คมนาคมสั่ง ร.ฟ.ท.เร่งทบทวนสายสีแดง “ตลิ่งชัน-ศิริราช” ปรับลดค่าก่อสร้าง 883 ล้าน หลังบอร์ด สศช.ให้ย้ายโรงซ่อมหัวจักรธนบุรีออกจากพื้นที่แทนการปรับปรุงเพื่อลดปัญหาฝุ่นควัน “วรวุฒิ” คาดชง ครม.เริ่มประมูลในปีนี้ สร้างเสร็จปี 66-67
แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคมเปิดเผยว่า ขณะนี้ได้นำเสนอโครงการก่อสร้างระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงรังสิต-มธ.รังสิต ระยะทาง 8.9 กม. วงเงิน 6,570.40 ล้านบาท และสายสีแดงอ่อน ช่วงตลิ่งชัน-ศาลายา ระยะทาง 19.7 กม. วงเงิน 10,202.18 ล้านบาท ต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว คาดว่าจะได้บรรจุเข้าวาระพิจารณาเร็วๆ นี้
ส่วนสายสีแดงอ่อน ช่วงตลิ่งชัน-ศิริราช ระยะทาง 6 กม. วงเงิน 7,469.43 ล้านบาท ซึ่งคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (บอร์ด สศช.) ได้มีมติเห็นชอบแล้ว โดยมีความเห็นให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ทบทวนแผนโรงซ่อมรถจักรสถานีธนบุรีใหม่ จากเดิมที่จะให้มีการปรับปรุงในพื้นที่เดิม เป็นย้ายออกไปดำเนินการก่อสร้างในพื้นที่แห่งใหม่ ซึ่งทำให้ต้องปรับลดค่าก่อสร้างในส่วนนี้ออกจากโครงการประมาณ 883 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้มูลค่าโครงการอยู่ที่ประมาณ 6,586 ล้านบาท
กระทรวงคมนาคมได้พิจารณาเห็นตรงกันกับความเห็นของบอร์ด สศช.แล้ว และให้ ร.ฟ.ท.นำเสนอคณะกรรมการ (บอร์ด) ให้รับทราบเพื่อยืนยันตัวเลขโครงการใหม่ก่อนนำเสนอ ครม.ต่อไป
“เดิมแผนสายสีแดงจะปรับปรุงโรงซ่อมรถจักรที่สถานีรถไฟธนบุรีให้ใหม่ โดยยังคงอยู่ที่บริเวณเดิม แต่ทาง สศช.เห็นว่าโรงซ่อมรถจักรควรย้ายออกจากพื้นที่ชั้นในเพื่อลดปัญหาฝุ่นและควัน ซึ่งรถไฟสามารถหาพื้นที่ตามแนวเส้นทางรถไฟสายใต้ที่อยู่นอกเมืองตั้งโรงซ่อมรถจักรได้” แหล่งข่าวกล่าว
นายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กล่าวว่า ร.ฟ.ท.ได้รับทราบแนวทางจากกระทรวงคมนาคมแล้ว กรณีที่ สศช.ให้ปรับย้ายโรงซ่อมรถจักรธนบุรีออกจากพื้นที่ ซึ่งอยู่ระหว่างรายงานบอร์ด ร.ฟ.ท.ต่อไปโ ดยคาดว่าจะเสนอ ครม.ขออนุมัติโครงการสายสีแดงส่วนต่อขยาย 3 เส้นทางและประมูลภายในปีนี้เพื่อเร่งก่อสร้างให้แล้วเสร็จและเปิดเดินรถในปี 2566-2567 ซึ่งจะทำให้โครงข่ายของสายสีแดงครอบคลุมพื้นที่บริการมากขึ้น
*** รับทราบผลประมูล PPP ไอซีดี ลาดกระบัง
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา บอร์ด ร.ฟ.ท.ได้รับทราบผลการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนโครงการสรรหาเอกชนเพื่อร่วมลงทุนเป็นผู้ประกอบการสถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่อง (ไอซีดี) ลาดกระบัง ตามที่คณะกรรมการตามมาตรา 35 แห่ง พ.ร.บ.ร่วมทุน 2556 เสนอให้กิจการร่วมค้า เอ แอล จี (ประเทศไทย) ประกอบด้วย บริษัท อีสเทิร์นซี แหลมฉบังเทอร์มินัล จำกัด บริษัท เอเวอร์กรีนคอนเทนเนอร์ เทอร์มินัล (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท โอเชี่ยนเน็ตเวิร์ค เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท ไทย อินเตอร์เนชั่นแนล โลจิสติกส์ จำกัด เป็นผู้ได้รับการคัดเลือก โดยหลังจากนี้จะเสนอกระทรวงคมนาคม และคณะรัฐมนตรีต่อไป


