xs
xsm
sm
md
lg

“เดอะมอลล์” ชู “เอ็ม การ์ด” ลุย GLOBAL PARTNERSHIP เผยสินค้าท็อป 10 ของนักชอปไทยที่ญี่ปุ่น

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ผู้จัดการรายวัน 360 - จับตากลยุทธ์ผนึกพันธมิตรค้าปลีกระดับโลกของเดอะมอลล์ เดินหน้าไม่หยุด หวังขยายฐานลูกค้ากลุ่มเป้าหมายต่างประเทศและคนไทยในต่างประเทศ ผ่านบัตรเอ็มการ์ด ผนึกกับห้างมัตสึยะ กินซ่า ญี่ปุ่น สำเร็จ พร้อมซุ่มความร่วมมือใหม่ๆ เผยกลุ่มสินค้าที่คนไทยนิยมชอปปิ้งในญี่ปุ่น

การเติบโตของค้าปลีกไทย โดยเฉพาะในเซกเมนต์ห้างสรรพสินค้านั้น วันนี้มีการปรับเปลี่ยนและแนวทางไปมาก อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีในการชอปปิ้งออนไลน์ที่เข้ามามีบทบาทมากขึ้น ทำให้ต้องมีการปรับตัวอย่างมาก ในอีกมุมหนึ่งของกลยุทธ์การปรับตัว คือ การผนึกกำลังกับพันธมิตรต่างประเทศที่เป็นห้างสรรพสินค้าด้วยกัน เพื่อทำการขยายฐานกลุ่มเป้าหมายและการทำตลาดร่วมกัน ซึ่งจะทำให้ฐานลูกค้ากว้างมากขึ้น และยกระดับความเป็นอินเตอร์มากขึ้นด้วยเช่นกัน


นางสาววรลักษณ์ ตุลาภรณ์ กรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า เดอะมอลล์กรุ๊ปได้ทำ Cross Promotion ร่วมกับพันธมิตรทั่วโลก เพื่อสิทธิประโยชน์สูงสุดสำหรับผู้ถือบัตรเอ็มการ์ด โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่นซึ่งถือเป็นประเทศที่นักท่องเที่ยวชาวไทยให้ความนิยมเป็นอันดับต้นๆ ในการเดินทางไปชอปปิ้งและท่องเที่ยว โดยเฉพาะในช่วงเดือนเมษายนและธันวาคมของทุกปี ถือเป็นช่วงไฮซีซันที่คนไทยมักนิยมไปท่องเที่ยวญี่ปุ่นมากที่สุด ตัวเลขช่วงปี 2561 ที่ผ่านมา มีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางไปท่องเที่ยวในญี่ปุ่นกว่า 1,132,100 คน เติบโตเพิ่มขึ้นจากปี 2560 จำนวน 14.7% (ข้อมูลจากองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวญี่ปุ่น หรือJNTO)

ในมุมกลับกัน จำนวนนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นไม่น้อยที่นิยมเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย ในปี 2561 มีจำนวนนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น 1,656,100 คน เติบโตจากปี 2560 จำนวน 7% (ข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา)

บัตรเอ็มการ์ด ถือเป็นกุญแจหลักสำคัญในการทำตลาดทั้งในไทยและในต่างประเทศที่เดอะมอลล์จะขยายฐานไปอีกในอนาคต


ปัจจุบันห้างสรรพสินค้าในกลุ่มเดอะมอลล์ กรุ๊ป มีฐานสมาชิกลูกค้าผู้ถือ บัตรสมาชิก M CARD จำนวนมากกว่า 4 ล้านคน โดยร่วมมือกับ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท วีซ่า อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวโครงการความร่วมมือ “SCB M VISA” ผสานดิจิทัลแบงกิ้ง และไลฟ์สไตล์ชอปปิ้งเข้าด้วยกัน มอบสิทธิประโยชน์มากมายครอบคลุมทั่วโลก เน้นกลยุทธ์ Global Partnership ผนึกกำลังร่วมกับพันธมิตรร้านค้าชั้นนำทั่วโลกจาก 4 ทวีป

นอกจากนี้ เดอะมอลล์ กรุ๊ป ยังได้นำระบบ Big Data เข้ามามีบทบาทสำคัญ เชื่อมโยงทุกระบบทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทำให้เราสามารถวิเคราะห์ลูกค้าเชิงลึกทั้ง 360 Customer view

ทั้งนี้ พันธมิตรค้าปลีกหลักในญี่ปุ่นของเดอะมอลล์ก็คือ ห้างสรรพสินค้ามัตสึยะ กินซ่า ที่ได้ร่วมมือกันมาระยะหนึ่งแล้ว

เดอะมอลล์ กรุ๊ป ร่วมกับห้างมัตสึยะ กินซ่า ห้างสรรรพสินค้าชื่อดังย่านกินซ่า ประเทศญี่ปุ่น แหล่งช้อปปิ้งสุดหรูที่รวบรวมแบรนด์สินค้าระดับโลกไว้มากมาย มอบสิทธิพิเศษให้แก่ลูกค้าที่ถือบัตร M Card ที่ใช้จ่ายที่มัตสึยะ กินซ่า เมื่อแสดงบัตร M Card จะได้รับบัตร Guest Card เพื่อใช้เป็นส่วนลด 5% ในการชอปปิ้งในห้างสรรพสินค้า มัตสึยะ กินซ่า และสามารถขอคืนภาษี 8% เป็นเงินสด เมื่อซื้อสินค้าภายในห้างครบ 5,001 เยนขึ้นไป (ไม่รวมภาษี) และพิเศษสำหรับสมาชิก Platinum M Card หรือ SCB M VISA LEGEND และ LUXE รับฟรี Japanese Imabari Hand Towel 1 ผืน และคูปองส่วนลดร้านอาหารที่ Restaurant City ชั้น 8 อาทิ KENZAN, MIYAGAWA, KEITEI, TSUNA HACHI เป็นต้น ที่ผ่านมามีลูกค้าคนไทยมักนิยมซื้อสินค้ากลุ่มแฟชั่น อาทิ เสื้อผ้าผู้หญิง, กระเป๋า, รองเท้า, เครื่องสำอาง และเครื่องประดับ ฯลฯ

นอกจากนี้ เรายังได้เตรียมมอบความสะดวกสบายทางด้านการเงินให้แก่นักท่องเที่ยว ด้วยการเปิดตัวโครงการบัตร SCB M VISA PREPAID TOURIST บัตรอภิสิทธิ์สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ขานรับนโยบาย National e-Payment ของทางรัฐบาลในการผลักดันประเทศไทยก้าวสู่เศรษฐกิจยุคดิจิทัลไร้เงินสด (Cashless Society) ดังเช่นหลากหลายประเทศชั้นนำทั่วโลก การให้บริการดังกล่าวจะครอบคลุมลูกค้าชาวต่างชาติที่มาใช้บริการทั้งในห้างสรรพสินค้า และศูนย์การค้า เดอะมอลล์ ทุกสาขา, ดิ เอ็มโพเรียม, ดิ เอ็มควอเทียร์, พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ และกรูเมต์ มาร์เก็ต สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าบัตร ช้อปครบทุก 25 บาท รับคะแนนสะสม X2 M Point สิทธิพิเศษรับส่วนลด 5% เมื่อชอปสินค้าราคาปกติ และรับส่วนลดสูงสุด 50% จากร้านค้าที่ร่วมรายการ พร้อมรับเงินคืน Vat Refund สูงสุด 6% สนุกกับการชอปปิ้งมากกว่า 53 ล้าน ร้านค้าทั่วโลกที่รับชำระผ่าน VISA พร้อมสิทธิประโยชน์ต่างๆ มากมาย เช่น ส่วนลดสินค้าและบริการ, โรงแรม, สปา, สายการบิน เป็นต้น

นางสาววรลักษณ์กล่าวว่า เดอะมอลล์ กรุ๊ป ยังวางแผนที่จะจัดแคมเปญด้วยการมอบสิทธิประโยชน์สูงสุดที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าแต่ละกลุ่ม ทั้งชาวไทยและต่างชาติ ครอบคลุมไปทั่วโลก

ขณะที่ผู้ถือบัตร Matsuya Ginza Card เมื่อมาช้อปปิ้งและใช้บริการในห้างเดอะมอลล์ ทุกสาขา, ดิ เอ็มโพเรียม, ดิ เอ็มควอเทียร์, พารากอน ดีพาร์ทเม้นสโตร์ จะได้รับส่วนลดพิเศษ 5% พร้อม Tax Refund 6% และของที่ระลึก พร้อมบริการพิเศษมากมาย นอกจากนี้ผู้ที่ถือบัตรเครดิต SCB M VISA ยังได้รับสิทธิประโยชน์จากร้านค้าชื่อดังของญี่ปุ่นอีกมากมาย เช่น Bic Camera, Lotte Duty Free, Matsumoto Kiyoshi, Onisuka Tiger, Parco และ Gotemba Premium Outlets เป็นต้น

สำหรับการที่เดอะมอลล์กรุ๊ป รุกหนักตลาดประเทศญี่ปุ่นโดยเฉพาะการจับกลุ่มนักท่องเที่ยวคนไทยที่เดินทางไปท่องเที่ยวและชอปปิ้งที่ญี่ปุ่นนั้น เนื่องจาก ประเทศญี่ปุ่นนั้นเป็นตลาดที่นิยมอย่างมากของคนไทยเพราะมีทั้งอากาศดี มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย และที่สำคัญเป็นประเทศที่คนไทยนิยมไปชอปปิ้งกันอย่างมาก เพราะสินค้าราคาดี และมีสินค้าที่หลากหลาย พิจารณาได้จากข้อมูลตัวเลขต่างๆ ดังนี้ที่ยิ่งตอกย้ำปริมาณคนไทยเที่ยวญี่ปุ่นได้ชัดเจน

โดยจำนวนนักท่องเที่ยวคนไทยที่ไปท่องเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่นมีเพิ่มขึ้นทุกปีอย่างต่อเนื่องอย่างมีนัยยะ นับตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นมา กล่าวคือ ปี 2558 มีปริมาณคนไทยไปเที่ยวที่ญี่ปุ่น 796,700 คน เติบโต 21.2%, ปี2559 เพิ่มขึ้นมาเป็น 901,400 คน เติบโต 13.1%, พอมาถึงปี2560 ขยับขึ้นมาเป็น 987,100 คน เติบโต 9.5% และล่าสุดปีที่แล้วทะลุหลักล้านคนไปแล้วคือ 1,132,100 คน เติบโต 14.7% และคาดการณ์ว่าในปี2562นี้น่าจะมีปริมาณรวมไม่ต่ำกว่า 1.3 ล้านคน

ตัวเลขเหล่านี้จึงเป็นปริมาณตลาดกลุ่มเป้าหมายที่เดอะมอลล์มองไว้ว่าน่าจะทำตลาดได้ไม่มากก็น้อย

นาย ยูคิโอะ อีมัย ( Yukio Imai) Senior Operating Officer . MATSUYA GINZA JAPAN กล่าวว่า ห้างมัตสึยะ ได้ก่อตั้งกิจการมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1869 หรือประมาณ 150 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจมีการเติบโตมาอย่างต่อเนื่องในแง่ผลประกอบการ ปัจจุบันมี 2 สาขาคือ ที่กินซ่า กับที่ อาซากุสะ ซึ่งไม่ได้เน้นการขยายสาขาจำนวนมาก เพราะต้องการเน้นการบริการที่ให้กับลูกค้าเป็นหลัก แม้มีแค่ 2 สาขา แต่ห้างมัตสึยะก็มียอดขายรวมต่อปีไม่ต่ำกว่า 25,000 ล้านบาทต่อปีแล้ว โดยในจำนวนนี้เป็นยอดขายที่มาจากนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยรวมไม่ต่ำกว่า 6,000 ล้านบาทต่อปี

ขณะที่ฟากเดอะมอลล์ มีรายได้รวมต่อปีประมาณ 50,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์การเติบโตแบบหนึ่งก็คือ การร่วมมือกับพันธมิตร ซึ่งเดอะมอลล์นี้ถือเป็นพันะมิตรค้าปลีกต่างประเทศรายแรกที่เราร่วมมือกันด้วย อีกทั้งการร่วมมือแบบนี้ที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2015 ถือเป็นห้างสรรพสินค้าญี่ปุ่นรายแรกที่ร่วมมือกับค้าปลีกต่างชาตินอกประเทศญี่ปุ่น

“การที่เราร่วมมือกับเดอะมอลล์ เนื่องจากว่าเราต้องการที่จะขยายฐานตลาดกลุ่มเป้าหมายลูกของเราไปยังตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติมากขึ้น ซึ่งในตอนแรกก็มองตลาดชนักท่องเที่ยวจีนกับไทย แต่ตอนนี้คนจีนมาเที่ยวในห้างเราและที่ญี่ปุ่นมากแล้ว เราจึงมองมาที่คนไทย เพราะว่าตลาดคนไทยก็เป็นตลาดที่น่าสนใจไม่แพ้คนจีน และมีแนวโน้มที่จะมาเที่ยวและชอปปิ้งในญี่ปุ่นมากขึ้น และเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อสูงพอสมควร ชอบสินค้าแบรนด์เนมญี่ปุ่น อีกทั้งนโยบายและเป้าหมายของเรากับเดอะมอลล์สอดคล้องกันจึงได้ร่วมมือกันตั้งแต่นั้นมา และที่ผ่านมาก็ประสบความสำเร็จมาอย่างต่อเนื่อง” นาย ยูคิโอะกล่าว

ทั้งนี้ สินค้าที่นักท่องเที่ยวคนไทยซื้อมากที่สุดในญี่ปุ่นโดยรวม ปี 2561 พบว่า 1. หลุยส์ วิตตอง สัดส่วน 24%, 2. เบา เบา 23%, 3. เสื้อผ้าผู้หญิง 17.8%, 4. อินเตอร์เนชันแนลแบรนด์ 13.3%, 5. แอ็กเซสซอรีของผู้หญิง 5%, 6. เครื่องสำอาง 4.8%, 7. สินค้าที่ใช้ในบ้าน 4.3%, 8. เสื้อผ้าผู้ชาย 4.0% และ 9. อื่นๆ 3.7%

แต่หากมองเฉพาะคนไทยที่เป็นลูกค้าเดอะมอลล์ ถือบัตรเอ็มการ์ดที่มาชอปปิ้งในห้างมัตสึยะ กินซ่า โดยเรียงประเภทสินค้าที่สูงสุด จะพบว่า 1. เสื้อผ้าผู้หญิง สัดส่วน 41.3%, 2. สินค้าแบรดน์เนม สัดส่วน 25.4%, 3.อื่นๆ 12.2%, 4. เครื่องสำอาง 10.5%, 5. เสื้อผู้ชาย 6.4%, 6. แอ็กเซสซอรีของผู้หญิง 2.5%, 7.จิวเวลรี 1.9% และ 8. สินค้าสำหรับเด็ก 1.5%

ขณะที่ทางฟากเดอะมอลล์ก็มองว่า แม้ว่าห้างมัตสึยะจะเป็นห้างที่มีเพียง 2 สาขาเท่านั้น แต่ก็ถือว่า มัตสิยะ กินซ่า เป็นห้างที่มียอดขายสูงสุดติด ท็อปไฟว์ของญี่ปุ่นเลยทีเดียว เมื่อเทียบในแง่ยอดขายปีต่อปี โดยอีก 4 ห้างคือ อิเซตัน ชินจูกุ, มิตซูโกชิ กินซ่า, ไดมารู ชินซัย บาชิ, อูเมดะ ฮันคิว

โดยที่คนไทยที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นนั้น จุดหมายปลายทางของการชอปปิ้ง มีเพียง 3 แหล่งหลัก คือ 1.ห้างสรรพสินค้า ซึ่งแม้ว่าในญี่ปุ่นจะมีมาก แต่ห้างมัตสึยะ กินซ่า ก็เป็น 1 ใน ไม่กี่ห้างหลักที่คนไทยนิยมมาเที่ยวชอปปิ้งด้วยเช่นกัน 2. ดิวตึ้ฟรีชอปในสนามบิน และ 3. ซูเปอร์มาร์เกตกับคอนวีเนียนสโตร์

อย่างไรก็ตาม หากเปรียบเทียบระหว่างปริมาณการจับจ่ายซื้อสินค้าชอปปิ้งต่อครั้งต่อคน ของนักท่องเที่ยวคนไทยโดยรวมทั่วไป กับ นักท่องเที่ยวคนไทยที่เป็นลูกค้าของเดอะมอล์, ที่ถือบัตรเอ็มการ์ด ที่ไปใช้จ่ายในห้างสรรพสินค้า มัตสึยะ กินซ่า แล้วจะเห็นได้ว่ามีความแตกต่างกันมาก คือ ลูกค้าเดอะมอลล์ มีปริมาณการจับจ่ายที่มากกว่า และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ลูกค้าที่เป็นคนไทยทั่วไป มีการใช้จ่ายที่น้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด

กล่าวคือ ปี 2558 คนไทยทั่วไป ใช้จ่าย 94,168 เยน แต่ลูกค้าคนไทยที่ถือบัตรเอ็มการ์ดใช้จ่าย 80,681 เยน, ปี 2559 คนไทยทั่วไป ใช้จ่าย 83,571 เยน แต่ลูกค้าคนไทยที่ถือบัตรเอ็มการ์ด ใช้จ่าย 106,508 เยน, ปี 2560 คนไทยทั่วไป ใช้จ่าย 87,391 เยน แต่ลูกค้าคนไทยที่ถือบัตรเอ็มการ์ด ใช้จ่าย 128,728 เยน

ล่าสุดเมื่อปี 2561 คนไทยทั่วไป ใช้จ่าย 81,558 เยน แต่ลูกค้าคนไทยที่ถือบัตรเอ็มการ์ด ใช้จ่าย 142,264 เยน
“ในปี 2562 นี้ เชื่อมั่นว่าลูกค้าบัตรเอ็มก์ดของเดอะมอลล์ คงจะใช้จ่ายที่ห้างมัตสึยะ กินซ่า เกิน 150,000 เยนต่อครั้งต่อคนแน่นอน” นาย ยูคิโอะกล่าว

นี่คือความสำเร็จในการร่วมมือกัน ที่เพิ่มทั้งปริมาณลูกค้า และเพิ่มปริมาณการจับจ่ายได้อย่างดี

นายยูคิโอะ กล่าวต่อว่า ในแต่ละปีจะมีปริมาณคนไทยโดยรวมมาชอปปิ้งในห้วงมัตสึยะ กินซ่า ประมาณ 5,000 กว่าคนต่อปี เป็นกลุ่มลูกค้าที่ถือบัตรเอ็มการ์ดประมาณ 300-400 คนต่อปี ซึ่งเราก็มีการให้ความสำคัญกับลูกค้าไทยเหมือนกัน ซึ่งแม้แต่สื่อโฆษณาอินสโตร์มีเดีย ในห้าง ก็ยังใช้ภาษาไทยในการสื่อสารกับลูกค้าด้วย


ทั้งนี้ การร่วมมือของทั้งสองห้างระหว่าง เดอะมอลล์ กับ ห้างมัตสียะ กินซ่า ในช่วงที่ผ่านมาถือว่าเดินหน้าไปด้วยกันได้ดี นอกจากแค่การร่วมมือในด้านของการทำโปรโมชันส่วนลดแล้ว ต้องจับตามองต่อไปว่าจะมีรูปแบบและกลยุทธ์อะไรที่ทั้งสองค่ายนี้จะร่วมมือกันได้อีก




กำลังโหลดความคิดเห็น...