xs
xsm
sm
md
lg

“ซีพี” ผ่านด่านสุดท้าย! ครม.ไฟเขียว เซ็นสัญญาไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“ซีพี” ผ่านด่านสุดท้าย ครม.เห็นชอบผลการประมูล ร่วมลงทุนรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน มูลค่า 2.2 แสนล้าน สัมปทาน 50 ปี จ่อเซ็นสัญญา 15 มิ.ย. ประเดิมโปรเจกต์แรกในอีอีซี

นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 28 พ.ค. ได้มีมติอนุมัติตามที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) เสนอ เพื่อให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ร่วมลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ระยะทาง 220 กม. มูลค่าโครงการ 224,544.36 ล้านบาท กับกลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัทเจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร (กลุ่ม CPH) ผู้ชนะการประมูล ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้าย หลังจากนี้ ร.ฟ.ท.จะไปดำเนินการลงนามสัญญากับกลุ่มซีพีต่อไป โดยใช้เวลาในการก่อสร้าง 5 ปี

โดยกลุ่มซีพีได้ยื่นข้อเสนอด้านการเงินต่ำกว่าเงื่อนไขในทีโออาร์ โดยถือเป็นโครงการในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) โครงการแรกที่ได้รับการอนุมัติผลการประมูล เพื่อลงนามสัญญาต่อไป ส่วนจะเป็นภายในวันที่ 15 มิ.ย.นี้หรือไม่ ขึ้นกับ ร.ฟ.ท.ในฐานะหน่วยงานเจ้าของโครงการ

นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ กล่าวว่า ครม.อนุมัติและเห็นชอบผลการประมูลโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ซึ่งกลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร (กลุ่ม CPH) เป็นผู้ชนะ โดยเสนอขออุดหนุนจากรัฐบาลต่ำสุด 117,227 ล้านบาท และต่ำกว่ากรอบ ครม.อนุมัติลงทุนไว้ที่ 119,425 ล้านบาท

และเห็นชอบให้สำนักงบประมาณ จัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี เพื่อชำระเงินที่รัฐร่วมลงทุนในโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินตามที่คณะรัฐมนตรีในการประชุมเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2561 ในวงเงิน 149,650 ล้านบาท ซึ่ง ร.ฟ.ท.จะชำระเงินที่รัฐร่วมลงทุนแก่เอกชนที่ได้รับคัดเลือก ด้วยการแบ่งจ่ายเป็นรายปี ปีละไม่เกิน 14,965 ล้านบาท เป็นเวลา 10 ปี หลังจากเริ่มการให้บริการโครงการเกี่ยวกับรถไฟ ตามเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ที่กำหนดในสัญญาร่วมลงทุน

โดยหลังจาก ครม.เห็นชอบสัญญาการร่วมลงทุนระหว่าง ร.ฟ.ท. กับกลุ่ม CPH เตรียมลงนามสัญญาวันที่ 15 มิ.ย.นี้ มั่นใจว่าการก่อสร้างโครงการจะเสร็จ และเปิดให้บริการปี 2567 โดยภาคเอกชนเป็นผู้รับภาระความเสี่ยงในการบริหารโครงการในการจัดเก็บค่าโดยสาร ตลอดอายุสัมปทาน 50 ปี ทำให้มูลค่าโครงการเพิ่มขึ้นเป็น 300,000 ล้านบาท โดยทรัพย์สินทั้งหมดจะตกเป็นของรัฐ โดย ครม.ให้รับข้อสังเกตของสำนักงานอัยการสูงสุดอย่างเคร่งครัด เช่น การส่งมอบพื้นที่ให้เอกชนเข้าดำเนินก่อสร้างโครงการ โดยไม่ทำให้ ร.ฟ.ท.ผิดสัญญา กำหนดให้มีหน่วยงานติดตาม กำกับ และบริหารสัญญาร่วมลงทุนอย่างใกล้ชิดตลอดอายุโครงการ

ขณะที่หลังลงนามสัญญา ร.ฟ.ท.จะต้องเตรียมส่งมอบพื้นที่มักกะสัน ซึ่งมีทั้งหมด 150 ไร่ โดยจะส่งมอบส่วนแรก 100 ไร่ก่อน และที่บริเวณศรีราชาจำนวน 25 ไร่ ส่วนที่ดินมักกะสันอีก 50 ไร่ที่เหลือทยอยมอบภายใน 5 ปี


กำลังโหลดความคิดเห็น...