ผู้จัดการรายวัน 360 - “สหมงคลฟิล์ม” เดินหน้าขายลิขสิทธิ์หนังในต่างประเทศต่อเนื่อง หวังเปิดตลาดพื้นที่ใหม่ๆ เล็งนำเอาคอนเทนต์มาทำเป็นซีรีส์บุกตลาด
นางสาวชมศจี เตชะรัตนประเสริฐ รองประธานกรรมการฝ่ายขาย บริษัท สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ ยังคงขยายตลาดการขายลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ของบริษัทฯ ไปยังตลาดต่างประเทศมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในตลาดเดิมที่ทำอยู่แล้วในยุโรปและเอเชียเป็นหลัก และการขยายสู่ตลาดประเทศใหม่ๆ เพื่อเป็นการสร้างรายได้และต่อยอดธุรกิจ โดยปีที่ผ่านมารายได้ของสหมงคลฟิล์มมีประมาณ 1,000 กว่าล้านบาท
เนื่องจากตลาดต่างประเทศหลายแห่งมีความสนใจภาพยนตร์ของไทย แต่ทั้งนี้ต้องเป็นภาพยนตร์ที่ดีมีคุณภาพด้านการผลิต การถ่ายทำ พล็อตเรื่อง การนำเสนอ
“ตอนนี้หนังของเราหลายเรื่องก็กำลังเดินสายขายอยู่ในต่างประเทศ ส่วนใหญ่จะไปในรูปแบบการออกงาน บางเรื่องรายได้ที่ขายต่างประเทศดีกว่าเปิดฉายในไทยเสียอีก อย่างเช่นตอนนี้ เรื่องไวรัล ก็กำลังขายอยู่ในเอเชีย ซึ่งเรื่องนี้เราลงทุนกันไปกว่า 60 ล้านบาท หรือเรื่องขุนพันธ์ 2 ก็กำลังขายอยู่ในตลาดยุโรป ซึ่งรายได้ในไทยของหนังเรื่องนี้มีประมาณ 140 ล้านบาท” นางสาวชมศจีกล่าว
นอกจากนั้นยังมีแผนที่จะนำเอาลิขสิทธิ์หนังของเครือสหมงคลฟิล์มมาต่อยอด และพัฒนารูปแบบเป็นซีรีส์ด้วยเช่นกัน แต่ต้องมีการปรับเปลี่ยนและปรับปรุงคอนเทนต์เดิมบ้างเพื่อให้มีความเหมาะสมกับช่องทางความเป็นซีรีส์ และต้องเลือกเฉพาะคอนเทนต์ที่สามารถทำได้ด้วย เนื่องจากในคลังลิขสิทธิ์ของบริษัทฯ มีจำนวนมากกว่าพันเรื่อง ทั้งของบริษัทฯ เองและที่ถือลิขสิทธิ์อยู่ที่ยังไม่หมดอายุ
ทั้งนี้ ในส่วนของแผนการสร้างหนังของเครือสหมงคลฟิล์มก็ยังมีแผนการสร้างต่อเนื่องเช่นกัน โดยเฉลี่ยแล้วแต่ละปีสหมงคลฟิล์มจะมีจำนวนที่สร้างไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างและความเหมาะสมและสภาพเศรษฐกิจด้วย รวมทั้งพล็อตของหนังด้วยที่ต้องดีและน่าสนใจ เพราะถ้าไม่ดีก็จะยังไม่ทำการผลิต แต่โดยเฉลี่ยจะมีประมาณ 5-10 เรื่องต่อปี และมีหนังที่หลากหลายแนว ซึ่งในปี 2561 นี้เครือสหมงคฟิล์มสร้างประมาณ 2 เรื่อง ส่วนปีหน้าคาดว่าจะสร้างได้ประมาณ 10 เรื่อง
“ทุกวันนี้อุตสาหกรรมภาพยนตร์ในไทยโดยรวมค่อนข้างจะเติบโตดี โดยเฉพาะกับหนังไทยที่ตลาดเปิดกว้างมากขึ้น ผู้คนให้การยอมรับมากขึ้น แต่ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับหน้าหนังเองด้วยว่าดีมากน้อยแค่ไหน บางเรื่องเป็นกระแสทำรายได้มากกว่า 100 ล้านบาทก็มีหลายเรื่อง บางเรื่องทำมาแต่ขาดทุนก็มี แต่ส่วนใหญ่หนังไทยจะไปเติบโตดีในต่างจังหวัดมาก ยิ่งมีกาขยายตัวของโรงหนังต่างจังหวัดมากขึ้น โอกาสของหนังไทยก็จะยิ่งมีมากขึ้นตามไปด้วย” นางสาวชมศจีกล่าว


