xs
xsm
sm
md
lg

“วรวุฒิ” เผยเสี่ยงหากรับข้อเสนอนอกทีโออาร์-อนุฯ ไฮสปีด 3 สนามบินนัดซีพีเจรจา 12 ก.พ.

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


อนุฯ กก.รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินนัด ซี.พี.เจรจาเงื่อนไข ข้อกฎหมาย ประเด็นกระทบภาพลักษณ์รถไฟต่ออีกยก 12 ก.พ.นี้ “อธิบดีอัยการ” ตั้งเป้าสรุปรายงานคณะ กก.คัดเลือกฯ ขณะที่จ่อตั้งอนุฯ เทคนิคเคลียร์บางประเด็นที่ชัดเจน “วรวุฒิ” ย้ำข้อเสนอนอกกรอบทีโออาร์ หรือเกินอำนาจคงไม่มีใครกล้ารับ

วันนี้ (7 ก.พ.) เวลา 09.00 น. คณะอนุกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ระยะทาง 220 กม. มูลค่า 224,544.36 ล้านบาท ที่มีนางพฤฒิพร เนติโพธิ์ อธิบดีอัยการ สำนักงานที่ปรึกษากฎหมาย สำนักงานอัยการสูงสุด เป็นประธาน ได้ประชุมในประเด็นข้อกฎหมายและร่างสัญญาเมื่อเวลา 09.00น. จากนั้นเวลาประมาณ 10.00 น. ได้เชิญกิจการร่วมค้า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด (ซี.พี.) และพันธมิตรเจรจาต่อรอง

โดยใช้เวลาเจรจาเกือบ 3 ชม. ประธานคณะอนุกรรมการฯ ได้กล่าวว่า ได้ต่อรองในเรื่องเงื่อนไขสัญญา ซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อกฎหมาย ประเด็นกลุ่มที่มีผลต่อภาพลักษณ์ของรถไฟ ที่มีความยากปานกลาง โดยจะต้องนัดประชุมเจรจาอีกครั้งในวันที่ 12 ก.พ. เวลา 13.30 น. ซึ่งคาดว่าจะสามารถทำข้อสรุปเพื่อรายงานผลการเจรจาต่อคณะกรรมการคัดเลือกชุดใหญ่ได้

รายงานข่าวแจ้งว่า คณะกรรมการคัดเลือกฯ อาจจะมีการตั้งคณะทำงานขึ้นอีกชุด เพื่อพิจารณาประเด็นทางเทคนิคที่ยังมีปัญหาบางส่วน เพื่อให้ช่วยรวบรวมข้อมูลและสรุปนำเสนอคณะกรรมการคัดเลือกชุดใหญ่ฯ ที่มีภารกิจมาก และเวลาในการประชุมน้อย เพื่อเร่งการทำงานให้เร็วขึ้น แต่ทั้งนี้ยังตั้งเป้าสรุปการเจรจาในเดือน ก.พ.นี้ตามกรอบ

ด้านนายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน รักษาการแทนผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการคัดเลือกฯ กล่าวว่า ในการเจรจากับเอกชนจะต้องคุยกันทุกประเด็น จะไม่หยิบบางประเด็นมาเจรจา ซึ่งคณะกรรมการคัดเลือกฯ มีกรอบในการทำงาน มีอำนาจในการทำงาน และมีหน้าที่เสนอผลการคัดเลือกต่อคณะกรรมการอีอีซี โดยต้องมีเหตุผล หากมีประเด็นใดที่เกินกรอบ เกินอำนาจ คณะกรรมการคัดเลือกฯ ไม่กล้ารับ ตอนนี้ยังไม่สรุป การเจรจายังไม่จบ ยังบอกไม่ได้ว่าให้อะไร/ไม่ให้อะไร หรือยอม/ไม่ยอมประเด็นไหน

“ยังยืนยันว่าหากข้อเสนอผิดจากทีโออาร์มากๆ ไม่มีใครกล้ารับแน่นอน หรือรับในสิ่งที่ไม่ควรรับ ซึ่งทีโออาร์กำหนดให้เปิดซองราคาใครเสนอต่ำสุด ได้เจรจาและเปิดข้อเสนอในซองที่ 4 หากเจรจากันไม่ได้ข้อยุติ ให้เรียกรายที่ 2 มาเจรจา ตรงนี้ชัดเจน ส่วนเจรจาจะจบก็ต่อเมื่อทั้งสองฝ่ายต้องตกลงร่วมกัน ไม่ใช่อีกฝ่ายจบแล้วแต่อีกฝ่ายไม่จบ ต้องบอกว่าการเจรจาโครงการนี้ไม่ง่ายเพราะมุมมองภาครัฐและเอกชนอาจจะต่างกันบ้าง และไม่ได้มีเงื่อนไขว่าจะต้องเร่งให้จบในรัฐบาลชุดนี้ แต่เป้าหมายจะพยายามให้สรุปผลในเดือน ก.พ.”


กำลังโหลดความคิดเห็น...