xs
xsm
sm
md
lg

ปตท.สผ.แจงกำไร Q1/62 ลด 7%

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ปตท.สผ.แจงกำไรไตรมาส 1/62 อยู่ที่ 394 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเทียบเท่า 12,479 ล้านบาท ลดลง 7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน พร้อมสานต่อกลยุทธ์ “Expand & Execute” สร้างการเติบโตทั้งระยะสั้นและระยะยาว

นายพงศธร ทวีสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2562 บริษัทฯ มีกำไรจากการดำเนินงานปกติ (Recurring Net Income) 374 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเทียบเท่า 11,847 ล้านบาท ปรับสูงขึ้น 23% จากช่วงเดียวกันของปี 2561 ที่ 304 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเทียบเท่า 9,578 ล้านบาท โดยบริษัทมีกำไรจากรายการที่ไม่ใช่การดำเนินงานปกติประมาณ 20 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงเมื่อเทียบกับ 119 ล้านเหรียญสหรัฐ ในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า จากค่าเงินบาทที่แข็งค่าน้อยลง ส่วนใหญ่ไม่มีผลกระทบต่อกระแสเงินสด ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิ 394 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเทียบเท่า 12,479.16 ล้านบาท ลดลง 7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน 423 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเทียบเท่า 13,380.70ล้านบาท

ทั้งนี้ ในไตรมาส 1 ปี 2562 ปตท.สผ.มีรายได้รวม 1,428 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเทียบเท่า 45,147 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มาจากปริมาณการขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 319,230 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน เมื่อเทียบกับ 293,099 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน ในไตรมาสเดียวกันของปี 2561 จากความสำเร็จในการซื้อสัดส่วนเพิ่มเติมในโครงการบงกช ประกอบกับราคาขายผลิตภัณฑ์เฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นเป็น 46.21 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ เมื่อเทียบกับ 44.01 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบในไตรมาส 1 ปี 2561 ส่งผลให้มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานจำนวน 943 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเทียบเท่า 29,815 ล้านบาท

“ปตท.สผ.ได้เดินหน้าดำเนินธุรกิจภายใต้แผนกลยุทธ์ใหม่ “Expand & Execute” กลยุทธ์เชิงรุกตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมาและประสบความสำเร็จตามแผนงานที่วางไว้หลายด้าน ทั้งการเข้าไปลงทุนในตะวันออกกลาง โดยการได้รับสัมปทานแหล่งก๊าซธรรมชาตินอกชายฝั่ง 2 แหล่ง ร่วมกับพันธมิตรที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพปิโตรเลียมสูงแห่งหนึ่งของโลก และการขยายการลงทุนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีความเคลื่อนไหวที่สำคัญคือการเข้าซื้อกิจการของเมอร์ฟี ออยล์ คอร์ปอเรชัน ในประเทศมาเลเซีย ซึ่งจะสามารถเพิ่มปริมาณการขายและสร้างผลตอบแทนการลงทุนได้ทันที รวมถึงการได้รับสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียม 2 แปลงนอกชายฝั่งมาเลเซียเช่นกัน การลงทุนดังกล่าวจะช่วยสร้างการเติบโตให้ ปตท.สผ.ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว” นายพงศธรกล่าว

ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้สานต่อความสำเร็จด้วยแผนกลยุทธ์เชิงรุก Expand & Execute โดยในด้าน Expand ปตท.สผ.จะให้ความสำคัญต่อการขยายการลงทุนในพื้นที่ที่มีความชำนาญ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่วนในภูมิภาคตะวันออกกลางซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพปิโตรเลียมสูงจะร่วมมือกับพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญเพื่อขยายการลงทุนต่อไป นอกจากนี้ ปตท.สผ.จะการเร่งพัฒนาธุรกิจด้านปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์ ผ่านบริษัท เอไอ แอนด์ โรโบติกส์ เวนเจอร์ส จำกัด (เออาร์วี) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม เพิ่มความปลอดภัยต่อผู้ปฏิบัติงาน ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และช่วยลดต้นทุนการดำเนินงาน

สำหรับด้าน Execute นั้นจะเน้นการเพิ่มปริมาณการผลิตและการสร้างมูลค่าของโครงการปัจจุบัน รวมถึงการเพิ่มปริมาณสำรองปิโตรเลียมโดยเร่งรัดกิจกรรมในโครงการซึ่งอยู่ในระยะสำรวจ และการตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้ายในโครงการหลักที่อยู่ระหว่างรอการพัฒนา เช่น โครงการโมซัมบิก โรวูมา ออฟชอร์ แอเรีย วัน นอกจากนี้ จะดำเนินการในแหล่งบงกชและเอราวัณในช่วงเปลี่ยนผ่านเพื่อรักษาความต่อเนื่องในการผลิตก๊าซธรรมชาติ และบริหารต้นทุนการดำเนินงานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยเน้นการใช้เทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาช่วย


กำลังโหลดความคิดเห็น...