xs
xsm
sm
md
lg

คุยกับ “ดร.กิตติณัฐ” แนวคิดสนับสนุน Smart University ของกลุ่มทรู

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


หลายคนคงเคยได้ยินถึงการก้าวเข้ามาของภาคเอกชน ในการให้ความร่วมมือกับภาคการศึกษา เพื่อขับเคลื่อนให้มหาวิทยาลัยในประเทศไทยก้าวสู่ Smart University ซึ่งหนึ่งในภาคเอกชนที่มีความเคลื่อนไหวอย่างชัดเจนก็คือ กลุ่มบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น ซึ่งเราได้มีโอกาสพูดคุยกับ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น ดร.กิตติณัฐ ทีคะวรรณ ที่ได้มาเล่าถึงที่มาและความตั้งใจที่เข้าไปมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนภาคการศึกษา ให้พร้อมรับมือยุคดิจิทัล ต้องการสร้างให้เกิด Smart University

ถาม : มีแนวคิดอย่างไรที่นำทรูบุกเข้าในมหาวิทยาลัย

ดร.กิตติณัฐ : ผมมองว่าภาคเอกชนควรมีบทบาทในภาคการศึกษาบ้าง เพราะความร่วมมือกับภาคการศึกษาจะเป็นส่วนสำคัญในการต่อยอดสร้างสิ่งใหม่ๆ ให้กับระบบ ทั้งระบบการศึกษาและระบบในภาคธุรกิจ ซึ่งภาพรวมก็จะเป็นผลดีต่อประเทศเราโดยรวม

ถาม : คนอาจมองได้ว่าภาคเอกชนเข้ามาก็เพื่อหาผลประโยชน์หรือหารายได้

ดร.กิตติณัฐ : ก็ต้องค่อยๆ สร้างความเข้าใจกัน กลุ่มบริษัททรูถือว่าเป็นกลุ่มบริษัทผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลหรืออินฟราสตรักเจอร์ของประเทศ ซึ่งการลงทุนในด้านอินฟราสตรักเจอร์ของประเทศถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ ผมคิดว่าทุกๆ ท่านคงได้ยินวิวัฒนาการกันมา เราเคยอยู่ในยุค 2G 3G 4G เรากำลังไปสู่ยุค 5G การลงทุนเหล่านี้เป็นการลงทุนมหาศาลที่ต้องใช้เม็ดเงินมหาศาล มูลค่าการลงทุนมหาศาล ซึ่งการลงทุนเหล่านี้จริงๆ ไม่ได้เป็นการลงทุนของภาคเอกชนแต่ฝ่ายเดียว แม้บริษัทจะผู้ออกเงินลงทุน แต่จริงๆ แล้วมันถือว่าเป็นต้นทุนของประเทศ การที่จะทำให้ประเทศเรามีขีดความสามารถในด้านการแข่งขันเป็นเรื่องสำคัญ เพราะต้นทุนที่สูงก็จะหมายถึงต้นทุนของสินค้าและบริการที่สูงตาม และทำให้ราคาแพงอีกด้วย ดังนั้นถ้าเราสร้างคุณค่าเพิ่มจากโครงสร้างพื้นฐานทางด้านดิจิทัล หรือองค์รวมทางด้านไอทีแบบนี้ได้ไม่มากพอ ก็จะก่อให้เกิดเป็นสินค้าราคาแพง ที่ทำให้เราไม่สามารถแข่งขันประเทศอื่นได้

ถาม : อันนี้เลยเป็นที่มาที่ทรูเข้ามหาวิทยาลัย เพื่อทำให้สิ่งที่ลงทุนไปมีค่ามากขึ้น?

ดร.กิตติณัฐ : ถูกครับ เพราะหากเรามีกลยุทธ์ในการวางแผนและการใช้ประโยชน์ในดิจิทัลอินฟราสตรักเจอร์เหล่านี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ก็จะเป็น Output สำคัญของประเทศในการแข่งขันกับนานาประเทศเช่นกัน จึงเป็นพื้นฐานที่ทำให้เกิดความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับกลุ่มทรู

ถาม : การพิจารณาเลือกความร่วมมือกับแต่ละมหาวิทยาลัยนั้น พิจารณาจากอะไรบ้าง

ดร.กิตติณัฐ : ทุกมหาวิทยาลัยมีศักยภาพมีความพร้อมมาก ผมว่าเป็นเรื่องของเวลาและโอกาส ซึ่งกลุ่มทรูเองพร้อมและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะมีส่วนร่วมกับทุกมหาวิทยาลัยในหลากหลายด้าน ที่ผ่านมาเราก็สนับสนุนมหาวิทยาลัยไปในหลายเรื่อง ทั้งการจัดตั้งโครงการทรูแล็บตามมหาวิทยาลัยต่างๆ รวมแล้ว 10 กว่ามหาวิทยาลัย ซึ่งจะเป็นพื้นที่ศูนย์กลางเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยพัฒนาและสร้างสรรค์นวัตกรรมในรูปแบบของ Open Innovation โดยทรูสนับสนุนทั้งทางด้านเทคโนโลยี อุปกรณ์เครื่องมือ และความเชี่ยวชาญของบุคลากร รวมถึงการสนับสนุนทุนวิจัยในด้านต่างๆ และล่าสุด เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ยุค 5G กลุ่มทรูก็ได้มีความร่วมมือกับหลายๆ มหาวิทยาลัยซึ่งเป็นพันธมิตรภาคการศึกษาเพื่อร่วมกันศึกษาและพัฒนาให้เกิด UseCase/ Show case 5G นอกจากนี้ยังมีการสนับสนุนเรื่องของ E-Sport ในการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัย

ถาม : นอกจากความร่วมมืออย่างทรูแล็บและ 5G หรือ E-Sport แล้ว ยังมีโอกาสที่จะร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในด้านอื่นๆ อะไรได้อีก

ดร.กิตติณัฐ : ขอยกตัวอย่างความร่วมมือล่าสุดของกลุ่มทรู ที่ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญในการสร้างศักยภาพในเรื่องของระบบการศึกษา ซึ่งความร่วมมือหลักๆ จะมีเรื่องสังคมไร้เงินสด การจัดสร้างทรูแล็บ ความร่วมมือด้านงานวิจัยและพัฒนาคุณภาพการศึกษา ให้เรียนรู้การทำงานในสภาพแวดล้อมจริงกับระบบบริษัท

ถาม : เรื่องสังคมไร้เงินสดน่าสนใจมาก แต่สงสัยว่าในมหาวิทยาลัยจะเป็นไปได้อย่างไรครับ

ดร.กิตติณัฐ : ผมคิดว่าในโลกปัจจุบันเราอยู่ในโลกของการเปลี่ยนแปลงที่ถือว่าสปีดในการเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้นทุกวัน เรามีธุรกิจต่างๆ พร้อมที่จะถูก disrupt ตลอดเวลา สังคมไร้เงินสดเป็นเรื่องหนึ่งที่ผมถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ เพราะในหลายๆ ประเทศก็เปลี่ยนแปลงไป ก้าวหน้าไปกว่าประเทศไทยอย่างชัดเจนหลาย 10 ปี ในแพลตฟอร์มของกลุ่มทรู เราก็มีอีวอลเล็ทแพลตฟอร์ม ซึ่งเราให้บริการอยู่มากกว่า 6 ประเทศ ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการอีวอลเล็ทกว่า 21 ล้านคน ในประเทศไทยมากกว่า 7 ล้านคน สังคมไร้เงินสดก็ถือว่าเป็นเทคโนโลยีที่จะ disrupt ภาคธุรกิจตัวสำคัญอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งผมคิดว่านักธุรกิจไทยและนักศึกษาโดยเฉพาะภาควิชาไอที หรือภาควิชาธุรกิจ ก็จำเป็นที่จะต้องตามให้ทัน และก็รู้ให้ถึงสิ่งที่อยู่เบื้องหลังการใช้ประโยชน์ในเรื่องของสังคมไร้เงินสด

ถาม : ประโยชน์ของสังคมไร้เงินสดคืออะไรบ้าง

ดร.กิตติณัฐ : ความสะดวกสบายแน่นอนครับ เป็นประโยชน์เบื้องต้นของสังคมไร้เงินสด Privileges Benefit ต่างๆ ประโยชน์เบื้องต้นของสังคมไร้เงินสด สังคมไร้เงินสดยังต่อยอดไปถึงธุรกิจอีคอมเมิร์ซ สังคมไร้เงินสดยังต่อยอดไปถึงการทำ credit scoring การประเมินเครดิตในระดับบุคคล ซึ่งต่อไปก็จะไปถึง transaction การประเมินในสังคมไร้เงินสด รวมไปถึง นาโนไฟแนนซ์ ไมโครไฟแนนซ์ ซึ่ง ecosystem ของสังคมไร้เงินสดเป็นเรื่องใหญ่ และเป็นเรื่องสำคัญ ผมคิดว่าในประเทศไทยเพิ่งจะอยู่ในจุดเริ่มต้น เพราะฉะนั้นเรามีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญให้นักศึกษาทุกคนได้เข้าถึงสังคมไร้เงินสด รวมทั้งผู้ประกอบการในมหาวิทยาลัย หรือรอบๆ มหาวิทยาลัยให้สามารถเข้าถึงสังคมไร้เงินสดได้ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่เราจะได้ค่อยๆ เรียนรู้กับการที่เราปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีไปด้วยกัน ซึ่งเรื่องเหล่านี้ผมถือได้ว่ากลุ่มทรูถือว่ามีแพลตฟอร์ม มีประสบการณ์ในหลายประเทศ และก็จะนำสิ่งเหล่านั้นมาสร้างสังคมไร้เงินสดให้เกิดขึ้นในมหาวิทยาลัยได้อย่างแน่นอน

ถาม : ในมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญสามารถใช้สังคมไร้เงินสดได้อย่างไรบ้าง

ดร.กิตติณัฐ : ทุกครั้งของการใช้จ่ายก็จะได้สิทธิพิเศษและประโยชน์ ทั้งจากการจ่ายค่าเทอม การซื้ออาหารในแคนทีน การขึ้นรถโดยสารต่างๆ ก็จะเข้าสู่ยุคไร้เงินสด ซึ่งจะมาพร้อมกับการต่อยอด ผมคิดว่าอาจารย์และนักศึกษาเองก็จะได้คิดไปด้วยว่า เมื่อเรามีดิจิทัลอินฟราสตรักเจอร์เหล่านี้แล้ว เราจะสร้างประโยชน์จากสิ่งเหล่านี้เพิ่มเติมได้อย่างไรอีก

ถาม : แล้วความร่วมมืออื่นๆ คืออะไร

ดร.กิตติณัฐ : อีกหนึ่งความร่วมมือที่สำคัญ คือเรื่องของการสร้างทรูแล็บขึ้นมาในมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ กลุ่มบริษัททรูให้ความสำคัญเรื่องของนวัตกรรม การสร้างนวัตกรรม เรามีหน่วยงานที่เฉพาะเรื่องของนวัตกรรม และเราก็ให้ความสำคัญอย่างมากในการพัฒนานวัตกรรม สินค้า บริการ ตลอดจนการสร้างวัฒนธรรมองค์กร ให้เป็น innovative culture กลุ่มทรูเองได้สร้างทรูดิจิทัลปาร์กขึ้นมาถือว่าเป็นคอมมูนิตีด้านเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อยู่ที่สุขุมวิท 101 พื้นที่ในเฟสแรกก็กว่า 5 หมื่นตารางเมตร ในเฟสที่สอง ก็จะมากกว่า 1 แสนตารางเมตร ก็จะมีบริษัท tech company ชั้นนำในระดับโลกเข้ามาเปิดสำนักงานอยู่ที่ทรูดิจิทัลปาร์ก ตั้งแต่ Google Amazon Huawei ก็จะมีอีกหลายๆ บริษัท รวมถึงเป็นพื้นที่ทำงานของสตาร์ทอัพ มีบริษัท We Work ซึ่งก็ถือว่าเป็น co working space ซึ่งใครเป็นสมาชิกของ We Work ก็สามารถใช้ออฟฟิศของ We Work ได้ทั่วโลกผ่านแอปพลิเคชัน สิ่งเหล่านี้ก็จะคงอยู่ที่ทรูดิจิทัลปาร์ก ภายในทรูดิจิทัลปาร์กเองก็จะร่วมกับไมโครซอฟท์ ร่วมกับทางเอปสัน ร่วมกับทางริโก้ และก็บริษัทเทคโนโลยีหลายๆ แห่งทำให้เกิดเป็น working space ที่มีดิจิทัลอินฟราสตรักเจอร์แบบครบวงจรและทันสมัยที่สุด และบริษัทที่อยู่ในทรูดิจิทัลปาร์กเองก็สามารถเข้าถึงสิทธิพิเศษของ BOI Plus one คือให้ประโยชน์มากกว่า BOI ปกติ เพื่อให้สมกับการที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทย

นอกจาก ทรูดิจิทัลปาร์ก ทรูแล็บ แล้ว กลุ่มทรูก็มีทรูอินคิวบ์ ซึ่งทรูอินคิวบ์เราถือว่าเป็น Mentor เราจะเสาะแสวงหาสตาร์ทอัพของประเทศไทย และก็ในต่างประเทศด้วย ซึ่งเราก็จะให้เงินทุนเข้าไป และเราก็จะเข้าไปร่วมทุนในการพัฒนาต่อยอดให้ผู้พัฒนานวัตกรรมเหล่านั้นประสบความสำเร็จ

ถาม : แล้วนวัตกรรมระดับนักศึกษาที่จะเกิดขึ้นจากความร่วมมือของกลุ่มทรูคืออะไรได้อีก

ดร.กิตติณัฐ : ในระดับที่เป็นนวัตกรรม ที่น้องๆ นักเรียนนักศึกษาจะเข้าถึงได้คือ ทรูแล็บ ซึ่งทรูแล็บจะเป็นคอมมูนิตีแรก เป็น touch point แรกเลยสำหรับน้องๆ นักศึกษาที่จะสร้างตัวเองให้เป็นนักพัฒนานวัตกรรม จะเอื้อให้กับใครที่อยากจะเป็นนวัตกร ใครที่อยากจะมีความคิด มีผลงานวิจัย และอยากที่จะเข้าถึง ทั้งในมุมของการเป็นที่ปรึกษาในด้านของงานวิจัยในเรื่องของการสร้างสตาร์ทอัพ หรือแม้กระทั่งเงินทุนที่จะให้เงินลงไปให้งานวิจัย หรือให้แนวความคิดที่เป็นต้นของงานวิจัย อีกอันหนึ่งในเรื่องของการคิด ที่ทางเราจะมาคิดกันต่อว่าการคิดนั้นจะเป็นความจริงได้ขนาดไหน ก็จะผ่านทรูแล็บ เพื่อที่จะได้มีกิจกรรมกันต่อไป

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของการประเมินให้น้องนักศึกษา ซึ่งกลุ่มบริษัททรูเองมีแบบประเมินภายในเพื่อค้นหาศักยภาพของแต่ละตัวบุคคล ซึ่งได้ใช้สำหรับวัดพนักงานทุกคนที่จะเข้ามาทำงานในองค์กร ทำให้รู้ได้เลยว่าศักยภาพของแต่ละคนเป็นอย่างไร ซึ่งแบบวิจัยนี้จะมีอยู่ที่ทรูแล็บ ซึ่งน้องๆ นักศึกษาที่จะเข้ามาใช้บริการทรูแล็บสามารถทำแบบประเมินได้ ก็จะรู้ตัวตนของตัวเองว่าตัวเองมีจุดแข็ง จุดอ่อนเรื่องอะไร จะได้ปรับปรุง จะได้วางแผนในเรื่องของการต่อยอด วางแผนในเรื่องของการ manage ต่างๆ ที่เราจะต้องพัฒนาเพิ่มเติมได้ สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าก็น่าจะเป็นสิ่งที่ผสมผสานอยู่ในโครงการของทรูแล็บ ที่เราต่อสะพานจากทรูดิจิทัลปาร์กมาสู่ในระดับของมหาวิทยาลัย

ถาม : ก็เรียกได้ว่าความร่วมมือครอบคลุมไปในหลายด้านจริงๆ

ดร.กิตติณัฐ : นอกจากนี้ กลุ่มทรูก็ยังมีอินฟราสตรักเจอร์อีกหลายอย่างที่พร้อมสนับสนุนมหาวิทยาลัย รวมทั้งในเรื่องของประโยชน์ต่างๆ ที่จะทำกับคณาจารย์ และนักศึกษา รวมถึงองค์ความรู้ด้วย อย่างปีที่ผ่านมาเราเป็นผู้สนับสนุนกีฬาสาธิตมหาวิทยาลัยทางด้านอีสปอร์ต จนได้บรรจุเป็นกีฬามหาวิทยาลัยในปีนี้ และทรูเองก็ยังเป็นผู้สนับสนุนหลักในระหว่างระยะเวลาจนไปถึงการแข่งขันกว่า 120 มหาวิทยาลัย ซึ่งอันนี้ก็สามารถที่จะสร้างคอมมูนิตีของอีสปอร์ตร่วมกันได้ ซึ่งในเรื่องของเกมนั้น ทางกลุ่มทรูก็ได้มีการร่วมทุนร่วมกับแคนาดาก่อตั้งบริษัท ทรูแอกซิออน อินเตอร์แอ็กทีฟ จำกัด สร้างสตูดิโอเกมระดับโลก ซึ่งเราก็ดึงบุคลากรผู้มีความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเกมจากหลากหลายมาร่วมงานกับคนไทยเพื่อพัฒนาผลงานเกมระดับโลก ผมมมองว่าทรูแล็บจะสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ขึ้นมาให้กับประเทศของเรา และเป็นเกตเวย์ที่ให้นักเรียน นักศึกษาในมหาวิทยาลัยสามารถเข้าถึงได้ รวมทั้งจะเป็น touch point แรก ที่จะเข้ามานำสิ่งเหล่านี้ไปใช้ประโยชน์ ต่อยอดจากสิ่งที่เรียนรู้ และสามารถนำไปประยุกต์ในเรื่องของการเรียนรู้ในภาคธุรกิจที่ทำกันอยู่ในปัจจุบันด้วย ซึ่งความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเหล่านี้เป็นเรื่องของการช่วยกันสร้างความรู้ ซึ่งประโยชน์ที่ได้ก็จะร่วมกันทั้งภาคมหาวิทยาลัยและภาคของเอกชน และที่สำคัญคือจะเป็นรูปแบบที่จะช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยให้ทัดเทียมประเทศอื่นได้จริง


กำลังโหลดความคิดเห็น...