xs
xsm
sm
md
lg

ทอท.เคลียร์รีวิวผัง “สุวรรณภูมิ” ยันผุดเทอร์มินัล 2 คืนสมดุลพื้นที่-ผู้โดยสารสะดวกขึ้น

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท.
“ปลัดคมนาคม” เรียก ทอท.แจงปมเทอร์มินัล 2 ยันบอร์ดเห็นชอบปรับแผนแม่บทสุวรรณภูมิตามสถานการณ์ ถูกหลักวิศวกรรม ตำแหน่งใหม่เป็นการคืนความสมดุลให้สนามบิน เพิ่มความสะดวกผู้โดยสาร “นิตินัย” แจงรับ 30 ล้านคน คือตัวอาคาร ส่วนหลุมจอดต้องมองในภาพรวมเตรียมเซ็นจ้าง “ดวงฤทธิ์” ออกแบบ ก่อนเคาะ TOR ดิวตี้ฟรีต่อ



นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) รักษาราชการในตำแหน่งปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังประชุมร่วมกับ นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ว่าจากกรณีที่มีข้อท้วงติงจากหลายๆ ส่วน เช่นสภาสถาปนิก วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย เป็นต้น เกี่ยวกับอาคารผู้โดยสาร 2 ของสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่ง ทอท.ได้มีการปรับผังแม่บทการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และย้ายตำแหน่งที่ตั้งอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 มาอยู่บริเวณทิศเหนือปลายอาคารเทียบเครื่องบิน Concourse A ไม่เป็นไปตามผังแม่บท (Master Plan) นั้น จากการชี้แจงของ ทอท.ยืนยันว่า การพัฒนาอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 ในบริเวณดังกล่าวเป็นไปตามแผนแม่บทที่ได้มีการปรับปรุงใหม่ และผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการ (บอร์ด) ทอท.

“กระทรวงคมนาคมเห็นข่าวตามสื่อแล้วไม่สบายว่า ไม่ทำตามแผนจึงให้ ทอท.มาชี้แจงข้อมูลและได้รับการยืนยันว่า ทอท.ทำงานตามหลักแผนและหลักวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม ปรับสภาพตามสถานการณ์ ไม่เช่นนั้นจะไม่มีเทอร์มินอลที่ทันสมัย รองเครื่องบินที่ขนาดใหญ่ในอนาคต เบื้องต้นไม่ติดใจใดๆ ดังนั้น ทอท.สามารถเดินหน้าต่อตามแผนได้ ประเด็นข้อติดใจต่างๆ ของสังคมค่อนข้างนิ่งแล้ว แต่กำชับ ทอท.ให้ติดตามข่าวสารต่างๆ อย่างใกล้ชิดหากยังมีประเด็นที่ยังไม่เข้าใจให้ชี้แจงทำความเข้าใจในทุกประเด็น”นายชัยวัฒน์กล่าว

“นิตินัย” ยันบอร์ด ทอท.เห็นชอบปรับแผนแม่บทปี 61 ผุดเทอร์มินัล 2 ตำแหน่งใหม่

นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท.กล่าวว่า ที่ผ่านมา ทอท.จำเป็นต้องปรับปรุงแผนแม่บทการพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิเพื่อให้เข้ากับสถานการณ์เรื่อยๆ รวม 5 ครั้ง โดยครั้งแรกปรับปรุงเมื่อปี 2536 ครั้งที่ 2 ปี 2546 ครั้งที่ 3 ปี 2552 และครั้งที่ 4 ปี 2554 ซึ่งครั้งที่ 3, 4 องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือ ICAO เป็นผู้ศึกษา และรายงานคณะกรรมการ (บอร์ด) ทอท.เพื่อทราบ ยังไม่ได้อนุมัติ ส่วนการปรับแผนครั้งล่าสุดปี 2561 บอร์ด ทอท.อนุมัติแล้ว ถือว่าสมบูรณ์ตามขั้นตอนเพราะเป็นอำนาจบอร์ด ไม่ต้องเสนอสภาพัฒน์ฯ และคณะรัฐมนตรีอนุมัติแต่อย่างใด

ถือเป็นการปรับที่มีอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 อยู่ที่ด้านปลายทิศเหนือ Concourse A ตั้งแต่ปี 2554 ที่ ICAO ได้ศึกษาและเสนอไว้ เพียงแต่บอร์ดยังไม่อนุมัติแผนเท่านั้น ตอนนี้ถือว่าได้รับอนุมัติอย่างเป็นทางการหมดแล้ว ส่วนงบลงทุนเพื่อก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 ทอท.จะต้องเสนอสภาพัฒน์ และครม.เพื่ออนุมัติตามขั้นตอนของหน่วยงาน

เทอร์มินัล 2 รับ 30 ล้านคน ส่วนหลุมจอดต้องมองภาพรวมที่มีเหลือเฟือและปรับจาก Bus Gate มาติดอาคารผู้โดยสารสะดวกขึ้น

สำหรับประเด็นข้อสังเกต ขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารที่ 30 ล้านคนต่อปีของเทอร์มินัล 2 ที่มีเพียง 14 หลุมจอดไม่สามารถทำได้จริงนั้น นายนิตินัยกล่าวว่า ต้องดูภาพรวมของทั้งสนามบิน ประเด็นแรก ยืนยันใน Airside ไม่มีคอขวด การทำเทอร์มินัล 2 ในตำแหน่งดังกล่าวเป็นการคืนสมดุลให้เสียอีก เพราะปัจจุบันมี Bus Gate ตรงนั้น ทอท.จะสร้างเทอร์มินัล 2 เข้าไป จะทำให้ Bus Gate ตรงนั้น เป็นหลุมจอดประชิดอาคาร และอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 (Satellite 1) มี 28 หลุมจอด เมื่อเสร็จจะเพิ่มขีดรองรับของหลุมจอดใน Airside ทั้งหมดไปถึง 90 ล้านคนต่อปี

นอกจากนี้ เทอร์มินัล 2 ยังเป็นจุดตัด สายพานกระเป๋า จากเดิมที่กระเป๋าต้องวิ่ง 23 กม. เข้าอาคารหลัก จะมีอาคาร 2 ช่วย แก้การรอ ตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) นานเพราะจากตึกอาคารเดียวก็มีอาคาร 2 ด้วย ขณะที่แผนแม่บทเดิม เทอร์มินัล 2 ต้องรอปี 2569 กว่าจะสร้าง ไม่ทันเวลาผู้โดยสารไปถึง 100 ล้านคน กรณีทำอาคาร 2 ที่ด้านใต้ตามแผนเดิม ต้องรออุโมงค์ APM เชื่อมเสร็จทั้งหมดจากด้านเหนือถึงด้านใต้ของสนามบินก่อน

“ต้องมองรวมในพื้นที่ Air side ซึ่ง 14 หลุมจอดที่จะเอาเทอร์มินัล 2 ไปวางไม่ได้เพิ่มหลุมจอดใหม่แต่อย่างใด เป็นจุดหลุมจอดเดิมที่เป็น Bus Gate เป็นการใช้หลุมจอดเดิมที่มีเหลือเฟือในปัจจุบัน มาทำให้ผู้โดยสารสะดวกมากขึ้น ไม่ต้องนั่งรถ ส่วน 30 ล้านคนต่อปี เราหมายถึงตัวเทอร์มินัลไม่ใช่ Air side ประเด็น คือ ตอนนี้สุวรรณภูมิไม่สมดุลอยู่แล้ว การมีเทอร์มินัล 2 ขึ้นมาเป็นการคืนสมดุลให้สุวรรณภูมิ” นายนิตินัยกล่าว

ส่วนประเด็นปัญหาการจราจรหน้าเทอร์มินัล 2 และเทอร์มินัลหลักนั้น เป็นการทำอาคารใหม่และถนนใหม่เป็นแลมป์ที่เข้าอาคารโดยตรง เปรียบเทียบกับหากไม่ทำเทอร์มินัล 2 ไปขยายอาคารด้านตะวันออกก่อนตามแผนเดิม จะเป็นการเพิ่มอาคารที่พื้นที่น้อยกว่า และต้องใช้ถนนเดิม เลือกแบบใหม่ ซึ่งทั้งหมดรวมอยู่ในเงินลงทุน 4.2 หมื่นล้านบาท

สำหรับกรณีการชะลอขยายอาคารด้านตะวันออกไปก่อนนั้น นายนิตินัยกล่าวว่า การทุบกระจกของอาคารหลักเป็นส่วนหนึ่ง ที่จะกระทบต่อการให้บริการ แต่อยากให้มองเรื่องการขุดดิน 60,000 คิว รถดิน 22,000 เที่ยว เที่ยว รถคอนกรีต 60,000 เที่ยว ยังไม่รวมรถขนเหล็กและอื่นๆ อีก เบ็ดเสร็จประมาณ 100,000 เที่ยว ใช้เวลาสร้าง 2 ปี เอาไปหารดู ไหวหรือไม่กับจุดนั้น

คาดลงนาม “ดวงฤทธิ์” ได้เร็วๆ นี้

นายนิตินัยกล่าวว่า ทอท.เตรียมลงนามสัญญากับกลุ่มกับกลุ่มดวงฤทธิ์ บุนนาค ซึ่งเป็นผู้ชนะการออกแบบอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 หลังมั่นใจว่าได้ชี้แจงทำความเข้าใจให้ชัดเจนแล้ว หมดข้อสงสัยแล้วซึ่งเชื่อว่านิ่งระดับหนึ่งอาจจะ 1-2 วันนี้จะเดินหน้าลงนามสัญญาได้ แต่หากยังไม่เคลียร์อาจจะรออีก 5 วัน 8 วันก็ยังได้ ส่วนตัวรับจ้างมาบริหาร ต้องให้คนไทยเคลียร์ก่อน ส่วนการประมูลดิวตี้ฟรี คงต้องรอให้เทอร์มินอล 2 จบก่อน จะเดินหน้าต่อเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 16 ต.ค.นี้ทราบว่า ทางสภาสถาปนิกจะเปิดเวที ซึ่งนายเอนก ธีระวิวัฒน์ชัย รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (สายงานวิศวกรรมและการก่อสร้าง) ทอท. และกลุ่มดวงฤทธิ์ ร่วมเวทีเพื่อทำความเข้าใจข้อสงสัยด้วย


กำลังโหลดความคิดเห็น...