xs
xsm
sm
md
lg

“อาคม” เปิดเวทีโปรโมตรถไฟทางคู่ “บ้านไผ่-นครพนม” เชื่อมประตูการค้าระเบียง ศก.

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“อาคม” เผยรถไฟทางคู่สายบ้านไผ่-นครพนม ตอกเข็มปี 63 เสร็จปี 67 เชื่อม “ราง-รถ-อากาศ” ชูจังหวัดนครพนม ประตูการค้าและท่องเที่ยว หนุนระเบียงเศรษฐกิจกลุ่มอีสานตอนกลางและตอนบน เชื่อม 5 ประเทศ

วันที่ 21 มิ.ย. นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานเปิดการสัมมนาเพื่อสร้างการรับรู้และความเข้าใจในโครงการก่อสร้างทางรถไฟสายใหม่ สายบ้านไผ่-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร-นครพนม และปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “สิ้นสุดการรอคอย ทางรถไฟบ้านไผ่-มุกดาหาร-นครพนม ของชาวอีสาน” โดยผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชนในพื้นที่จังหวัดนครพนม จำนวนประมาณ 350 คน เข้าร่วมสัมมนาฯ
ซึ่งนายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่ากลุ่มธุรกิจบริหารทรัพย์สิน รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม นายมงคล ตันสุวรรณ กรรมการรองเลขาธิการ และเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หอการค้าไทย นายทักษ์ ศรีรัตโนภาส ผู้อำนวยการด้านโครงการร่วมทุนและการค้าระหว่างประเทศ กลุ่มมิตรผล และนายชัยพล เกิดวงศ์บัณฑิต กรรมการบริหาร บริษัท เอ็นเทคโพลีเมอร์ จำกัด และรองประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดมุกดาหาร ร่วมเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมอง หัวข้อ “บ้านไผ่-มุกดาหาร-นครพนม ทางรถไฟ 5 ประเทศ เพื่อคุณภาพชีวิต และเศรษฐกิจระดับสากล”

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม กล่าวว่า การจัดสัมมนาฯ เพื่อประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดนครพนมได้รับรู้ถึงแผนการพัฒนาเส้นรถไฟทางคู่สายใหม่ สายบ้านไผ่-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร-นครพนม ที่รัฐบาลโดยกระทรวงคมนาคมได้ดำเนินการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งขันด้านเศรษฐกิจของประเทศ สร้างความปลอดภัยในการเดินทางและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สร้างความเท่าเทียมกันในสังคมในการเข้าถึงระบบคมนาคมขนส่ง และเป็นการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่เข้ามาใช้ในการดำเนินโครงการให้มากขึ้น
โดยโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายใหม่ สายบ้านไผ่-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร-นครพนม เป็นส่วนหนึ่งในแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งของไทยระยะ 20 ปี โครงการฯ นี้ มีระยะทางประมาณ 355 กิโลเมตร ผ่าน 70 ตำบล 19 อำเภอ ของ 6 จังหวัด มีสถานีรถไฟ 18 สถานี แบ่งเป็นสถานีขนาดใหญ่ 4 สถานี (มหาสารคาม ร้อยเอ็ด มุกดาหาร และนครพนม) สถานีขนาดกลาง 5 สถานี และสถานีขนาดเล็ก 9 สถานี ป้ายหยุดรถ 12 แห่ง ย่านเก็บกองและบรรทุกตู้สินค้า 6 แห่ง ด้านความปลอดภัย ได้ออกแบบให้มีสะพานรถไฟข้ามถนน/ถนนเลียบคลอง 158 แห่ง สะพานรถยนต์ข้ามทางรถไฟ 81 แห่ง ทางลอดรถไฟ 245 แห่ง ทางบริการขนานทางรถไฟ 165 แห่ง

โดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติโครงการฯ เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2562 และในปี 2563 จะมีการออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดินและเริ่มจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน และเริ่มการก่อสร้าง คาดว่าจะแล้วเสร็จเปิดให้บริการได้ในปี 2567
โครงการฯ นี้ยังเป็นส่วนหนึ่งในโครงการเร่งรัดพัฒนารถไฟทางคู่เพื่อเชื่อมโยงระเบียงเศรษฐกิจของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลางและตอนบน สามารถเชื่อมพรมแดนได้ถึง 5 ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ (พม่า) สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และสาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อโครงการฯ แล้วเสร็จ จะช่วยให้ประชาชนเดินทางสะดวกสบายขึ้น ผู้ประกอบการขนส่งสินค้ามีทางเลือกในการขนส่งสินค้า เพิ่มรายได้ให้ประชาชนในพื้นที่ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และเป็นการเปิดประตูแห่งโอกาสทางการค้าและการท่องเที่ยวระดับโลก

สำหรับจังหวัดนครพนมมีจุดเด่นในเรื่องการท่องเที่ยวทางพุทธศาสนา การท่องเที่ยวแนวเส้นทางเลียบแม่น้ำโขง เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษขนาดใหญ่ มีท่าอากาศยานซึ่งอยู่ระหว่างการปรับปรุงขยายอาคารผู้โดยสารขาเข้าให้สามารถรองรับผู้โดยสารจากอากาศยานที่ลงจอดพร้อมกันได้ 2 ลำ ขยายห้องโถงสำหรับผู้โดยสารที่รอจัดการตั๋วโดยสาร และเพิ่มพื้นที่จอดรถผู้ใช้บริการท่าอากาศยาน เมื่อแล้วเสร็จจะรองรับผู้โดยสารได้ 1.7-2 ล้านคนต่อปี มีถนนเชื่อมโยง

ทั้งนี้ ในอนาคตอันใกล้จะมีรถไฟทางคู่ที่ประชาชนเฝ้ารอคอยมาอย่างยาวนานนับ 50 ปี มีการเขื่อมโยงการขนส่งสินค้าไปยังท่าเรือน้ำลึกที่ท่าเรือแหลมฉบังได้ ในส่วนจังหวัดนครพนมต้องเร่งวางแผนพัฒนาจังหวัดเพื่อเชื่อมโยงกับแผนงานที่รัฐบาลและกระทรวงคมนาคมได้วางไว้




กำลังโหลดความคิดเห็น...