xs
xsm
sm
md
lg

“Avengers : ENDGAME” ฟีเวอร์ สินค้าไทย-เทศร่วมกู้โลก โกยทะลุ 6 แสนล้านทุกตอนทั่วจักรวาล

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ผู้จัดการรายวัน 360 - มีใครให้มากกว่านี้มั้ย กับหนังดังแห่งปี 'Avengers :ENDGAME' สร้างปรากฏการณ์สินค้าแบรนด์ไทย ตบเท้าเกาะกระแสร่วมกู้โลกมากที่สุดที่เคยมีมา ส่งจักรวาล “มาร์เวล” ตลอด 11 ปี กับ 22 เรื่อง สู่รายได้ทะลุ 600,000 ล้านบาท

'การเกาะกระแส' คือหนึ่งวิธีการทางการตลาดที่หลายแบรนด์สินค้าเลือกใช้ โดยเฉพาะในรูปแบบมูฟวีมาร์เกตติ้ง ถือเป็นเครื่องมืออันดับต้นๆ ที่ช่วยให้สินค้าและแบรนด์ติดลมบนได้ง่าย พ่วงไปกับภาพยนตร์นั้นๆ ได้แบบไม่ต้องเปลืองแรงโปรโมตสินค้ามากนัก แต่กลับเป็นที่รู้จักได้เป็นอย่างดี แต่ก็ต้องยอมจ่ายสูงพอสมควร

แน่นอนว่า มูฟวีมาร์เกตติ้ง จะถูกใช้ได้ผล ภาพยนตร์เรื่องนั้นจะต้องมีกระแสความนิยมจากเหล่าคอหนังมากพอ และในวินาทีนี้ต้องยอมให้กับ Avengers : ENDGAME หรือ อเวนเจอร์ส : เผด็จศึก ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ ปิดฉากสุดท้ายของเหล่าอเวนเจอร์ส ที่ปูทางมากว่า 10 ปี กับจำนวน 20 เรื่อง พร้อมโกยรายได้รวมกว่า 560,000 ล้านบาท ขณะที่เรื่องล่าสุดนี้คือ Avengers : ENDGAME ก็คาดว่าน่าจะทำรายได้มหาศาลไม่ต่ำกว่า 40,000-50,000 ล้านบาททั่วโลก หรือไม่น้อยกว่า Avengers ภาคก่อนหน้านี้ ที่ปิดรายได้ไปถึง 45,500 ล้านบาท หรือในปี 2562 นี้ มาร์เวลน่าจะมีรายได้รวมไม่ต่ำกว่า 600,000 ล้านบาทกันเลยทีเดียว

**อเวนเจอร์ส : เผด็จศึก เนื้อหอม แบรนด์ไทยร่วมกู้โลกเพียบ
จากกระแสความนิยม และการรอคอยของเหล่าสาวกมาร์เวลทั่วโลก รวมถึงสาวกชาวไทย ถูกปั่นกระแสมาตั้งแต่ อเวนเจอร์ส : มหาสงครามล้างจักรวาล ที่เข้าฉายเมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว (2561) เพราะเป็นความต่อเนื่อง และเป็นจุดจบที่เหล่าแฟนๆ ต้องการรู้ จึงเป็นโอกาสของเกมการตลาด ที่แบรนด์ไทยและแบรนด์นอกตบเท้าขอร่วมกู้โลกมากเป็นประวัติการณ์ของ การเลือกใช้กลยุทธ์มูฟวีมาร์เกตติ้งในไทย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเครื่องดื่มน้ำอัดลม น้ำเต้าหู้ สินค้าเทคโนโลยี บริการดีลิเวอรี และบัตรเครดิต รวมถึงร้านสะดวกซื้อ ที่ขอเข้าร่วมขบวนการนี้ด้วย

**โทฟุซัง รวมพลังน้ำเต้าหู้กู้โลก*
พานิชการ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โทฟุซัง จำกัด กล่าวว่า ปีนี้ถือเป็นอีกครั้งที่ได้จับมือกับทาง บริษัท เดอะ วอลท์ ดิสนีย์ (ประเทศไทย) จำกัด ในการเปิดตัวผลิตภัณฑ์คอลเลกชันใหม่ "มาร์เวล คาวาอิ" เป็นคอลเลกชันที่เพิ่มตัวละครที่สอดคล้องกับภาพยนตร์อเวนเจอร์ส : เผด็จศึกอย่าง แอนท์แมน กัปตันมาร์เวล และแบล็ควิโดว์ ในขณะที่แบรนด์น้ำนมถั่วเหลืองซอยป๊อปจะนำเสนอผ่านตัวละคร “Marvel Avengers Mini Heroes” ที่มีลายเส้นน่ารัก เพื่อรุกเจาะกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่และเด็ก พร้อมตั้งเป้าผลักดันยอดขายโทฟุซังคอลเลกชันใหม่กับมาร์เวลให้เติบโตขึ้น 50% ในระยะเวลา 3 เดือน

จากปีก่อนได้เปิดตัวนมถั่วเหลืองภายใต้ลิขสิทธิ์ “มาร์เวล คาวาอิ” (Marvel Kawaii) เมื่อกลางปีที่ผ่านมา และได้รับความไว้วางใจจากดิสนีย์อีกครั้งกับคาแรกเตอร์ตัวการ์ตูนดัง ซุม ซุม (Tsum Tsum) ให้อยู่บนแพกเกจจิ้งของโปรดักต์น้ำเต้าหู้โทฟุซังดีไซน์พิเศษภายใต้ชื่อ “ดิสนีย์ ซุม ซุม คริสต์มาส คอลเลกชัน (Disney Tsum Tsum Christmas Collection)” เมื่อปลายปีที่ผ่านมา

คราวนี้ สุรนาม พานิชการ หัวเรือใหญ่ของโทฟุซังคาดหวังว่า ปีนี้ยอดขายจะเติบโตอย่างมาก รวมทั้งฐานลูกค้าก็คงจะเพิ่มมากกว่า 30% เลยทีเดียว

*โค้ก ส่งลิมิเต็ด ร่วมเผด็จศึก*
งานนี้เครื่องดื่มโค้กต้านกระแสไม่ไหว ขอร่วมเผด็จศึกอีกราย โดยโค้ก’ (Coke)หรือ ‘โคคา-โคลา’ (Coca-Cola) ในประเทศไทย ได้เปิดตัวบรรจุภัณฑ์ดีไซน์พิเศษกับ ‘โค้ก อเวนเจอร์ส เอนด์เกม’ กับ 7 ลายกราฟิกสุดเท่ของ 7 เหล่าขุนพลซูเปอร์ฮีโร่กู้โลกในทีมอเวนเจอร์สขวัญใจมวลชน


ได้แก่ Iron Man, Captain America, Thor , Hulk, Black Widow, Hawkeye และ Captain Marve ที่มาในรูปแบบกระป๋องโค้ก สูตรไม่มีน้ำตาล หรือ Coke No Sugarขนาด 325 มิลลิลิตร เครื่องดื่มปราศจากน้ำตาลภายใต้เครื่องหมาย “เครื่องดื่มทางเลือกสุขภาพ” ให้คนรักมาร์เวล รักโค้ก และรักสุขภาพ ได้เติมความสดชื่น

**แกร็บ ร่วมกู้โลก กับแคมเปญ "พิชิตทุกวันด้วยแอปเดียว"
งานนี้ แกร็บ ในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีสัญชาติสิงคโปร์ ที่ให้บริการเรียกรถ, แท็กซี่, วินมอเตอร์ไซค์, ส่งพัสดุ และสั่งอาหาร ผ่านทางแอปพลิเคชันบนมือถือ พร้อมผนึกกำลังสนับสนุนการกู้โลกด้วยการจับมือกับทางมาร์เวล สตูดิโอ เปิดตัวแคมเปญ ‘พิชิตทุกวันได้ด้วยซูเปอร์แอปแค่แอปเดียว เพื่อมอบสิทธิประโยชน์มากมายให้แก่ผู้ใช้แกร็บ และคาดหวังว่าจะช่วยทำให้ชีวิตสะดวกสบายยิ่งขึ้นเพียงใช้ซูเปอร์แอปของแกร็บเพียงแอปเดียว

"ถึงแม้ว่าปฏิบัติการนี้จะช่วยกอบกู้โลกไม่ได้ แต่ก็มั่นใจได้ว่าเราสามารถช่วยคุณจากสารพัดเรื่องวุ่นวายในชีวิตประจำวันได้แน่นอน"

นอกจากนี้ ผู้ใช้แกร็บทุกคนสามารถลุ้นรับบัตรชมภาคสุดท้ายของภาพยนตร์แฟรนไชส์ ‘Avengers : Endgame’ จากมาร์เวล สตูดิโอ รวมถึงของพรีเมียมสุดพิเศษ เพียงแค่ใช้บริการที่หลากหลายของแกร็บก็มีโอกาสเดินทางไปร่วมงาน ‘คอมิก-คอน 2019’ ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา สามารถติดตามข้อมูลและรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรโมชันต่างๆ ได้ที่ https://www.grab.com/th/avengers-endgame/

** Focus จัดใหญ่ ทุกรุ่นแลกตั๋วหนังฟรี

จะเป็นแบรนด์ใหญ่แบรนด์เล็กต่างพร้อมสนับสนุนการกู้โลกในครั้งนี้ เช่นเดียวกับ กระจกกันรอย Focus ทุกรุ่นที่ซื้อวันนี้ สามารถแลกรับบัตรชมภาพยนตร์ฟรี เริ่มตั้งแต่วันที่ 15 เมษายน-15 ตุลาคม 2562 กับทางโรงภาพยนตร์ในเครือ SF ทุกสาขา ยกเว้นโรงภาพยนตร์ Emprivé Cineclub

**เฟิร์สช้อยส์ อัดรางวัล 4 ล้านเผด็จศึก

ตบท้ายด้วย บัตรเฟิร์สช้อยส์ ที่ได้จัดแคมเปญ Marvel Studios' Avengers : Endgame รูดแล้ววาร์ป ลุ้นบินลัดฟ้าสู่ดูไบ จักรวาลแห่งความมัน ไป Marvel Zone ที่ Dubai’s IMG World of Adventure และรับบัตรชมภาพยนตร์พร้อมของรางวัลมากมายให้แก่สมาชิก รวมมูลค่าของรางวัลกว่า 4.4 ล้านบาท เช่น แพกเกจทัวร์ดูไบ 6 วัน 4 คืน 22 ที่นั่ง, เพาเวอร์แบงก์ Avengers : ENDGAME 1,000 รางวัล, หมวก Avengers : ENDGAME 1,000 รางวัล เริ่มตั้งแต่ 15 เม.ย. ถึง 30 มิ.ย.นี้ และบัตรชมภาพยนตร์ Avengers : ENDGAME ตามเงื่อนไขการรูดใช้บัตร ตั้งแต่ 15 เม.ย.-30 เม.ย.นี้

อย่างไรก็ตาม ในช่วงสัปดาห์แรกของการเข้าฉายภาพยนตร์ Avengers : ENDGAME หรือตั้งแต่วันที่ 24 เม.ย. 62 นี้ เชื่อว่ายังจะมีแบรนด์สินค้าอีกหลายแบรนด์ที่ขอร่วมโหนกระแสกับการใช้ลิขสิทธิ์คาแรกเตอร์จากภาพยนตร์ดังกล่าวมาทำการตลาด ล่าสุดที่พร้อมเปิดตัวในสัปดาห์นี้คือ "บิ๊กกัฟล์" เครื่องดื่มในรูปแบบน้ำกดจากทางร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่น ในขนาด 22 ออนซ์ ราคาปกติ 22 บาท มาให้ได้สะสมกัน รวมถึงโปรโมชันสะสมแต้มของกลุ่มทรูกับทางร้าน 7-อีเลฟเว่น ที่สามารถแลกรับสินค้าลิขสิทธิ์พรีเมียมจากทาง Marvel อีกทางหนึ่งด้วย

**ไทม์ไลน์ ก่อนถึง Avengers : ENDGAME **
ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา มาร์เวล สตูดิโอ ปูทาง Avengers ไว้กว่า 20 เรื่อง สู่ปีที่ 11 รวมแล้ว 22 เรื่อง กับบทสรุป ใน Avengers : ENDGAME ซึ่งทำรายได้รวมไปกว่า 560,000 ล้านบาท ตามไทม์ไลน์ ดังนี้

- ปี2008 Iron Man ต้นทุน 4,600 ล้านบาท รายได้ 19,000 ล้านบาท
- ปี2008 The Incredible Hulk ต้นทุน 4,900 ล้านบาท รายได้ 8,500 ล้านบาท
- ปี2010 Iron Man 2 ต้นทุน 6,500 ล้านบาท รายได้ 20,500 ล้านบาท
- ปี2011 Thor ต้นทุน 4,900 ล้านบาท รายได้ 14,500 ล้านบาท
- ปี2011 Captain America: The First Avengers ต้นทุน 4,600 ล้านบาท รายได้ 12,000 ล้านบาท
- ปี2012 The Avengers ต้นทุน 7,200 ล้านบาท รายได้ 49,500 ล้านบาท
- ปี2013 Iron Man 3 ต้นทุน 6,500 ล้านบาท รายได้ 39,500 ล้านบาท
- ปี2013 Thor: The Dark World ต้นทุน 5,500 ล้านบาท รายได้ 21,000 ล้านบาท
- ปี2014 Captain America: The Winter Soldier ต้นทุน 5,500 ล้านบาท รายได้ 23,000 ล้านบาท
- ปี2014 Guardians of the Galaxy ต้นทุน 5,500 ล้านบาท รายได้ 25,000 ล้านบาท
- ปี2015 Avengers: Age of Ultron ต้นทุน 8,200 ล้านบาท รายได้ 45,500 ล้านบาท
- ปี2015 Ant-Man ต้นทุน 4,200 ล้านบาท รายได้ 17,000 ล้านบาท
- ปี2016 Captain America: Civil War ต้นทุน 8,200 ล้านบาท รายได้ 37,500 ล้านบาท
- ปี2016 Doctor Strange ต้นทุน 5,400 ล้านบาท รายได้ 22,000 ล้านบาท
- ปี2017 Guardians of the Galaxy Vol.2 ต้นทุน 6,500 ล้านบาท รายได้ 28,000 ล้านบาท
- ปี2017 Spider-Man Homecoming ต้นทุน 5,700 ล้านบาท รายได้ 28,500 ล้านบาท
- ปี2017 Thor: Ragnarok ต้นทุน 5,900 ล้านบาท รายได้ 26,500 ล้านบาท
- ปี2018 Black Panther ต้นทุน 6,350 ล้านบาท รายได้ 42,767 ล้านบาท
- ปี2018 Avengers: Infinity War ต้นทุน 12,000 ล้านบาท รายได้ 65,040 ล้านบาท
- ปี2018 Ant-Man and the Wasp ต้นทุน 6,350 ล้านบาท รายได้ 19,770 ล้านบาท
- ปี2019 Captain Marvel ต้นทุน 5,550 ล้านบาท รายได้ 33,800 ล้านบาท
- ปี2019 Avengers :Endgame




กำลังโหลดความคิดเห็น...