xs
xsm
sm
md
lg

รฟม.-กทม.คุยโอนหนี้สายสีเขียวลงตัว ชง ครม.จับเซ็น MOU ใน พ.ย. ก่อนเปิดบริการ ธ.ค. 61

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“รฟม.-กทม.” ทำความเข้าใจโอนหนี้สายสีเขียวลงตัว คาดชง ครม.เดือน พ.ย. เซ็น MOU ก่อนเปิดเดินรถ 5 ธ.ค. 61 ขณะที่ รฟม.ยันเงื่อนไขต้องชัดเจน เหตุหนี้ยังต้องรอโอนหลัง กทม.กู้เงิน คาดว่าจะเป็น ก.พ. 62 เหตุ สบน.สรุปแผนหนี้ปี 62 ไปแล้ว โดยรายงานคืบหน้า คจร.17 ต.ค. พร้อมขอเพิ่มส่วนต่อขยาย “โมโนเรลสีเหลืองและสีชมพู” ในแผนแม่บทฯ

นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานประชุม คณะกรรมการกำกับดูแลและติดตามผลการดำเนินงานโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวครั้งที่ 7/2561 ว่าที่ประชุมได้ติดตามรายละเอียดค่าใช้จ่ายโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต และ ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ และผลการพิจารณาของกรุงเทพมหานคร (กทม.) ต่อข้อเสนอด้านการเงินสำหรับการโอนโครงการรวมถึงขั้นตอนการโอนหนี้สินเพื่อดำเนินการตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการมอบหมายให้กรุงเทพมหานครเป็นผู้บริหารจัดการเดินรถ ซึ่งมีแผนเปิดให้บริการในเดือน ธ.ค. 2561 โดยจะสรุปรายงานต่อที่ประชุมคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) เพื่อทราบในวันที่ 17 ต.ค.

ทั้งนี้ กทม.ได้รายงานว่า สภา กทม.ได้ผ่านร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องการกู้เงินเพื่อใช้ในการรับโอนทรัพย์สินและหนี้สินของโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวแล้วอยู่ในขั้นตอนเพื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา ขณะที่ปัจจุบันการก่อสร้างงานโยธา ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการเสร็จ 100% แล้ว เหลือการทดสอบระบบอาณัติสัญญาณไฟฟ้า เครื่องกล และเดินรถ และจะเปิดเดินรถได้ภายในเดือน ธ.ค.นี้แน่นอน ส่วนช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต งานโยธา คืบหน้ากว่า 80% แล้ว หลังจากนี้ กทม.จะเข้าดำเนินการในส่วนของงานระบบต่อไป

ทั้งนี้ การโอนทรัพย์สินและหนี้สินจากการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ไปให้ กทม.ได้ให้ 2 หน่วยซักซ้อมทำความเข้าใจตรงกัน ทั้งผู้โอน ผู้รับโอน และกระทรวงการคลังซึ่งเป็นผู้จัดหาเงินกู้ให้กทม. เพื่อให้จัดเตรียมความพร้อมเพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาพร้อมๆ กันในเดือน พ.ย. 2561 เพื่อให้สามารถลงนามใน MOU ให้ได้ในเดือน พ.ย. ก่อนเปิดเดินรถในเดือน ธ.ค. 2561

สำหรับสายสีเขียวใต้ ส่วนต่อขยายจากสมุทรปราการ-บางปู ระยะทาง 9.2 กม. กรอบวงเงิน 7,994 ล้านบาท และสายสีเขียวเข้ม ช่วงคูคต-ลำลูกกา ระยะทาง 6.5 กม. กรอบวงเงิน 6,337 ล้านบาทนั้น นายไพรินทร์กล่าวว่า กทม.จะเป็นผู้ตัดสินใจแล้วว่าจะดำเนินการหรือไม่อย่างไร ซึ่งจะต้องดูปริมารผู้โดยสารด้วย โดยเห็นว่าช่วงคูคต-ลำลูกกามีแนวโน้มที่ดี เนื่องจากสวนสัตว์เขาดินจะย้ายไปอยู่บริเวณนั้น อาจจะเพิ่มปริมาณการเดินทางมากขึ้น นอกจากนี้ กทม.ยังมีแนวคิดจะต่อสายสีเขียว บางหว้า-ตลิ่งชัน อีกด้วย

แหล่งข่าวจาก รฟม.กล่าวว่า เบื้องต้นเข้าใจตรงกันเรื่องการโอนทรัพย์สินและหนี้สิน แต่ปัญหาคือ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กระทรวงการคลังได้สรุป แผนหนี้สาธารณะปี 2562 และผ่านความเห็นชอบครม.ไปแล้ว ดังนั้นจะต้องรอการปรับปรุงแผนหนี้สาธารณะครั้งที่ 1 ราวเดือน ม.ค. 62 ซึ่งเท่ากับ กทม.จะได้เงินกู้ และรับโอนหนี้จาก รฟม.ได้ประมาณเดือน ก.พ.62 จึงต้องมีการลงนามใน MOU เพื่อทำความตกลงเงื่อนไขกันก่อนที่จะมีการเปิดเดินรถในวันที่ 5 ธ.ค. 61 ในระหว่างนี้ รฟม.ยังต้องรับภาระหนี้สินไปก่อน รวมถึงต้องตกลงในเรื่องสิทธิ์ให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหากรณีที่เปิดเดินรถแล้วมีปัญหาซึ่ง กทม.จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม ร่างข้อบัญญัติกู้เงินของ กทม. เพื่อชำระค่างานโยธาวงเงิน 44,429 ล้านบาท และการชดใช้ค่าจัดกรรมสิทธิ์ ดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียมเงินกู้ของค่างานโครงสร้างพื้นฐานที่งบประมาณได้จัดสรรและชำระแล้ว วงเงิน 7,356.37 ล้านบาท เป็นยอดถึง ธ.ค. 60 ซึ่งแต่ละปีจะมีภาระดอกเบี้ยเพิ่มประมาณ 400 ล้านบาท/ปี

ชงส่วนต่อขยาย “ชมพู-เหลือง” ในแผนแม่บทรถไฟฟ้า

รายงานข่าวแจ้งว่า ในการประชุม คจร.วันนี้ (17 ต.ค.) จะมีการเสนอขอความเห็นชอบให้บรรจุโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองส่วนต่อขยาย แยกรัชดา-ลาดพร้าว ถึงแยกรัชโยธิน ระยะทาง 2.6 กิโลเมตร คาดว่าวงเงินค่าก่อสร้าง 3,800 ล้านบาท และสายสีชมพูส่วนต่อขยาย ช่วงสถานีศรีรัช-เมืองทองธานี ระยะทาง 2.8 กม. เพื่อเพิ่มเติมในแผนแม่บทระบบขนส่งมวลชนทางรางในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล

และรายงานผลการศึกษาออกแบบรายละเอียดระบบขนส่งสาธารณะในจังหวัดขอนแก่น ซึ่งจะเป็นรถไฟฟ้ารางเบา เส้นทางในแนวเหนือ-ใต้ (บ้านสำราญ ตำบลสำราญ-ตำบลท่าพระ อำเภอเมืองขอนแก่น) ระยะทางประมาณ 22.8 กม. วงเงิน 26,900 ล้านบาท และผลการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบระบบขนส่งสาธารณะเมืองพิษณุโลก โดยมี 6 เส้นทาง ระยะทางรวม 83.05 กม. มูลค่าก่อสร้าง 2,607 ล้านบาท โดยจะลงทุนสายสีแดง ระยะทาง 12.6 กม.ซึ่งเป็นรถรางล้อยาง (Auto Tram) วงเงิน 762 ล้านบาทก่อน ส่วนอีก 5 เส้นทางจะเป็นรูปแบบรถโดยสาร หรือไมโครบัส


กำลังโหลดความคิดเห็น...