xs
xsm
sm
md
lg

“ชาญศิลป์” มั่นใจเซ็นสัญญา “มาบตาพุด เฟส 3” ทันรัฐบาลชุดนี้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“ชาญศิลป์” ลั่นดีลโครงการมาบตาพุด เฟส 3 ฉลุยเสนอ ครม.และเซ็นสัญญาทันรัฐบาลชุดนี้ ส่วนโครงการท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 รอผลชี้ขาด

นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะ 3 (ช่วงที่ 1) ที่บริษัทลูก คือ บริษัท พีทีที แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด (พีทีที แทงค์) ได้ร่วมกับบริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ยื่นข้อเสนอการประมูลเพียงรายเดียว ล่าสุดเรื่องผลตอบแทนทางการเงินที่ทางภาคเอกชนได้เจรจากับภาครัฐนั้น ได้ข้อยุติร่วมกันแล้ว หลังจากนี้ การนิคมแห่งประเทศไทย (กนอ.) จะนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเร็วๆ นี้ โดยมั่นใจว่ากระบวนการต่างๆ จะดำเนินได้ทันรัฐบาลชุดปัจจุบัน

ส่วนความคืบหน้าโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 (ท่าเทียบเรือ F) ที่กลุ่ม ปตท.ได้ยื่นประมูลในนาม กลุ่มกิจการร่วมค้า จีพีซี ประกอบด้วย บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน), บริษัท พีทีที แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด และ China Harbour Engineering Company Limited เข้าใจว่าคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนฯ มีการตั้งคณะกรรมการฯขึ้นมาพิจารณาข้อเรียกร้องของอีกกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับผลการประมูล ซึ่งคิดว่าไม่น่าจะมีอะไรเป็นอุปสรรค และขึ้นอยู่กับกระบวนการของภาครัฐ

ทั้งนี้ กลยุทธ์การลงทุนของ ปตท. มุ่งเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์น้ำมันให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง และการต่อยอดปิโตรเคมีจากขั้นธรรมดาไปสู่ปิโตรเคมีขั้นสูง แต่การเข้าลงทุนทั้ง 2 โครงการดังกล่าวถือเป็นโอกาส เมื่อรัฐบาลเปิดการลงทุนในประเทศ ปตท.ก็ให้ความสำคัญต่อการลงทุนในประเทศเป็นอันดับแรกเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ เพราะหากโครงการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) เกิดขึ้นได้ ประโยชน์ก็เกิดแก่ประเทศ และเมื่ออีอีซีเกิดขึ้นก็จะส่งผลให้ความต้องการใช้ไฟฟ้า และก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้น ความต้องการใช้คลังสินค้าปิโตรเคมีก็มากขึ้นด้วย ก็จะเป็นผลดีต่อประเทศและเศรษฐกิจ แต่การลงทุนดังกล่าวเป็นแผนระยะยาว และเป็นการลงทุนโครงการสร้างพื้นฐานที่ต้องใช้เวลา

“โครงการนี้กำไรคงที่แน่นอน แต่สัดส่วนเปอร์เซ็นต์ไม่ได้สูง 8-10% ไม่สูงเหมือนธุรกิจอื่น เช่น ธุรกิจค้าปลีก 15-20% และธุรกิจดิจิทัลที่จะมีกำไรสูง แต่ก็ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงเร็ว ของเราลงทุนเป็นการลงทุนโครงการสร้างพื้นฐาน เหมือนท่อก๊าซ ท่อน้ำมัน รีเทิร์นครบ 10 ปี”

ทั้งนี้ โครงการแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ทางคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนฯ ได้พิจารณาซองที่ 4 เสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่ประกาศผลเนื่องจากต้องรอผลการพิจารณาของศาลปกครองกลางก่อน หลังจากกลุ่มกิจการร่วมค้า เอ็นพีซี ประกอบด้วย บริษัท นทลิน จำกัด, บริษัท แอสโซซิเอท อินฟินิตี้ จำกัด, บริษัท พีเอชเอส ออแกนิค ฮีลลิ่ง จำกัด, บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไชน่า เรลเวย์ คอนสตรัคชั่น คอร์ปอเรชั่น จำกัด ถูกคณะกรรมการฯ ตัดสิทธิ์เนื่องจากยื่นเอกสารเข้ามาไม่ครบตามมาตรฐาน จึงนำไปสู่การฟ้องผู้ตรวจการแผ่นดินและศาลปกครองกลางเพื่อขอความเป็นธรรมและการพิจารณาที่โปร่งใส


กำลังโหลดความคิดเห็น...