xs
xsm
sm
md
lg

TOP เร่งสรุปผลศึกษาต่อยอดโครงการ CFP

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ไทยออยล์คาดสรุปการศึกษาต่อยอดนำแนฟทาจากโครงการ CFP เพื่อผลิตปิโตรเคมีในสิ้นปีนี้ว่าจะลงทุนเองหรือร่วมทุนเครือ ปตท. ด้านผลการดำเนินงานไตรมาส 1/62 ฟันกำไรจากสต๊อกน้ำมัน


นายอธิคม เติบศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)(TOP) เปิดเผยความคืบหน้าโครงการพลังงานสะอาด (CFP) มูลค่า 4,719 ล้านเหรียญสหรัฐว่า ขณะนี้บริษัทฯ อยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ในการนำแนฟทาที่ได้จากโครงการ CFP รวมทั้งสิ้น 1 ล้านตันต่อปีมาต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มทำปิโตรเคมี โดยไทยออยล์พิจารณาว่าปริมาณแนฟทาเหลือเพียงพอที่จะดำเนินการโครงการเอง หรือร่วมทุนกับบริษัทในเครือ ปตท. เช่น บมจ.พีทีที โกลบอลเคมิคอล และ บมจ.ไออาร์พีซี คาดว่าจะได้ข้อสรุปในปีนี้


ปัจจุบันโครงการ CFP อยู่ระหว่างการออกแบบวิศวกรรม คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในเดือน มิ.ย.นี้ และแล้วเสร็จในปี 2565 ส่วนแหล่งเงินทุนโครงการ CFP มาจากกระแสเงินสดที่มีอยู่ 7 หมื่นล้านบาท และออกบอนด์อีก 1 พันล้านเหรียญสหรัฐหรือราว 3 หมื่นกว่าล้านบาท รวม 1 แสนล้านบาท และบริษัทฯ ยังมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษีและค่าเสื่อมราคา (EBITDA) ปีละ 700-800 ล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อหักเงินปันผลและภาษีเหลือปีละ 300-400 ล้านเหรียญสหรัฐ จึงเพียงพอต่อการลงทุนโดยบริษัทฯ ไม่ต้องปรับโครงสร้างทางการเงิน


โครงการ CFP จะทำให้ไทยออยล์มีกำลังการกลั่นน้ำมันเพิ่มขึ้นจาก 2.75 แสนบาร์เรล/วัน เป็น 4 แสนบาร์เรล/วัน โดยน้ำมันสำเร็จรูปที่กลั่นได้ส่วนใหญ่เป็นน้ำมันดีเซลและน้ำมันอากาศยาน ส่วนเบนซินไม่ได้ผลิตเพิ่มขึ้น จึงไม่ได้รับผลกระทบจากเทรนด์การใช้ยานยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น และสามารถส่งออกน้ำมันดีเซลที่เกินความต้องการใช้ได้ เนื่องจากประเทศอาเซียนเป็นประเทศนำเข้าพลังงาน


นายอธิคมกล่าวถึงผลการดำเนินงานบริษัทในไตรมาส 1/2562 ว่า ในไตรมาสนี้บริษัทฯ จะมีกำไรจากสต๊อกน้ำมัน เนื่องจากคาดว่าราคาน้ำมันดิบปิดในไตรมาสนี้เฉลี่ย 64 เหรียญสหรัฐ/บารเรล สูงกว่าราคาน้ำมันดิบปิดไตรมาส 4/61 ที่ 57 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล


ด้านนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (PTTGC) กล่าวว่า บริษัทได้มีการศึกษาร่วมกับไทยออยล์ในการนำแนฟทา ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากโครงการ CFP มาต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่ม ซึ่ง PTTGC มีโครงการ Olefins Reconfiguration (ORP) เป็นโครงการที่นำแนฟทามาเป็นวัตถุดิบ (Feedstock) เพื่อผลิตเอทิลีน 500,000 ตันต่อปี โพรพิลีน 261,000 ตันต่อปี เพื่อต่อยอดไปสู่กลุ่มอุตสาหกรรมขั้นต่อเนื่อง (Downstream) ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป


กำลังโหลดความคิดเห็น...