xs
xsm
sm
md
lg

โซลาร์รูฟท็อปมาแน่! “ศิริ” ลั่นพีดีพีใหม่บูมลงทุนนวัตกรรมพลังงานทดแทนเพิ่ม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“ศิริ” เผยพีดีพีใหม่ให้ความสำคัญต่อการพัฒนานวัตกรรมผลิตไฟจากพลังงานทดแทนมากขึ้น โดยเฉพาะโซลาร์รูฟท็อปภาคประชาชนที่เน้นให้ประชาชนทั่วไปผลิตเองใช้เอง ส่วนที่เหลือเตรียมเปิดซื้อเข้าระบบ แต่ราคาต้องรอสรุป พร้อมหนุนประชาชนเอกชนรายเล็กและสตาร์ทอัพพัฒนานวัตกรรมและระบบซื้อขายไฟกันเอง ด้านงานนิทรรศการ Future Energy 2018 คึกคักมีผู้เข้าร่วมกว่า 1,000 ราย



นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธิเปิดงาน Future Energy Asia 2018 ว่าแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทยฉบับใหม่หรือ PDP-2018 (พ.ศ. 2561-2580) กระทรวงพลังงานได้ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการผลิตไฟจากพลังงานทดแทนทั้งในรูปแบบพลังงานแสงอาทิตย์ ลม ชีวมวล ฯลฯ เพื่อเชื่อมโยงกับระบบพลังงานที่มั่นคงโดยเฉพาะการสนับสนุนให้ประชาชนติดตั้งการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาที่อยู่อาศัย (โซลาร์รูฟท็อป) ภาคประชาชนที่จะสามารถผลิตเองใช้เองแล้วเหลือขายเข้าสู่ระบบไฟฟ้าได้ และส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันมากขึ้นเพื่อเป้าหมายหลักที่จะทำให้อัตราค่าไฟฟ้าภายใต้แผนใหม่ต้องไม่แพงไปกว่าแผนพีดีพีเดิมที่ปลายแผนค่าไฟเฉลี่ยจะอยู่ระดับ 5.5 บาทต่อหน่วย และอาจจะมีแนวโน้มค่าไฟที่ลดลงด้วย

“เราจะส่งเสริมให้มีการพัฒนาแผงโซลาร์ และสนับสนุนประชาชนติดตั้งใช้เองเป็นหลักก่อนแล้วเหลือขายให้กับการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายได้ส่วนอัตรารับซื้อจะเท่าใดอยู่ระหว่างการพิจารณาความเหมาะสมแต่ต้องไม่กระทบค่าไฟให้แพงอย่างแน่นอน พร้อมกันนี้แผนดังกล่าวจะมุ่งเน้นให้ประชาชนและเอกชนรายเล็ก หรือผู้ประกอบการใหม่ (สตาร์ทอัพ) ที่จะพัฒนาเทคโนโลยีหรือระบบการซื้อขายไฟฟ้ากันเองเพื่อที่จะส่งเสริมให้เอกชนมีการแข่งขันมากขึ้นและที่สุดจะทำให้ค่าไฟฟ้าต่ำลง อย่างไรก็ตาม แผนดังกล่าวอยู่ระหว่างการรับฟังความเห็นคาดว่าจะนำเสนอคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ครั้งต่อไปที่คาดว่าจะเป็นช่วงมกราคม” นายศิริกล่าว

สำหรับงาน Future Energy 2018 เป็นการจัดนิทรรศการที่เกิดจากการรวมตัวของอุตสาหกรรมพลังงานที่ใหญ่สุดในภูมิภาคเอเชียเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ด้านนวัตกรรม การพัฒนาพลังงาน โดยในส่วนของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่เป็นหน่วยงานหลักในการดูแลความมั่นคงระบบไฟฟ้าของประเทศได้มีการพัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนทุ่นลอยน้ำขนาดใหญ่ (โซลาร์ฟาร์มลอยน้ำ) ที่ช่วยเพิ่มผลิตไฟฟ้าในเขื่อนได้เพิ่มอีกจากเดิม 50% แต่ลงทุนต่ำซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ที่สามารถโซว์ให้ทั่วโลกได้เห็นศักยภาพได้เป็นอย่างดีซึ่งนวัตกรรมพลังงานหมุนเวียนเหล่านี้จะมีส่วนสำคัญต่อการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายใต้กรอบสนธิสัญญาสหประชาชาติครั้งที่ 21 หรือ COP-21



นายพัฒนา แสงศรีโรจน์ รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ กฟผ. กล่าวว่า การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไฟฟ้าในอนาคตจะมีรูปแบบที่แตกต่างกันออกไปเนื่องจากการใช้พลังงานในรูปแบบของพลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้น และเทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทสำคัญต่ออุตสาหกรรมไฟฟ้าซึ่งกฟผ.ก็ได้เตรียมพร้อมที่จะปรับกลยุทธ์เพื่อรองรับนวัตกรรมใหม่ๆ และการเพิ่มขึ้นของพลังงานทดแทน โดยในปีนี้กฟผ.ได้เดินหน้าลงทุนโครงข่ายระบบไฟฟ้าให้ครอบคลุมพื้นที่ต่างๆ มากขึ้น

พร้อมส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีในการผลิตไฟฟ้าของ กฟผ. เช่น โครงการนำร่องพัฒนาสมาร์ทกริดแม่ฮ่องสอน การพัฒนาระบบแบตเตอรี่กักเก็บพลังงานไฟฟ้า การติดตั้งเซลล์แสงอาทิตย์บนทุ่นลอยน้ำเขื่อนสิรินธร จ.อุบลราชธานี รวมถึงแนวทางการรับมือพลังงานทดแทนที่จะเข้ามามากขึ้นด้วยการจัดตั้งศูนย์สั่งการดำเนินการตอบสนองความต้องการใช้ไฟฟ้าเพื่อเป็นศูนย์กลางในการบริหารจัดการความต้องการใช้ไฟฟ้า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า งาน Future Energy 2018 จัดขั้นระหว่างวันที่ 12-14 ธ.ค. ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทคมีตัวแทนจากภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานกว่า 1,000 ราย และบริษัทชั้นนำได้นำสินค้าและนวัตกรรมมาร่วมแสดงกว่า 100 บริษัท ถือเป็นการประสานความร่วมมือที่จะแสดงความพร้อมไทยในฐานะศูนย์กลางแห่งการลงทุน
กำลังโหลดความคิดเห็น...