xs
xsm
sm
md
lg

นำร่องท่าเรืออัจฉริยะ พัฒนาระบบคิวรถบรรทุก แก้จราจร ทลฉ.

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ดันแหลมฉบังเป็นท่าเรืออัจฉริยะ “Smart Port “ กทท.จับมือ ดีป้า นำร่องพัฒนาระบบบริหารจัดการจองคิวรถบรรทุก(Truck Queuing) เต็มรูปแบบ แก้จราจรในท่าเรือและพื้นที่รอบๆ ลดต้นทุนโลจิสติกส์ ร่วมมือเอกชน ลงทุน 100 ล. ตั้งเป้าเสร็จใน 1 ปี


วันนี้ (11 ม.ค.) ได้มีการพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนา Smart City ที่ท่าเรือแหลมฉบัง ระหว่าง การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) โดยมีนายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และนายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ร่วมเป็นสักขีพยาน ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ท่าเรือแหลมฉบัง (ทลฉ.) เป็นโครงการนำร่องในการพัฒนาระบบการบริหารจัดการท่าเรืออัจฉริยะ หรือ Smart Port โดยมีการเชื่อมโยงข้อมูลการขนส่งหลากหลายรูปแบบ(Multimodal Transportation) ของการส่งออกและนำเข้า และให้การขนส่งทางเรือ รถไฟ รถบรรทุกมีประสิทธิภาพ มีความคล่องตัวในการบริหารจัดการตู้คอนเทนเนอร์ ลดต้นทุนโลจิสติกส์ แก้ปัญหาจราจร ลดมลภาวะ

นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ที่ผ่านมาการท่าเรือฯได้ปรับปรุงกายภาพของทางเข้าท่าเรือแหลมฉบัง รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เพื่อให้เกิดความสะดวกและแก้ปัญหาการจราจรบนโครงข่ายถนนโดยรอบและภายในเขตท่าเรือ เนื่องจากมีปริมาณรถบรรทุกเข้าสู่ท่าเรือจำนวนมาก โดยเฉพาะวันปลายสัปดาห์ เนื่องจากเรือจะออกจากท่า ทำให้เกิดการจราจรติดขัดที่มอเตอร์เวย์ ซึ่งเป็นเพราะการบริหารจัดการคิวและให้รถบรรทุกทยอยเข้ามาส่งตู้สินค้า แทนที่จะเข้ามาพร้อมๆกัน ในเวลาเดียวกัน

ซึ่งความร่วมมือระหว่างกระทรวงคมนาคมโดยการท่าเรือฯ และกระทรวงดิจิทัลฯ โดยดีป้า ในการ่วมกันพัฒนาระบบร่วมกัน เพื่อบริหารจัดการตู้สินค้า ซึ่งปัจจุบันทลฉ.มีปริมาณ 7 ล้านทีอียูต่อปี โดยมีการขนส่งด้วยรถบรรทุกเข้าไปยังท่าเรือประมาณ 4-5 ล้านทีอียู ขณะที่ทลฉ.เฟส 3 จะเพิ่มปริมาณตู้สินค้าเป็น 18 ล้านทีอียู / ปี ดังนั้นข้อมูลจะมีเพิ่มขึ้นมหาศาล และจะต้องเกิดการเชื่อมโยงกันระหว่างผู้ให้บริการผู้ใช้บริการ ศุลกากร สายเรือ
เพื่อช่วยส่งเสริมการเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งอัจฉริยะ และการบริการของ ทลฉ. ในด้านการขนส่ง การนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ให้ประสบความสำเร็จ โดย กทท. พร้อมผลักดันนโยบายการบริหารจัดการใช้งานจองคิวรถบรรทุกระบบ Truck Queuing อย่างเต็มรูปแบบ และให้มีการชำระค่าบริการผ่านระบบ Smart Port ปรับปรุงข้อมูลผู้ขนส่งที่ครบถ้วนให้เป็นปัจจุบันในระบบ Smart Port และร่วมประชาสัมพันธ์โครงการ Smart Port เพื่อสร้างการรับรู้ต่อไป

หลังจากนี้จะพัฒนาโครงการ SRTO ซึ่งมีปริมาณขนส่ง 2 ล้านทีอียู/ปี จะทำให้ข้อมูลระหว่างท่าเรือ กับไอซีดีลาดกระบังเชื่อมโยงกันและสามารถจัดระบบการขนส่งตู้สินค้ามายังท่าเรือเพื่อขนลงเรือได้แบบไร้รอยต่ออีกด้วย

ด้านนายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า หลักการ ทางกระทรวงฯจะเข้ามาช่วยสนับสนุนการให้บริการของท่าเรือ โดยจะพัฒนาให้เป็น Smart Port และขยายไปสู่ Smart City ซึ่งเป็นเมืองที่อยู่รอบพื้นที่ท่าเรือ ซึ่งจะช่วยทำให้ระบบเศรษฐกิจ ระบบการนำเข้า ส่งส่งออก การขนส่ง มีประสิทธิภาพ โดยนำดิจิตอลเทคโนโลยีเข้ามาช่วย ให้สามารถลดเวลา เพิ่มความปลอดภัย เมื่อประสิทธิภาพเพิ่มผลพลอยได้อื่นๆ จะเกิดขึ้นตามไปด้วย

ดังนั้น Smart Port จะเป็นจุดเริ่มตัวของการร่วมมือระหว่าภาครัฐและเอกชนในแบบประชารัฐ ในขณะที่จะมีการขยายไปที่ เมืองอัจฉริยะ หรือ Smart City ในพื้นที่ EEC ซึ่งจะครอบคลุม จังหวัดชลบุรี ,ระยอง, ฉะเชิงเทรา

สำหรับโครงการการบริหารจัดการใช้งานจองคิวรถบรรทุกระบบ Truck Queuing อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งจะนำร่องพัฒนานั้นจะใช้เงินลงทุนประมาณ 100 ล้านบาท โดยดีป้าและภาคเอกชนที่รวมตัวกันมา ลงทุนฝ่ายละ 50% โดยจะเป็นการทำระบบติดตาม เพื่อนำข้อมูลมาวางแผนในการจัดคิว เพื่อทำSolution Truck Queuing จัดระบบรถบรรทุกในการเข้าออกท่าเรือ โดยจะทยอยดำเนินการและเต็มรูปแบบภายใน 1 ปี

ร้อยตำรวจตรี มนตรี ฤกษ์จำเนียร ผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง รักษาการแทน ผู้อำนวยการ กทท.กล่าวว่า ท่าเรือแหลมฉบังได้นำระบบ Truck Queuing มาใช้ตั้งแต่ปี 2561 แต่ไม่ได้เป็นดิจิตอลเทคโนโลยี เต็มรูปแบบมากนัก ทำให้ยังมีปัญหาและไม่ได้รับความร่วมมือจากผู้ขนส่งมากนัก โดยเรือจะเข้าเทียบท่าในช่วงปลายสัปดาห์ ทำให้รถบรรทุกส่วนใหญ่จะเข้ามาส่งสินค้าในวันพฤหัสบดีและวันศุกร์จำนวนมาก เกิดปัญหาจราจรในท่าเรือและถนนโดยรอบ

ซึ่งหลักการของระบบ Truck Queuing ที่ทลฉ.ใช้ นั้น ได้ให้รถบรรทุกเข้ามาจดทะเบียน และมีเวปไซด์ให้เข้าไปจองคิว ในการเข้ามาส่งสินค้า โดยมีระยะเวลาในการจัดเก็บสินค้าที่ท่าเรือ 3 วันโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย(ปลอดค่าฝาก) ดังนั้นเท่ากับสามารถเข้ามาส่งสินค้าได้ก่อนตั้งแต่วันอังคาร ซึ่งการจราจรไม่มีปัญหา และไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ซึ่งได้พยายามสนับสนุนให้ใช้ Truck Queuing จะได้รับความสะดวกเข้าทางช่องทางพิเศษ ไม่ตองต่อแถว แต่ยังไม่ได้รับความร่วมมือจากรถบรรทุก

ทางดีป้า ได้เข้ามาศึกษาและพบว่า ท่าเรือมีเรื่องเร่งด่วน คือ ปัญหาการจราจรของท่าเรือแหลมฉบัง และมีข้อมูลที่จะนำ มาต่อยอดและพัฒนาให้เป็นดิจิตอลเทคโนโลยี เต็มรูปแบบ
“สถิติช่วงปี 2556-2560 ทลฉ.มีปริมาณตู้ขนถ่ายสินค้าเฉลี่ยกว่า 6-7 ล้านทีอียู/ปี และมีรถบรรทุกเข้าออกภายในท่าเรือเฉลี่ยกว่า 4-5 ล้านค้น/ปี เมื่อมีรถจำนวนมากเกินความสามารถรองรับ ของระบบประตูตรวจสอบสินค้าและการบริหารจัดการคิวที่ยังไม่เป็นระบบ ทำให้ทลฉ.มีปัญหาจราจรติดขัด โดยเฉพาะวันที่เรือใหญ่เทียบท่า ความร่วมมือนี้จะทำให้ปัญหาหมดไปในอนาคต”

ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการ ดีป้า กล่าวว่า จากมติที่ประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาการส่งเสริมและสนับสนุน ให้ดีป้า ดำเนินโครงการ Smart Port Portal เป็นโครงการที่บูรณาการข้อมูลเกี่ยวกับการนำเข้า ส่งออก บริเวณท่าเรือแหลมฉบัง ที่เป็นประตูหลักของ EEC และของประเทศ โดยให้บูรณาการข้อมูลการเข้าออกเรือ และรายการกำหนดการส่งออกนำเข้าของแต่ละตู้คอนเทนเนอร์ เพื่อกำหนดระยะเวลาการเข้าออกของรถบรรทุกคอนเทนเนอร์ที่ส่งผลกระทบต่อชุมชน และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการระบบโลจิสติกส์ ลดปัญหาจราจร ปัญหามลภาวะ

และลดปริมาณระหัวลากเที่ยวเปล่า ที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างต่ำ 1,000 ล้านบาทต่อปี และเกิดผลกระทบเชิงบวกทางสังคมอย่างต่ำ700 ล้านบาทต่อปี และเป็นโครงการนำร่วมในการใช้ดิจิทัลพัฒนาสู่การเป็นท่าเรืออัจฉริยะเพื่อการขยายศักยภาพ EEC ต่อไป




กำลังโหลดความคิดเห็น...