ผู้จัดการรายวัน– O&B (โอแอนด์บี) แบรนด์รองเท้าสัญชาติไทย เดินเกมรุกตลาดออนไลน์ จับมือนักลงทุนไทย-เทศขยายฐานกลุ่มลูกค้า สร้างการรับรู้ 360 องศา เล็งต่อยอดสินค้าไลฟ์สไตล์ ตั้งเป้ายอดขายโต 100% หรือคิดเป็น 400 ล้านบาท
นางสาวรรินทร์ ทองมา เจ้าของรองเท้าแบรนด์ O&Bเปิดเผยว่า “ปัจจุบันตลาดออนไลน์ในเมืองไทยมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อเพิ่มทางเลือกให้นักช้อปออนไลน์ ในปี2562นี้เรามีการปรับตัว เป็นมากกว่าธุรกิจ SME หรือร้านขายรองเท้าแบบเดิมๆ ไปสู่การพัฒนาเพื่อนำเสนอสิ่งใหม่ และวาง Positioning เป็นสินค้าไลฟ์สไตล์แบรนด์ที่เหมาะสม สอดคล้อง และตอบโจทย์รูปแบบการใช้ชีวิตของผู้บริโภคในปัจจุบันมากขึ้น
เนื่องจากเรามีจำนวนฐานลูกค้าและมีขีดความสามารถในการพัฒนาสินค้าโดยวางแผนขยายสาขาเพิ่มภายในปีนี้อีก 5 สาขาตามเส้นรถไฟฟ้า ซึ่งตรงกับกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ สาขาเอ็มโพเรียม เป็นแฟล็กชิปสโตร์บนพื้นที่ขนาด70 ตรม.และสาขาเซ็นทรัลชิดลม ในเดือนกุมภาพันธ์ สาขาเซ็นทรัลลาดพร้าว ในเดือนมีนาคม และอีก 2 สาขาภายในสิ้นปี 2562 ซึ่งมั่นใจว่าจะช่วยสร้างความยั่งยืนให้กับบริษัทฯ ได้อย่างแน่นอน ลงทุนด้านสาขารวมกว่า 50 ล้านบาท”
ความสำเร็จของแบรนด์ตลอด 7 ปีที่ผ่านมาคือการทำความเข้าใจกลุ่มเป้าหมายหลักอย่างลึกซึ้ง คือกลุ่มผู้หญิงวัยรุ่นและวัยทำงานที่ใช้โซเชียลมีเดียเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต มีความเป็นตัวของตัวเอง คิดและตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีและเหมาะสมให้แก่ตัวเองได้เสมอ รวมถึงยังเดินหน้าสร้างแบรนด์ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดและมั่นคง ด้วยการไม่หยุดนิ่งและมองหาสิ่งใหม่ๆ
ล่าสุดกับความภาคภูมิใจทั้งของแบรนด์และ คนไทยทั้งประเทศคือการที่ได้รับคัดเลือกจากกองประกวด Miss Universe 2018 เพียงแบรนด์เดียวให้ออกแบบรองเท้าคอลเลกชั่นพิเศษเพื่อสาวงามจากทั่วโลกสวมใส่ตลอดการประกวด เป็นการสื่อสารการตลาดและสร้างการรับรู้แบรนด์ไปยังผู้บริโภคในวงกว้าง ซึ่งผลพลอยได้จากการที่ร่วมงานกับ Miss Universe ทำให้เราเป็นที่รู้จักมากขึ้นไม่ใช่เฉพาะในแง่ของลูกค้าแต่ในแง่ของนักลงทุน และทำให้มีฐานลูกค้าตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้น ได้แก่ ลาว สิงคโปร์ เวียดนาม กัมพูชา พม่า และล่าสุด ประเทศฟิลิปปินส์ แอฟริกาใต้ ซึ่งเรามีแผนจะขยายต่างประเทศด้วยสิงคโปร์คือประเทศแรกที่บริษัทสนใจเข้าไปทำตลาดด้วยลาวและฟิลิปปินส์ เป็นต้น
ในปีนี้เราจึงให้ความสำคัญในการเลือกพันธมิตรทั้งไทยต่างชาติเพื่อขยายตลาด เพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย ซึ่งในปัจจุบันมีนักลงทุนเริ่มให้ความสนใจทั้งในส่วนที่เป็นกองทุนจากต่างประเทศและการลงทุนส่วนบุคคล (Private Equity) ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงเจรจากัน
ขณะที่แผนการดำเนินงานต่อจากนี้จะยังคงขับเคลื่อนแบรนด์ด้วยกลยุทธ์หลัก "ดิจิตอล มาร์เก็ตติ้ง" มาสร้างประสบการณ์และความใกล้ชิดระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภคผ่านโซเชียลมีเดีย และมัดใจผู้บริโภคด้วย Know-How ที่เราใช้ในการทำธุรกิจแฟชั่น E-Commerce กับกลุ่มผู้หญิงที่เป็นผู้บริโภคในระดับ B+ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ O&B เติบโตจนถึงทุกวันนี้
ปัจจุบัน O&B มีฐานลูกค้าใน Facebook 1,000,000 คน และมีการกดแชร์ กดรีโพสต์มากกว่า 3,000,000 ล้านคนขึ้นไปต่อวัน รวมถึงฐานลูกค้าใน Instagram อีก 300,000 คน ยังไม่รวมถึงกลุ่มลูกค้าใน Line@ ซึ่ง Broadcast ครั้งหนึ่งจะไปถึงกลุ่มลูกค้าอีก 100,000 คน
ดังนั้นในแง่ของธุรกิจออนไลน์ถือว่ามีความแข็งแรงมากในส่วนของฐานข้อมูลลูกค้าที่มีกำลังทรัพย์อยู่ในมือ ซึ่งเป็นกำลังสำคัญที่ทำให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนลูกค้าเป็นคนไทยถึง 95% และต่างชาติ 5% แต่ปริมาณengagement ใน social media เป็นคนไทย70%ต่างชาติ 30% จึงเล็งเห็นเป็นโอกาสที่จะขยายตลาดมากยิ่งขึ้นพร้อมกันนี้บริษัทฯ ยังเล็งขยายธุรกิจกลุ่มไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์คนเมือง เป็นการก้าวสู่ความเป็นไลฟ์สไตล์แบรนด์ ที่มีสินค้าหลากหลายไม่ว่าจะเป็นรองเท้า สินค้าแฟชั่น หรือแม้กระทั่งการแตกไลน์ไปยังธุรกิจอื่นๆเพื่อสร้างการเติบโตแบบยั่งยืนในอนาคต”ด้วยการเปิดคาเฟ่ บริเวณชั้น 1 ของโชว์รูม ซอยอารีย์ ช่วงกลางปี 2562
ในช่วงกลางปีมีแผนจะเปิดตัวแบรนด์น้องใหม่ (Sister Brand) ในเครือ ซึ่งอาจจะมีความเป็นไปได้ทั้งการทำแบรนด์รองเท้าใหม่ที่เน้นเจาะตลาดพรีเมี่ยมหรืออาจจะเป็นตลาดแมส
“ทั้งนี้ในปี 2562 ให้ความสำคัญในการเลือกพันธมิตรต่างชาติ ผ่าน market place ของแต่ละประเทศเพื่อร่วมลงทุนและขยายตลาดทั้งออนไลน์ รวมไปถึงตลาดรีเทล(ตลาดค้าปลีก) และ Whole sale (ตลาดค้าส่ง) ซึ่งบริษัทฯ เชื่อมั่นว่าการจับมือกับพันธมิตรทางธุรกิจชั้นนำที่มีความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ เพื่อพัฒนาสินค้า รวมถึงช่องทางขายและการจัดจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ จะช่วยขยายฐานธุรกิจเข้าไปในตลาดใหม่และสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจ รวมทั้งเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจให้โตอย่างก้าวกระโดดสู่การเป็นผู้ผลิตสินค้าไลฟ์สไตล์ผู้หญิงระดับโลกได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน และจะสามารถช่วยผลักดันยอดขายเติบโต 100% หรือคิดเป็นมูลค่า 400 ล้านบาทภายในสิ้นปี 2562 และเป้าหมายรายได้รวม 1,000 ล้านบาท ภายในอีก 5 ปี” นางสาวรรินทร์ กล่าว


