xs
xsm
sm
md
lg

สองฟูดเชนยักษ์ลุยร้านอาหารตามสั่ง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ผู้จัดการรายวัน 360 - สองค่ายใหญ่ฟูดเชน เปิดศึกขยายตลาดร้านอาหารสู่ระดับล่าง ผุดแบรนด์ใหม่ขายอาหารตามสั่งเจาะตลาดแมส ด้านซีอาร์จี ส่งร้าน อร่อยดี ลุยตลาด ฟากเซนปั้นแบรนด์ เขียง ลุยศึก

ตลาดรวมธุรกิจร้านอาหารในประเทศไทยเมื่อปี 2561 ประมาณการกันว่าทั้งระบบมีมูลค่ารวมไม่ต่ำกว่า 410,000 ล้านบาท โดยมีอัตราการเติบโตไม่ต่ำกว่า 3-5% ต่อปี ซึ่งมีปัจจัยหลักมาจากการที่ผู้ประกอบการทุกแบรนด์ที่เปิดอยู่แล้วมีการเร่งขยายสาขาใหม่ๆ อยู่ต่อเนื่องประกอบกับผู้ประกอบการแบรนด์ใหม่ๆ ที่เข้าสู่ตลาดต่อเนื่องเช่นกันในหลากหลายรูปแบบ ทั้งนี้ในตลาดดังกล่าวพบว่าเป็นตลาดเซกเมนต์ที่เป็นฟูดเชนมากกว่า 1 ใน 3 แล้ว

อย่างไรก็ตาม ทิศทางตลาดของร้านอาหารในไทย ดูเหมือนยังคงมีแนวโน้มการเติบโตเช่นนี้อย่างต่อเนื่อง ในทุกกลุ่มตลาดทั้งระดับบน กลาง และตลาดล่างหรือแมส

แต่ในขณะที่ภาวะเศรษฐกิจของไทยยังอยู่ในช่วงที่ชะลอตัว กำลังซื้อของผู้บริโภคยังไม่ฟื้นเต็มที่เท่าที่ควร ดูเหมือนว่าจะเป็นปัจจัยที่ทำให้ตลาดล่างมีการเติบโตที่ดี โดยเฉพาะตลาดร้านอาหารระดับแมส

การเคลื่อนทัพของ 2 ค่ายใหญ่บ่งบอกสถานการณ์ได้อย่างดี เมื่อบริษัท เซน คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด กับ บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองต์ส กรุ๊ป จำกัด หรือซีอาร์จี ต่างก็กระโจนเข้าสู่ตลาดร้านอาหารระดับล่างด้วยกันทั้งคู่ ทั้งๆที่สองกลุ่มนี้เดิมจะเปิดร้านอาหารที่จับกลุ่มระดับกลางและบนทั้งสิ้น

นายณัฐ วงศ์พานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป หรือ “ซีอาร์จี” กล่าวว่า ในปี2562นี้ทางซีอาร์จีจะขยายธุรกิจแบรนด์ใหม่ๆที่พัฒนาขึ้นมาเองรวมทั้งการขยายธุรกิจในแบรนด์เดิมที่รับไลเซนส์มาด้วย เพื่อปรับเปลี่ยนบทบาทของซีอาร์จีไปสู่อินโนเวเตอร์ จากเดิมที่เป็นเพียงผู้ปฎิบัติหรือ Transform from Operator to Innovator

ทั้งนี้ ซีอาร์จีได้เผยโฉมร้านอาหารใหม่ 2 แบรนด์ คือ 1. ร้านอร่อยดี เป็นเซกเมนต์ร้านอาหารตามสั่ง และ 2.สุกี้เฮาส์ เป็นสุกี้สไตล์ซีอาร์จี ซึ่งทั้งสองแบรนด์นี้จับกลุ่มตลาดล่าง โดยเฉพาะร้านอร่อยดี แทบจะเรียกได้ว่าเป็นร้านขายอาหารตามสั่งที่คนไทยมีความคุ้นเคยกันดีก็ไม่ผิด

ร้านอร่อยดี เป็นร้านอาหารไทยตามสั่ง เน้นความสะอาด สดจากเตา เย็นสบายและราคาที่เข้าถึงได้ พัฒนาสูตรอาหารเฉพาะจากเชฟมากประสบการณ์ของซีอาร์จี เช่น เมนูข้าวไข่ข้น ข้าวกระเพราไก่สับ-ไข่กรอบ เส้นจันทน์ผัดไทย ราคาเริ่มต้น 59 บาท ซึ่งมีบริการทุกแบบทั้ง นั่งทานในร้าน แบบเทคอะเวย์ และแบบดีลิเวอรี่

แบรนด์อร่อยดี เปิดไปแล้ว 3 สาขา เป็นการทดลองตลาดก่อน คือที่ สีลมซอย 32, ปั๊มน้ำมัน ปตท. สายไหม, ไทวัสดุ บางนา ซึ่งทั้งหมดเป็นการลงทุนเองก่อน และมีเป้าหมายที่จะขยายอีกประมาณ 10 สาขาในปี2562นี้ และมีเป้าหมายที่จะขายแฟรนไชส์ในอนาคตด้วย เมื่อธุรกิจประสบความสำเร็จตามแผนงาน

“มั่นใจว่าธุรกิจร้านอาหารอร่อยดีนี้จะได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคอย่างดี เพราะเป็นร้านที่ขายราคาไม่แพง แม้ตอนนี้จะมีสาขาน้อยก็ตามเพราะเพิ่งเริ่ม แต่ยังอยู่ในช่วงทดลอง ซึ่งคาดว่าจะคืนทุนประมาณ 3 ปีแต่ละร้าน” นายณัฐกล่าว

ขณะที่ร้านสุกี้เฮ้าส์ เตรียมที่จะเปิดเผยโฉมสาขาแรกในเดือนเมษายน จับกลุ่มระดับกลางลงล่างเช่นกัน

นายศิรุวัฒน์ ชัชวาลย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มธุรกิจใหม่ บริษัท เซน คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า ทางเซนกรุ๊ป ได้เปิดตัวร้านอาหารแบรนด์ "เขียง" เป็นร้านที่ขายอาหารแบบตามสั่ง เจะกลุ่มเป้าหมาย คนที่ชอบทานอาหารไทย และ อาหารตามสั่ง มีเมนูอาหารตามสั่งประมาณ 15 เมนู โดยราคาอาหารเริ่มต้นที่ 50 -150 บาท

ร้านเขียง จะใช้พื้นที่ขายประมาณ 50 ตร.ม มีพนักงานประมาณ 7 คนภายใน 1 ร้าน และร้านรับลูกค้าประมาณ 25 ท่านต่อรอบ ซึ่งขณะนี้เปิดบริการแล้ว 2 สาขา ตั้งอยู่ที่ ในปั๊มน้ำมันปตท.เจษฎาบดินทร์ และปตท. เกษตรนวมินทร์ ซึ่งการเปิดในปั๊มน้ำมันจะยิ่งทำให้ได้ลูกค้ามากกว่าการเปิดในทำเลอื่น

โดยมีแผนที่จะเปิดสาขาใหม่จากนี้อีก 4 สาขา เจาะทำเลในปั๊มน้ำมันและคอมมูนิตี้มอลล์ ครอบคลุมพื้นที่กระจายในทุกที่ ห้าง ตึกแถว คอนโด ด้วย เพื่อความหลากหลายและรวดเร็วในการขยายสาขา ซึ่งในอนาคตก็มีแผนที่จะเปิดขายระบบแฟรนไชส์ด้วยเช่นกัน โดยลงทุนประมาณ 3 ล้านบาทต่อสาขา

จุดเด่นของร้านเขียง คือ 1. ความน่าสนใจเน้น รสชาติ จัดจ้าน ถึงเครื่อง ถึงใจ ผู้บริโภค 2. สุขอนามัยของวัตถุดิบที่มีคุณภาพ 3. ความเร็วของการทำเวลา 4. ความน่าเชื่อถือในแบรนด์คุณภาพ 5. สูตรอาหารที่มีความแตกต่าง 6.ราคาที่สมเหตุผลกับรสชาติและความพึงพอใจ 7. ทำเลที่ดี

“แผนการตลาดของร้านเขียง เราเน้นการมองตลาดผ่านรสชาติอาหาร อร่อยบอกต่อ คือ ปัจจัยหลัก โดยแผนการประชาสัมพันธ์คือ ใช้ Social Media Online & Offline เน้นการทำตลาดด้วยรสชาติ และเน้นการบอกต่อ” นายศิรุวัฒน์ กล่าว


ร้านเขียง สามารถเปิดได้ทุกแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็นร้านแบบนั่งทาน แบบเทกอะเวย์ หรือแม้แต่ดีลิเวอรี ซึ่งกลุ่มเซนก็มีแผนที่จะเปิดบริการคอลล์เซ็นเตอร์ และดีลิเวอรีด้วย โดยตั้งเป้าหมายสัดส่วนรายได้ช่องทางดีลิเวอรีประมาณ 10%


กำลังโหลดความคิดเห็น...