให้โอกาส ให้อำนาจ ทำถูกผิดไม่ว่า ทบทวน รายงานการทำงานทุกวัน
การติดตามการทำงานสำคัญ ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
ยุคนี้ทำอะไรต้องเร็ว ถ้าเราไม่ได้อยู่หน้างาน ต้องให้คนหน้างานตัดสินใจ แต่ต้องรายงานมา







กำลังโหลดความคิดเห็น...