บอร์ด ขสมก.เห็นชอบแผนฟื้นฟู เดินหน้าเสนอจัดหารถใหม่และปรับปรุงรถเก่ารวม 3,000 คัน วงเงิน 1.2 หมื่นล้านบาท เตรียมเสนอคมนาคม และ ครม.เห็นชอบ ตั้งเป้าลดพนักงานในโครงการ Early Retirement รวม 5,051 คน ใน 3 ปี และขอปรับค่าโดยสารในส่วนรถโดยสารใหม่เพื่อเพิ่มรายได้
นายประยูร ช่วยแก้ว รองผู้อำนวยการฝ่ายการเดินรถองค์การ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกิจการ (บอร์ด) องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) วันที่ 11 ต.ค. ได้พิจารณาแผนฟื้นฟูกิจการ ซึ่ง ขสมก.จะใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุงระบบการทำงานให้มีประสิทธิภาพ โดยมีกลยุทธ์ในการปรับปรุงระบบการทำงานให้มีประสิทธิภาพ โดยใช้รถใหม่และเทคโนโลยีที่ทันสมัย กลยุทธ์ในการลดค่าใช้จ่ายด้านพนักงาน ลดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิง กลยุทธ์ในการเพิ่มรายได้ และการบริหารหนี้สิน
ทั้งนี้ ได้เห็นชอบแผนการจัดหารถโดยสารใหม่ ปรับปรุงรถเก่าจำนวน 3,000 คัน วงเงิน 1.2 หมื่นล้านบาท มีการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย ซึ่งจะทำให้ ขสมก.สามารถเลี้ยงตัวเองได้ ไม่เป็นภาระกับภาครัฐ และประชาชนผู้ใช้บริการจะได้รับความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยในการใช้บริการมากยิ่งขึ้น ซึ่ง ขสมก.จะสรุปเสนอกระทรวงคมนาคม และคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อทบทวนแผนจัดหารถโดยสารต่อไป
สำหรับแผนการจัดหารถใหม่ จำนวน3,000 คัน ได้แก่
1. จัดซื้อรถโดยสารปรับอากาศใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (NGV) จำนวน 489 คัน
2. ปรับปรุงสภาพรถโดยสาร NGV (เดิม) จำนวน 323 คัน
3. จัดซื้อรถไฟฟ้า (Electric Vehicle : EV) จำนวน 35 คัน
4. จัดซื้อรถโดยสารไฮบริด จำนวน 1,453 คัน
5. เช่ารถโดยสารใหม่ จำนวน 700 คัน (เช่ารถไฮบริด 400 คัน, เช่ารถ NGV 300 คัน)
นอกจากนี้ จะมีการติดตั้งและใช้งานในระบบบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์บนรถโดยสาร (E-Ticket), ระบบบริหารงานหลักองค์กร (Enterprise Resource Planning : ERP), การติดตั้งระบบตรวจสอบและติดตามการปฏิบัติการเดินรถ (GPS) บนรถโดยสาร, การติดตั้ง Wi-Fi, ป้ายอัจฉริยะ,
การออกบัตรร่วม, เพิ่มช่องทางการชำระค่าโดยสารโดยนำระบบ QR-Code มาใช้
ขณะที่ต้องมีการปรับปรุงเส้นทางเดินรถเพื่อลดการทับซ้อน เชื่อมต่อและรองรับระบบขนส่งสาธารณะระบบราง และมีเส้นทางผ่านสถานที่ท่องเที่ยวและสถานที่สำคัญ
สำหรับ การขับเคลื่อนเพื่อให้ ขสมก.สามารถเลี้ยงตัวเองได้ ลดภาระแก่ภาครัฐ มีกลยุทธ์ในการลดค่าใช้จ่ายด้านพนักงาน
1. ปรับโครงสร้างองค์กรให้มีขนาดกระชับลง (LEAN) จากจำนวนพนักงานต่อรถ 1 คันในปี 2561 จำนวน 5.14 คน ลดลงเป็น 2.75 คนในปี 2565
2. การเกษียณอายุก่อนกำหนด (Early Retirement) รวม 5,051 คน โดยปี 2563 พนักงานสำนักงาน จำนวน 655 คน ปี 2564 พนักงานเก็บค่าโดยสาร จำนวน 2,198 คน ปี 2565 พนักงานเก็บค่าโดยสาร จำนวน 2,198 คน
3. ปรับเปลี่ยนหน้าที่พนักงานให้มีความเหมาะสม จำนวนพนักงานเก็บค่าโดยสารที่เปลี่ยนหน้าที่เป็นพนักงาน จำนวน 448 คน ในปี 2563
4. การจ้างพนักงานใหม่โดยเฉพาะพนักงานที่มีความรู้ทางระบบเทคโนโลยีดิจิทัล
ด้านการลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงรักษารถโดยสารและค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิง โดยมีอัตราค่าเหมาซ่อมของรถใหม่ลดลง 50%
การเพิ่มรายได้ โดยการขอปรับอัตราค่าโดยสารเฉพาะรถโดยสารใหม่, ขอรับการสนับสนุนการให้บริการสาธารณะ (PSO), การจัดรถโดยสารใหม่ออกวิ่งให้บริการเต็มประสิทธิภาพ, การจัดเก็บค่าตอบแทนค้างชำระของรถเอกชนร่วมบริการ, พัฒนาพื้นที่เชิงธุรกิจในอู่บางเขน และอู่มีนบุรี
และการบริหารหนี้สิน โดยขอให้ภาครัฐรับภาระหนี้ทั้งหมดซึ่งเกิดจากนโยบายของภาครัฐ


