xs
xsm
sm
md
lg

“คณิศ” ย้ำโครงการสนามบินอู่ตะเภาฯ ยังต้องรอศาลฯ ตัดสินขั้นสุดท้าย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


บอร์ดอีอีซีเห็นด้วยต่อความเห็นคณะอนุกรรมการพิจารณาอุทธรณ์คำสั่งทางปกครอง ที่มีมติยืนไม่รับพิจารณาข้อเสนอกล่องที่ 6/10 และกล่องที่ 9/10 ของกลุ่มกิจการค้าร่วมธนโฮลดิ้ง “คณิศ” ย้ำยังต้องรอศาลฯ ชี้ขาดเป็นสำคัญ ลั่นไม่เกี่ยวกับไฮสปีดเทรน มั่นใจลงนามตามกำหนด


นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) เผยว่า การประชุม กพอ.ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เมื่อ 1 ก.ค. โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก กพอ.รับทราบและพิจารณาเห็นด้วยต่อความเห็นของคณะอนุกรรมการพิจารณาอุทธรณ์คำสั่งทางปกครอง ที่มีมติยืนไม่รับพิจารณาข้อเสนอกล่องที่ 6/10 และกล่องที่ 9/10 ของกลุ่มกิจการค้าร่วมธนโฮลดิ้ง จำกัด ของกลุ่มซีพีและพันธมิตร เนื่องจากได้ยื่นหลังกำหนดเวลาตามเอกสารการคัดเลือกเอกชน ซึ่งผลสรุปจะเป็นอย่างไรหลังจากนี้จะต้องรอคำสั่งศาลปกครองเป็นสำคัญ


“ระหว่างนี้คณะกรรมการคัดเลือกข้อเสนอก็ยังคงดำเนินขั้นตอนต่างๆ ตามปกติ แต่จะไม่ไปยุ่งกับ 2 กล่องที่เป็นเอกสารของกลุ่มกิจการค้าร่วมธนโฮลดิ้ง จนกว่ามีคำสั่งศาลฯ ออกมา ถ้ากรณีศาลฯ พิจารณาไม่รับพิจารณาซองที่ 2 และที่ 3 ก็จะดำเนินการคัดเลือกในส่วน 2 กลุ่ม คือ กลุ่มกิจการร่วมค้าบีบีเอส (BBS Joint Venture) และกลุ่ม Grand Consortium ต่อไป แต่ถ้ารับพิจารณาซองที่ 2 และ 3 ของกลุ่มซีพี ทั้ง 2 รายจะฟ้องร้องอะไรไม่ได้อีกเพราะถือว่าสิ้นสุดแล้ว และจากนั้นก็จะมาเปิดข้อเสนอของกลุ่มกิจการค้าร่วมธนโฮลดิ้งและพิจารณาตามขั้นตอน” นายคณิศกล่าว


อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่ากรณีโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ไฮสปีดเทรน) ที่ซีพีได้รับคัดเลือกร่วมลงทุนนั้นจะเป็นไปตามกระบวนการในการรอลงนามในสัญญาร่วมทุนกับการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ในเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นคนละประเด็นว่าหากไม่สามารถประมูลโครงการสนามบินอู่ตะเภาฯ ก็จะไม่ลงนามไฮสปีดเทรนแต่อย่างใดเนื่องจาก 2 โครงการนี้ไม่เกี่ยวข้องกันเพราะไม่เช่นนั้นรัฐก็คงจะจัดให้มีการประมูลรวมเป็นโครงการเดียวไปแล้ว


“บอร์ดอีอีซีรับทราบความคืบหน้าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานหลักในอีอีซี โดยเฉพาะสนามบินอู่ตะเภาฯ ไฮสปีดเทรน และท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดระยะ 3 ช่วงที่ 1 ที่ล่าสุดคณะกรรมการอีอีซีได้รับทราบความเห็นของกรรมการ กพอ.แต่ละคนต่อร่างสัญญาร่วมลงทุน และคำชี้แจงของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ต่อร่างสัญญาร่วมลงทุนโครงการฯ และจะเสนอให้ ครม.สัปดาห์ถัดไป” นายคณิศกล่าว


นอกจากนี้ยังได้รายงานผลการทำงานของคณะกรรมการอีอีซีในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา พิจารณา 17 ครั้ง อนุมัติเรื่องสำคัญรวม 52 เรื่อง เช่น เห็นชอบแผนการพัฒนาพื้นที่อีอีซี ซึ่งมี 8 แผนงาน เห็นชอบหลักการจัดทำข้อเสนอกรอบขั้นตอนการเร่งรัดอนุมัติโครงการร่วมทุนระหว่างรัฐกับเอกชนในพื้นที่อีอีซี (PPP EEC Track) เป็นต้น