xs
xsm
sm
md
lg

IRPC กำไรไตรมาส 1/62 ลดวูบ 94%

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


IRPC แจ้งผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2562 มีกำไรสุทธิ 153 ล้านบาท ลดลง 94% จากช่วงเดียวกันปีก่อน เหตุราคาและปริมาณการขายลดลง รวมทั้ง GIM ปรับลด 42% ยันสานต่อกลยุทธ์ GDP ด้วยการบูรณาการระบบดิจิทัลเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในทุกขั้นตอนธุรกิจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานทั่วทั้งองค์กร ตั้งเป้าช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มในปี 2562 ได้ไม่น้อยกว่า 1,500 ล้านบาท

นายนพดล ปิ่นสุภา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) (IRPC) เปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 1/2562 ว่า บริษัทฯ มีรายได้จากการขายลดลง 6,214 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 10 เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2561 เป็นผลจากทั้งราคาขายและปริมาณขายปรับตัวลดลงร้อยละ 6 และร้อยละ 4 ตามลำดับ โดยผลการดำเนินงานปรับตัวลดลงอย่างมาก เป็นผลจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์และวัตถุดิบปรับตัวลดลง และอัตราการกลั่นน้ำมันลดลงร้อยละ 6 จากการที่โรงงาน RDCC หยุดผลิตเพื่อติดตั้งอุปกรณ์ตามโครงการ Catalyst Cooler

โดยไตรมาส 1/2562 บริษัทฯ มี Market GIM ลดลง 3,611 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 42 Accounting GIM ลดลง 3,095 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 35 แม้มีกำไรจากสต๊อกน้ำมันสุทธิเพิ่มขึ้น 516 ล้านบาท ก็ตาม โดยมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษีและค่าเสื่อม (EBITDA) ลดลง 3,034 ล้านบาท ต้นทุนทางการเงินลดลง 85 ล้านบาท และมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น 30 ล้านบาท ขณะที่กำไรจากการลงทุนลดลง 87 ล้านบาทส่วนใหญ่จากผลการดำเนินงานของบริษัทร่วมปรับตัวลดลง ส่งผลให้ในไตรมาส 1/2562 บริษัทมีกำไรสุทธิจำนวน 153 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 94จากช่วงเดียวกันปีก่อน

อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีสภาพคล่องอยู่ในระดับที่ดี อัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 0.96 เท่า และอัตราหนี้สินสุทธิต่อทุน (net D/E) อยู่ที่ระดับ 0.66 เท่า โดยมีนโยบายควบคุม net D/E ไม่เกิน 1 เท่า และมีการติดตามการบริหารความเสี่ยงทั้งในด้านการปฏิบัติการและด้านการเงินอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ โครงการ Catalyst Cooler ได้เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถเลือกใช้น้ำมันดิบได้หลากหลายชนิดมากขึ้นและผลิตไฟฟ้าและไอน้ำได้เพิ่มขึ้น โดยคาดว่าจะสามารถเพิ่มกำไรขั้นต้นจากการผลิต (GIM) ของ IRPC ประมาณ 0.3 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล (ประมาณ 600 ล้านบาท) ทั้งหมดนี้จะส่งผลให้การดำเนินงานของบริษัทปรับตัวดีขึ้นตามแผนงานที่วางไว้

นอกจากนี้ อีกหนึ่งปัจจัยบวกที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในอุตสาหกรรมเรือเดินสมุทรปี 2563 คือ “IMO” มีมติให้จำกัดกำมะถันในน้ำมันเชื้อเพลิงเติมเรือ (น้ำมันเตา) ให้ไม่เกิน 0.5% จากระดับ 3.5% ในปัจจุบัน โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ม.ค. 2563 เป็นต้นไป ซึ่งประเด็นดังกล่าวจะเป็นผลบวกต่อบริษัทฯ เนื่องจากบริษัทได้เตรียมความพร้อมสำหรับการผลิตน้ำมันเตาที่มีส่วนผสมของกำมะถันระดับ 0.5%

บริษัทฯ ยังคงดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์ GDP (Power of Growth, Power of Digital และ Power of People) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีนี้บริษัทมุ่งเน้นการดำเนินการด้าน Power of Digital หรือ IRPC 4.0 ด้วยการบูรณาการระบบดิจิทัลเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในขั้นตอนธุรกิจควบคู่ไปกับการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานทั่วองค์กร ได้แก่ 1. ระบบการควบคุมและวางแผนการผลิตด้วยปัญญาประดิษฐ์ ที่วัดผลได้แบบ real-time 2. ระบบการบริหารจัดการ Supply Chain 3. ระบบ Big Data วิเคราะห์ความต้องการของตลาด 4. ระบบ Lean Procurement เพิ่มประสิทธิภาพในการวางแผนจัดซื้อจัดจ้าง และ 5. การจัดการข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานด้าน IT ขององค์กร ทั้งหมดนี้คาดว่าจะสร้างมูลค่าเพิ่มทั้งปีให้กับองค์กรได้ไม่น้อยกว่า 1,500 ล้านบาท (ประมาณ 50 ล้านเหรียญสหรัฐ)


กำลังโหลดความคิดเห็น...