ครม.อนุมัติลงนามเปิดเดินรถไฟเชื่อม “บ้านคลองลึก-ปอยเปต” นายกฯ ไทย-กัมพูชา ร่วมทดลองนั่งรถไฟขบวนพิเศษ 22 เม.ย.นี้ “อาคม” เผยเดินรถไฟได้จริงต้องรอ ร.ฟ.ท.เจรจารายละเอียด เงื่อนไขเดินรถโดยสารและสินค้าระหว่างประเทศก่อน
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ (17 เม.ย.) มีมติอนุมัติการจัดทำความตกลงการเดินรถไฟร่วมกัน ระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา และอนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้ลงนามฝ่ายไทย ซึ่ง จะมีการลงนามร่วมกันในวันที่ 22 เม.ย. 2562 โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของไทย จะดินทางร่วมการลงนามดังกล่าวและพิธีส่งมอบรถดีเซลราง (Diesel Multiple Unit : DMU) คลาสสิก จำนวน 1 ขบวน (4 ตู้) ให้กับกัมพูชา โดย พล.อ.ประยุทธ์ และนายกรัฐมนตรีฮุน เซน ของกัมพูชา และจะร่วมทดลองนั่งรถไฟขบวนพิเศษ ระหว่างสถานีบ้านคลองลึกไปยังสถานีปอยเปตด้วย
นอกจากนี้จะมีพิธีฉลองความสำเร็จในการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา (บ้านหนองเอี่ยน-สตึงบท) และพิธีวางศิลาฤกษ์โครงการก่อสร้างอาคารด่านศุลกากรและถนนเชื่อมต่อฝั่งกัมพูชา และพิธีเปิดสถานีรถไฟด่านพรมแดนบ้านคลองลึกอีกด้วย
สำหรับการเดินรถไฟเชื่อม ไทย-กัมพูชานั้น เป็นผลมาจากการลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่าง 2 ประเทศ ว่าด้วยการเชื่อมโยงโครงข่ายทางรถไฟ เมื่อวันที่ 30 ต.ค. 2557 โดยปัจจุบันการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ได้ดำเนินการปรับปรุงเส้นทางรถไฟและก่อสร้างสะพานรถไฟระหว่างประเทศ ข้ามคลองพรหมโหด และฝั่งกัมพูชาปรับปรุงสถานีปอยเปต แล้วเสร็จสมบูรณ์
สำหรับการเดินรถไฟเชื่อมไทย-กัมพูชา จากบ้านคลองลึก-ปอยเปตอย่างเป็นทางการนั้น การรถไฟไทยและการรถไฟฯ กัมพูชา ยังเหลือความตกลงสาระสำคัญที่เกี่ยวข้องระหว่างประเทศ ครอบลุมทั้งด้านการโดยสารและการขนส่งสินค้ามี 7 ข้อ ได้แก่ 1. การกำหนดนิยามคำศัพท์และการตีความ เช่น สถานีรถไฟระหว่างประเทศ สถานีชายแดน ทรัพย์สินร่วม 2. การระบุถึงกรรมสิทธิ์ที่ดิน 3. พนักงานสถานีระหว่างประเทศ 4. การจัดการเดินรถผ่านแดน การตกลงจำนวนเที่ยววิ่ง 5. การจัดหาล้อเลื่อนและการคิดค่าลากจูง 6. ความรับผิดชอบต่อความเสียหาย และค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมล้อเลื่อน 7. ความรับผิดชอบต่อการสูญเสียชีวิต การบาดเจ็บ สินค้าสูญหาย ตลอดจนการอำนวยความสะดวกในการเดินรถผ่านแดน และการชำระบัญชี
“หลังจากนี้การรถไฟฯ ไทยจะหารือกับรถไฟกัมพูชาว่าจะจัดบริการที่สถานีปอยเปตพร้อมเมื่อใด รวมถึงกำหนดจำนวนเที่ยว และให้กัมพูชาดูในเรื่องโรงเก็บรถไฟ ที่รถไฟหยุดวิ่งหลัง 22.00 น.ที่ด่านปิด และการซ่อมบำรุงรักษารถไฟ การเติมน้ำมัน เหล่านี้เป็นรายละเอียดที่รถไฟจะต้องเจรจา เพราะทางฝั่งกัมพูชายังไม่เรียบร้อย” นายอาคมกล่าว
สำหรับการเปิดเดินรถไฟระหว่างประเทศดังกล่าว จะเป็นการเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคม ในแนวเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจตอนใต้ (Southern Economic Corridor : SEC) และส่งเสริมการเคลื่อนย้ายคนและสินค้าระหว่างไทยและกัมพูชา อันจะเป็นประโยชน์ต่อการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และการเดินทางไปมาหาสู่ของประชาชนทั้งสองประเทศ


