xs
xsm
sm
md
lg

ผลงานชิ้นสุดท้าย “สนธิรัตน์” ลงนามร่วมมือเศรษฐกิจไทย-จีน 7 สาขา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เผยผลงานชิ้นสุดท้าย “สนธิรัตน์” ในตำแหน่งรัฐมนตรีพาณิชย์ เซ็นลงนามกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจไทย-จีน 7 สาขา มั่นใจช่วยเพิ่มขีดความสามารถของทั้งสองประเทศเพิ่มขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า เมื่อวันที่ 29 ม.ค. 2562 ที่ผ่านมา นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้ลงนามเอกสารยกระดับกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจไทย-จีน หลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้พิจารณาให้เห็นชอบ ถือเป็นงานชิ้นสุดท้ายในตำแหน่งก่อนที่จะลาออก โดยเรื่องนี้ถือเป็นงานสำคัญเพราะเป็นความพยายามในการขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจในสาขาสำคัญกับจีน ที่จะช่วยพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยและจีน

โดยความร่วมมือที่จะดำเนินการมี 7 สาขา ได้แก่ 1. ด้านการค้า ทั้งสองฝ่ายจะร่วมมือกับขยายการค้าให้บรรลุเป้าหมาย 140,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2564 จะดำเนินการส่งเสริมความร่วมมือการค้าสินค้าเกษตร และจัดให้มีการประชุมคณะกรรมการร่วมว่าด้วยการค้า การลงทุน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจไทย-จีน เป็นต้น 2. ด้านอุตสาหกรรมและการลงทุน จะส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น ยานยนต์พลังงานทางเลือกใหม่ ยานยนต์เชื่อมต่ออัจฉริยะ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เทคโนโลยีชีวภาพทางเกษตรกรรม อาหารเพื่ออนาคต หุ่นยนต์ การบินและลอจิสติกส์

3. ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม จะส่งเสริมความร่วมมือภายใต้คณะกรรมการร่วมว่าด้วยความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีไทย-จีน การถ่ายทอดเทคโนโลยี รวมถึงการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหาร การเข้าร่วมโครงการสำรวจด้านอวกาศของจีน 4. ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร จะร่วมกันส่งเสริมความร่วมมือด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยี 5 จี ยกระดับความเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสาร เพื่อเชื่อมโยงไทยกับข้อริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางของจีน

5. ด้านการเงิน จะส่งเสริมการใช้เงินบาท และเงินหยวนในการทำธุรกิจ และขยายความร่วมมือและส่งเสริมบริการการเงินสมัยใหม่ (ฟินเทค) 6. ด้านการท่องเที่ยว จะส่งเสริมการท่องเที่ยวคุณภาพ และมีมาตรการด้านความปลอดภัยในการเดินทางของนักท่องเที่ยวทั้ง 2 ประเทศ และ 7. ด้านความร่วมมือทางเศรษฐกิจในระดับภูมภาค จะส่งเสริมภาคเอกชนให้ใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) อาเซียน-จีน รวมถึงความร่วมมือของสองประเทศในกรอบต่างๆ


กำลังโหลดความคิดเห็น...