xs
xsm
sm
md
lg

“บาเสคแคร์” รุกผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก ปั้น “คูราพอกซ์” เจาะตลาด 1.8 หมื่นล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ผู้จัดการรายวัน 360 - “บาเสคแคร์” นำเข้า “คูราพรอกซ์” เจาะตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากในไทย หวังแย่งชิงตลาดมูลค่ากว่า 18,000 ล้านบาท หลังกระแสนิยมเพิ่มขึ้นเกินคาด ลุยทั้งช่องทางออนไลน์และร้านค้า ดันยอดขายปี 61 เติบโต 2 เท่า

นายเอกสิทธิ์ นนทรีย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บาเสคแคร์ จำกัด ตัวแทนจำหน่าย "คูราพรอกซ์ (CURAPROX)" ผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก (Oral Care) ระดับพรีเมียมจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์อย่างเป็นทางการรายเดียวในประเทศไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันมูลค่าตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพช่องปากในประเทศไทยในปี 2560 มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดย 1-3 ปีที่ผ่านมามีมูลค่าถึง 18,000 ล้านบาท และคาดว่าในปี 2561 ตลาดรวมจะเติบโตเพิ่มขึ้นประมาณ 5%



บริษัทฯ จึงเล็งเห็นโอกาสทางการตลาดจึงได้นำเข้าผลิตภัณฑ์ “คูราพรอกซ์” มีทั้งแปรงสีฟันหรือยาสีฟัน โดยมีการวางจำหน่ายมาแล้วกว่า 60 ประเทศทั่วโลก และเป็นที่ยอมรับในกลุ่มผู้บริโภคเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย





สำหรับคูราพรอกซ์ แบ่งเป็น 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ได้แก่ แปรงสีฟัน แปรงซอกฟัน และยาสีฟัน โดยล่าสุดได้วางจำหน่ายยาสีฟันจำนวน 3 รุ่น ประกอบด้วย 1. CURAPROX Enzycal ยาสีฟันสูตรแอนติแบคทีเรีย ราคาหลอดละ 350 บาท, 2. CURAPROX Black is White และ White is Black ยาสีฟันชาโคลเพื่อฟันขาว พร้อมกับแปรงสีฟันช่วยในการขจัดคราบสีโดยเฉพาะ ในราคาชุดละ 1,100 บาท และ 3. BEYOU ยาสีฟันที่ทำให้การแปรงฟันสนุกยิ่งขึ้น พร้อมแปรงสีฟัน รุ่น CS5460 Ultra Soft ราคา 795 บาท


ส่วนช่องทางการจัดจำหน่ายมี 2 รูปแบบ คือ ช่องทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ shop.curaprox.co.th และช่องทางออฟไลน์ผ่านร้านค้าปลีกเฉพาะอย่าง (Specialty Store) เช่น สถานพยาบาลหรือคลินิกทันตกรรม ร้าน DragCura ตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากโดยเฉพาะ เพื่อให้ผู้บริโภคแน่ใจได้ว่าจะได้รับคำปรึกษาและความรู้ด้านการดูแลสุขภาพช่องปากอย่างถูกหลักการโดยผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์ในการสื่อสารประสบการณ์ที่แตกต่างแก่ผู้บริโภคและเข้าใจถึงผลลัพธ์ได้อย่างแท้จริง ทั้งนี้ จากการวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ใหม่ และกิจกรรมการสื่อสารทางการตลาดดังกล่าวจะส่งเสริมให้บริษัทฯ มียอดขายรวมในปี 2561 นี้เติบโตจากปีที่แล้วประมาณ 2 เท่า


ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์คูราพรอกซ์ถูกคิดค้นและพัฒนาโดยทันตแพทย์ จึงสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในทุกประเภทการรักษา จากผลสำรวจพบว่าคนไทยกว่า 50% มีประสบการณ์ในการเป็นโรคเหงือกและโรคฟันผุเนื่องจากพฤติกรรมการบริโภคแป้งและน้ำตาล รวมถึงขาดความเข้าใจในการดูแลสุขภาพช่องปากอย่างถูกวิธี ตลอดจนความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพช่องปาก ซึ่งถือเป็นช่องว่างในตลาดออรัลแคร์