xs
xsm
sm
md
lg

รมว.พลังงานนัดถกด่วนรับมือวิกฤตขาดน้ำมัน หลังเกิดเหตุโจมตีเรือบรรทุก 2 ลำที่อ่าวโอมาน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“ศิริ” รมว.พลังงาน นัดถกด่วนร่วมกับ ปตท. ปักธงเหลืองพร้อมวางมาตรการรับมือวิกฤตขาดแคลนน้ำมัน หลังเกิดเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน2 ลำในอ่าวโอมาน ยืนยันไทยมีสำรองน้ำมันรวมใช้ได้ 50 วันและก๊าซหุงต้มครัวเรือน (LPG) อีก 20 วัน และมีเงินกองทุนน้ำมันฯ พยุงไม่ให้ราคา 4 หมื่นล้านบาท เพื่อดูแลระดับราคาดีเซล 30 บาทต่อลิตรได้ 30 วัน แต่หากสถานการณ์เลวร้าย พร้อมยกระดับสู่ธงแดงเข้าสู่แผนปฏิบัติการทันที เชื่อว่าในระยะสั้นนี้โอกาสน้ำมันทะลุ 70 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลเป็นไปได้ยาก

นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า วันนี้ (14 มิ.ย.) ทางกระทรวงพลังงานได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งด่วน เพื่อรับมือกรณีวิกฤติน้ำมันและก๊าซหุงต้ม(LPG)ในประเทศ ที่อาจเกิดขึ้น หลังจากเกิดเหตุโจมตีเรือบรรทุกแนฟทา (วัตถุดิบสำหรับปิโตรเคมี) ที่จะไปประเทศไต้หวัน และเรือบรรทุกเมทานอลไปสิงคโปร์ในอ่าวโอมาน เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. 2562 ที่ผ่านมา โดยไทยการเตรียมความพร้อมครั้งนี้อยู่ในระดับธงสีเหลือง คือ การพร้อมที่จะปฏิบัติจริง โดยหากเกิดวิกฤติรุนแรง เช่น การเผชิญหน้าระหว่างกองทัพทหารสหรัฐฯกับกองทัพทหารของอิหร่าน กระทรวงพลังงานจะยกระดับเป็นธงสีแดง คือ นำแผนที่ซ้อมไว้ไปปฏิบัติจริงทันที

อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าไทยมีความพร้อมรองรับวิกฤติน้ำมันได้แน่นอน 50 วัน หากเกิดวิกฤติขาดแคลนน้ำมันขึ้น โดยมาจาก 3 ส่วนคือ 1.ปัจจุบันไทยมีน้ำมันดิบสำรอง อยู่ 2,958.06 ล้านลิตร คิดเป็นการสำรองใช้ได้ 24 วัน 2.มีน้ำมันดิบที่อยู่ระหว่างการขนส่ง 1,591.23 ล้านลิตร คิดเป็นสำรอง 13 วัน และ 3. มีน้ำมันสำเร็จรูปในประเทศอยู่ 1,549.53 ล้านลิตร คิดเป็นสำรองได้ 13 วัน แบ่งเป็นกลุ่มน้ำมันเบนซิน 368.11 ล้านลิตร กลุ่มดีเซล 839.95 ล้านลิตร และน้ำมันอากาศยาน 341.47 ล้านลิตร

ส่วนก๊าซหุงต้ม (LPG) นั้น ปัจจุบันไทย LPG มีปริมาณสำรองจาก 8 คลังทั่วภูมิภาคอยู่ที่ 117.89 ล้านกิโลกรัม จากความต้องการใช้สำหรับเฉพาะภาคครัวเรือน 5.90 ล้านกิโลกรัมต่อวัน เท่ากับมีสำรอง LPG สำหรับภาคครัวเรือนใช้ได้อยู่ 20 วัน

นายศิริกล่าวว่า เหตุการณ์โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันดังกล่าว ส่งผลให้ราคาน้ำมันตลาดโลกให้ปรับสูงขึ้นทันที 2 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 62 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และปัจจุบันทรงตัวอยู่ที่ 61.80 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ดังนั้นหากราคาน้ำมันดิบเปลี่ยนแปลงขึ้นทุก 5 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จะทำให้ราคาน้ำมันสำเร็จรูปในประเทศปรับขึ้น 1 บาทต่อลิตร ซึ่งขณะนี้สถานการณ์ดังกล่าวยังไม่ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงราคาน้ำมันในไทยแต่อย่างใด

ทั้งนี้ หากราคาน้ำมันปรับสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว กระทรวงพลังงานยังมีเงินจากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเกือบ 40,000 ล้านบาท ไว้ดูแลราคาไม่ให้ปรับสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเกินไปได้ โดยเงินดังกล่าวสามารถดูแลราคาน้ำมันกลุ่มเบนซินไม่ให้สูงเกินไปและรักษาระดับราคาดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตร ได้ประมาณ 30 วัน ซึ่งราคาน้ำมันน้ำมันดิบต้องอยู่ระดับไม่เกิน 70 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล

ดังนั้น ด้วยมาตรการต่างๆ ของกระทรวงพลังงาน มั่นใจว่าจะรับมือกับราคาน้ำมันดิบที่ระดับ 70-75เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลได้และเชื่อว่า โอกาสที่ราคาน้ำมันดิบในระยะสั้นจะทะลุ 70 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลเป็นไปได้น้อย หากไม่เกิดสงครามจนต้องปิดช่องแคบฮอร์มุซ

อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์รุนแรงถึงระดับปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางที่เรือขนส่งน้ำมันทั่วโลกต้องแล่นผ่าน จะมีผลต่อการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) สำหรับผลิตไฟฟ้าของไทยเช่นกันแต่ไม่มากเนื่องจากไทยนำเข้าLNG อยู่ที่ 2 ล้านตันต่อปี คิดเป็น 280 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ขณะที่ประเทศใช้อยู่ 5 พันล้านลูกบาศ์ฟุตต่อวัน หรือคิดเป็นสัดส่วนเพียง 5% ของการใช้ก๊าซฯในประเทศ แต่ที่จะกระทบมากคือ ราคานำเข้า LNG ที่จะมีผลต่อราคาค่าไฟฟ้าประเทศ ซึ่งหากเกิดผลกระทบต่อราคาดังกล่าวกระทรวงพลังงานจะหาแนวทางทางแก้ไขต่อไปเพื่อไม่ให้กระทบต่อค่าไฟฟ้าประเทศ


กำลังโหลดความคิดเห็น...