เกมธุรกิจที่แพ้กันไม่ได้ ความมันระดับ 5 ดาว เมื่อใหญ่ฟัดใหญ่ "คิงเพาเวอร์ สัประยุทธ์ ล็อตเต้-รอยัลออคิด ทุกคะแนนจึงมีความหมาย ต่างกันที่ "ไพ่ใบสุดท้าย" รอหงายกันออกมาเมื่อไหร่ได้รู้กัน
ทราบกันไปแล้วว่า เมื่อวันศุกร์ (31 พ.ค.) มีการประกาศผลโครงการให้สิทธิงานประกอบกิจการจำหน่ายสินค้าปลอดอากร (ดิวตี้ฟรี) ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) โดยผลปรากฏว่า บริษัท คิงเพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด ว่า เป็นผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุด เป็นอันดับ 1 ที่ 94.3 คะแนน
สำหรับอันดับ 2 คือ กิจการร่วมค้า การบินกรุงเทพ ล็อตเต้ ดิวตี้ฟรี ประกอบด้วย บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BA ร่วมกับบริษัท โฮเต็ล ล็อตเต้ จำกัด และบริษัท บางกอกแอร์เวย์สโฮลดิ้ง จำกัด ได้คะแนน 83.10 คะแนน
อันดับ 3 คือ กิจการร่วมค้ารอยัลออคิด ประกอบด้วย บริษัท โรงแรมรอยัลออคิด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ ROH จับมือกับบริษัท เอ็มไพร์ เอเชีย กรุ๊ป จำกัด และ WDFG UKLIMITED 78.85 คะแนน
**วิเคราะห์หลังเกม "กติกา" ้ประสบการณ์มาก่อนราคา หลักเกณฑ์นี้ได้-เสีย ตัดสินผลแพ้-ชนะ!**
หากจะวิเคราะห์ผลแพ้-ชนะที่เกิดขึ้นคงต้องดูการวางหลักเกณฑ์ของ ทอท.ก่อน เหมือนกติกาที่ผู้เสนอตัวชิงสัมปทานทั้ง 3 กลุ่มต้องห้ำหั่นกัน
ที่เปิดเผยออกมา ศึกครั้งนี้คณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกได้มีการพิจารณาคะแนนครั้งนี้จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน แบ่งเป็นคะแนนด้านเทคนิค 80 คะแนน คะแนนทางด้านราคา 20 คะแนน โดยจากการเปรียบเทียบการประมูลโครงการใหญ่ของรัฐ เกณฑ์นี้เหมือนกับที่เคยใช้ประมูลดิวตี้ฟรีดอนเมืองมาแล้วนั่นเอง
กระทั่งโครงการประมูลการก่อสร้างขนาดใหญ่ เช่น ทางด่วน ก็ใช้หลักเกณฑ์ 80:20 นี้
กติกานี้อาจจะถูกใจหรือไม่ถูกใจใครก็ได้ เพราะดูเหมือนสนใจเทคนิคมากกว่าวงเงินผลตอบแทนซึ่งอาจค้านความเข้าใจของคนที่ติดตาม แต่ที่จริงที่มาของกติกา การใช้กติกานี้ในการประมูลต่างๆ สากล
ขณะที่ผู้เข้าร่วมประมูลแต่ละเจ้าเป็นทุนใหญ่อยู่ในธุรกิจดิวตี้ฟรี หรือดึงพาร์ตเนอร์ระดับโลกมา กติกาแบบนี้ก็นับว่าเหมาะสม แต่หากไม่ใช่การป้องกันกลุ่มที่มีทุนอย่างเดียวแต่ไม่เชี่ยวชาญธุรกิจ กติกาก็จะตัวคัดเลือกไปในตัว
คะแนนรวมที่ออกมาผ่านการพิจารณาจากแผนธุรกิจ เทคนิค โดยน้ำหนัก 80% ที่ว่า ทอท.เน้นย้ำไปที่ประสบการณ์การทำธุรกิจดิวตี้ฟรี ซึ่งไม่ได้หมายความว่าคนที่ชนะเลิศทางเทคนิคจะได้คะแนนเต็มที่ 80 คะแนนสำหรับเทคนิคแล้วลดหลั่นลงมาในแต่ละเจ้า
ขณะที่ในทางกลับกัน การคิดคะแนนผลตอบแทนการเงินในสัดส่วน 20% นั้น ผู้เสนอผลตอบแทนสูงสุดจะได้ 20 คะแนนเต็ม และลดหลั่นตามสัดส่วนที่เสนอมา
ด้วยกติกาเช่นนี้ทำให้คะแนนเทคนิคอาจจะเท่ากันได้ แต่คะแนนราคาไม่มีทางที่จะเท่ากัน แพ้ชนะราคาจึงมีน้ำหนักมาก
นายวิชัย บุญยู้ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (สายงานพัฒนาธุรกิจและการตลาด) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาผล เคยอธิบายเรื่องนี้ว่า
“การกำหนดให้คะแนนเทคนิคสูงเพราะ ทอท.ต้องการได้ผู้บริหารที่มีประสบการณ์จริงๆ ไม่อยากให้เสนอผลตอบแทนสูง เมื่อได้งานไปแล้วทำไม่ได้จะมีปัญหาในอนาคต” นายวิชัยกล่าว
**คะแนน 80 แต่ละกลุ่มสุดสูสี**
มาว่ากันที่ส่วนแรกของกติกา คะแนน ด้านเทคนิค 80% แม้ว่า ทอท.จะยังไม่เปิดเผยเป็นทางการว่าใครได้เท่าไหร่
ในแง่ของคิงเพาเวอร์ หลักๆ น่าจะมาจาก "แต้มต่อ" ความเป็นเจ้าของพื้นที่เดิม ด้วยหลักเกณฑ์ "เทคนิค" ซึ่งว่าด้วยประสบการณ์ทำธุรกิจกับ ทอท.มาก่อน
ไม่มีใครปฏิเสธเรื่องประสบการณ์ในธุรกิจดิวตี้ฟรีของ "งูเจ้าถิ่น" คิงเพาเวอร์ ซึ่งกลุ่มคิงเพาเวอร์มีประสบการณ์ในการทำธุรกิจในประเทศไทยมายาวนานตั้งแต่ "เจ้าสัววิชัย" วิชัย ศรีวัฒนประภา ก่อตั้ง วางรากฐานและสืบต่อมาถึงทายาท อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา เข้ามาสานต่อ
ในฐานะเจ้าของพื้นที่เก่า มีทั้งความเก๋าเกมและรู้การดำเนินจัดการกับธุรกิจสินค้าต่างๆ เรียกได้ว่ามีความช่ำชองเชี่ยวชาญหายห่วง เป็นเจ้าเก่า ดูแลพื้นที่และธุรกิจนี้มาตั้งแต่เปิดสนามบินสุวรรณภูมิ เรื่องข้อมูลสถิติตัวเลขต่างๆ และพฤติกรรมผู้โดยสาร ยอดขาย จัดว่าแน่น หลับตาก็รู้ทุกตารางนิ้วทุกซอกทุกมุมของสนามบินสุวรรณภูมิ จากความได้เปรียบตรงนี้คิงเพาเวอร์น่าจะมีภาษีทางเทคนิคที่เป็นต่อเจ้าอื่น
กระนั้น การทำคะแนนจากจุดนี้จนฝ่าด่านเข้าเส้นชัยก็ไม่ง่าย เมื่อมองดูคู่แข่งขันอย่างล็อตเต้
ล็อตเต้ ยักษ์ใหญ่ดิวตี้ฟรีสัญชาติเกาหลี ชื่อชั้นไม่ได้ด้อยกว่าคิงเพาเวอร์ของไทย
ในวงการดิวตี้ฟรีเอเชียต้องยอมรับว่าล็อตเต้มีประสบการณ์สูง และสามารถบริหารจัดการธุรกิจดิวตี้ฟรีไปในทั่วโลก
ขณะที่เมื่อมาจับกับบริษัทการบินกรุงเทพ เจ้าของบางกอกแอร์เวย์สที่มีประสบการณ์ด้านการทำธุรกิจการบินที่ยาวนานมากว่า 50 ปี โดยเฉพาะที่สนามบินสมุยและโรงพยาบาลกรุงเทพซึ่งมีพื้นที่เชิงพาณิชย์ยิ่งมั่นใจ คะแนนด้านนี้ไม่เป็นรอง
ส่วนอันดับ 3 กลุ่มรอยัลออคิด ส่วนผู้ท้าชิงที่ได้อันดับ 3 ก็มั่นใจว่าได้ชวนผู้ประกอบการดิวตี้ฟรีอันดับ 1 ของโลกมาร่วมมือกัน ซึ่งตอนนำเสนอแผนธุรกิจก็เชื่อว่าเสนอเทคนิคค่อนข้างมั่นใจ
คำถามตามมาว่า แล้วกรรมการเลือกให้คะแนนอย่างไร?
ว่ากันว่า กรรมการต้องปาดเหงื่อ ลำบากใจในการคัดเลือก เปรียบเหมือนม้าแข่งที่สุดสูสี ต้องตัดสินแพ้-ชนะกันด้วยภาพถ่าย
** คะแนน 20% ที่มีคะแนน 20 คะแนนเต็มว่าด้วยผลตอบแทนคิงเพาเวอร์ สู้หลังพิงฝา เกหมดหน้าตัก vs ล็อตเต้ ทุ่มทุนไม่อั้น
หากว่าเทคนิคต่างก็เชื่อว่าทำได้ดี แต่มาวัดกันที่ผลตอบแทน 20 คะแนนเป็นเดิมพัน ว่ากันว่าต่างฝ่ายต่าง "จัดหนัก" ด้วยกันทั้งหมด มาดูกันว่าจะเป็นอย่างไร?
ทั้งก่อนและระหว่างแข่งขันในวงการวิเคราะห์ไปในทางเดียวกันว่า นอกจากความพร้อมแทบทุกด้านแล้ว “คิงเพาเวอร์” งานนี้ไม่มีอะไรจะเสีย ต้องทุ่มหมดหน้าตักแน่นอนเพื่อรักษาพื้นที่ และครอบครองสัมปทาน “ดิวตี้ฟรี” ต่อ เพราะธุรกิจหลักคือการพึ่งพารายได้จากดิวตี้ฟรีเพียงอย่างเดียว
คิงเพาเวอร์รู้ว่า การคำนวณรายได้และการจ่ายผลตอบแทนให้ ทอท.อย่างน่าพอใจต้องทำอย่างไร
ตัวอย่างในการประมูลดิวตี้ฟรีที่ดอนเมือง เมื่อปี 2560 ก็เคยเกิดขึ้นแล้วเมื่อคิงเพาเวอร์เอาชนะคู่แข่งอย่าง เซ็นทรัล และเดอะมอลล์ ด้วยผลตอบแทนกระโดดออกมาเจ้าเดียว ให้ ทอท.แตกต่างมากกว่าใครถึง 3,000 ล้าน
ครั้งนี้คิงเพาเวอร์ไม่มีทางเลือก ต้องสู้ชนิดหลังพิงฝาแล้วเกให้หมดหน้าตัก หากจะทำธุรกิจต่อไปอย่างน้อยๆ 10 ปีตามอายุสัมปทาน ถือเป็นไฟต์บังคับ เดิมพันเกมธุรกิจที่ "แพ้ไม่ได้"
คะแนนความแข็งแกร่งฐานะการเงิน สำหรับคิงเพาเวอร์ต้องบอกว่า อยู่ในระดับ A+
ทว่า ถ้าพูดถึงเฉพาะข้อเสนอราคานี้ กลุ่มกิจการร่วมค้า บริษัทการบินกรุงเทพ และพันธมิตรอย่างล็อตเต้ ทางกลุ่มเองก็มั่นใจว่าที่เสนอไปนั้นเข้าข่ายกับคำว่า "ทุ่มไม่อั้น" ในอัตราที่กล้าท้าพิสูจน์กับผู้ชนะ
ต้องไม่ลืมว่า กลุ่มการบินกรุงเทพที่มีเครือข่ายธุรกิจหลากหลายของ "หมอเสริฐ" นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ระดับติดทำเนียบมหาเศรษฐีเบอร์ต้นๆ ของประเทศการันตีเรื่องทุนนั้นไม่มีปัญหา ความแข็งแกร่งด้านการเงินสู้ได้ทุกกลุ่ม
สไตล์การลงทุนอย่างทุ่มเทของหมอเสริฐเป็นที่รับรู้กันในวงการ ตัวอย่างเช่น การยอมเสียกว่าหมื่นล้านในทีวีดิจิทัลก็ยังทุ่มไม่อั้น
ยิ่งหากมองขนาดของมาร์เกตแคปหรือมูลค่าทางธุรกิจเปรียบเทียบกัน การบินกรุงเทพรวมกับล็อตเต้ ดิวตี้ฟรีของเกาหลีย่อมไม่ด้อยไปกว่าคิงเพาเวอร์แน่นอน หรือเผลอๆ อาจจะมีขนาดใหญ่กว่าด้วยซ้ำ
คะแนนการเงินของกลุ่มนี้ต้องยอมรับว่าสูงมากอยู่ในระดับ A+ ถึง A++
ขณะที่กลุ่มรอยัลออคิดเมื่อเห็นความสำเร็จของคิงเพาเวอร์ในอดีตก็พร้อมลงทุนในระดับที่สูงเช่นกัน
โดยคะแนนความแข็งแกร่งด้านการเงินน่าจะอยู่ที่ B ไปจนถึง A ได้
หากตั้งโจทย์กันที่ทางเทคนิคสูสีแล้ว เมื่อฝ่ายหนึ่งไฟต์บังคับ ต่อสู้กับผู้ท้าชิงที่พร้อมจัดหนัก เมื่อพิจารณาถึงการเสนอผลประโยชน์ให้กับทางการท่าฯ ในรูปของตัวเงิน ซึ่งว่ากันว่าหากกรรมการใช้ราคาเป็นเกณฑ์ในการตัดสินและให้คะแนนในสัดส่วนที่เหมาะสม ผลแพ้-ชนะอาจจะพลิกออกมาอีกแบบหรือไม่?
นี่คือคำถาม เนื่องเพราะ ทอท.ยังไม่ได้เปิดเผยทั้งคะแนนเทคนิคและราคาออกมา จึงมั่นใจด้วยกันหมด
แต่คณะกรรมการฯ นำเรื่องวงเงินมาพิจารณาการให้คะแนนเพียง 20% เท่านั้น จึงเป็นเรื่องที่ในวงการยังเสียดายกันอยู่
**คะแนนรวมที่ต่างกัน เฉือนกันตรงไหน
ทีนี้มาดูภาพรวมคะแนนดิบ ที่ตัดสินผลแพ้-ชนะกันจากคะแนนเต็ม 100
ที่สืบทราบมา คิงเพาเวอร์ได้สูงสุดที่ 94.3 กลุ่มล็อตเต้ได้ 83.10 และอันดับสาม รอยัลออคิดได้ 78.85 ตะแนน
ส่วนต่างของคะแนนระหว่างที่ 1-2 และ 2-3 เท่ากับ 11.2, 4.25 ขณะที่คิงเพาเวอร์ชนะที่ 2 ไป 11.2 คะแนน ทิ้งห่างอันดับ 3 ถึง 15.5
คิดง่ายๆ กรณีที่คิงเพาเวอร์ได้คะแนนเต็มเรื่องผลประโยชน์ตอบแทนกับ ทอท. คือ 20 คะแนน คะแนนเทคนิคก็จะสูงถึง 74.3
หรือหากกลุ่มหมอเสริฐลอตเต้ได้คะแนนเต็มเรื่องผลประโยชน์ตอบแทนกับ ทอท. คือ 20 คะแนน เทคนิคก็จะอยู่ที่ 63.10
แต่ถ้าคะแนนผลตอบแทนกับ ทอท.ของหมอเสริฐลอตเต้ไม่สูงนัก ก็เท่ากับว่าคะแนนทางเทคนิคก็จะต้องสูงมากในระดับเดียวหรือมากกว่ากับที่คิงพาวเวอร์ได้คะแนนเทคนิคไปในกรณีที่มากที่สุด คือ74.3 คะแนน เพื่อให้ได้ผลรวมที่ 83.10 คะแนน
เมื่อเป็นดังนี้เราจึงเห็นได้ว่าคะแนน 20% ที่มี 20 คะแนนเต็มให้กับผู้ชนะทางด้านผลตอบแทนจึงเป็นตัวแปรที่สำคัญมาก เมื่อลองเปรียบเทียบคะแนนจากผู้เข้าแข่งแต่ละรายที่ออกมาอย่างไม่เป็นทางการในขั้นต้น ซึ่งย่อมเป็นเรื่องที่แต่ละเจ้าจะยอมกันไม่ได้ เพราะต่างคนต่างก็มั่นใจใน offer ของตัวเองด้วยกันทั้งนั้น
“เราทำตามขั้นตอนในทีโออาร์ที่บอกไว้ว่าจะตัดสินอย่างไร ส่วนราคายังเปิดเผยไม่ได้ เพราะ ทอท.เป็นรัฐพาณิชย์ เป็นรัฐวิสาหกิจที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ จะต้องทำตามกฎระเบียบการนำเสนอข่าวต่างๆ ที่จะมีผลต่อราคาหุ้นได้” ประธานคณะกรรมการการพิจารณาฯ กล่าวภายหลังการประกาศผู้ชนะ
อย่างไรก็ตาม ต้องรอผลจาก ทอท.ที่จะเข้าบอร์ดอนุมัติวันที่ 19 มิ.ย.นี้แล้วเปิดเผยเรื่องคะแนนและราคาออกมา ส่วนจะมีดรามาหรือไม่...ขึ้นอยู่กับว่า ทอท.จะเคลียร์คะแนนแต่ละคะแนนแต่ละเจ้าอย่างหมดจดออกมาให้ยักษ์ใหญ่แต่ละเจ้าหมดข้อกังขาอย่างไร เพราะทุกกลุ่มต่างก็ใหญ่ๆ ด้วยกันทั้งนั้น
แต่ที่รู้ๆ การประมูลครั้งนี้เม็ดเงินสะพัดกว่าเมื่อ 10 ปีที่แล้วมากมายมหาศาลนัก ว่ากันอาจจะเฉียดๆ หลักแสนล้าน!
โปรดติดตามการประกาศผลอย่างเป็นทางการของ ทอท.ด้วยใจระทึก


