xs
xsm
sm
md
lg

ก.พลังงานเดินหน้าประมูลเอราวัณ-บงกช ป้องกันขาดแคลน สร้างความมั่นคงด้านพลังงาน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


กระทรวงพลังงานเดินหน้าเปิดประมูลแหล่งเอราวัณ-บงกชตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ เพื่อให้ประเทศชาติมีก๊าซธรรมชาติใช้อย่างต่อเนื่อง สร้างหลักประกันความมั่นคงด้านพลังงานในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศ

วันนี้ (24 กันยายน 2561) นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน แถลงเดินหน้าเปิดการประมูลแหล่งเอราวัณ-บงกช

• ที่ประชุมคณะผู้บริหารกระทรวงพลังงานได้หารือเกี่ยวกับการเปิดประมูลฯ ว่า เรื่องนี้มีความสำคัญต่อความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ เนื่องจากแหล่งปิโตรเลียมทั้ง 2 แหล่งเป็นแหล่งพลังงานหลักที่สามารถผลิตก๊าซธรรมชาติได้มากกว่า 70% ของประเทศ และกำลังสิ้นสุดอายุสัมปทานในปี 2565 ซึ่งเมื่อสิ้นอายุสัมปทานแล้วไม่สามารถต่ออายุกับผู้ดำเนินงานรายเดิมได้อีก ตามแผนงานเดิมต้องดำเนินงานให้ได้ผู้ประกอบการรายใหม่ให้แล้วเสร็จก่อน 5 ปีสุดท้ายก่อนสิ้นอายุสัมปทานในปี 2565 ขณะนี้เหลือเวลาเพียงแค่ 3 ปี และในปี 2563 จะต้องเลือกแท่นที่มีศักยภาพในการดำเนินงานและทำการส่งมอบให้ผู้ประกอบการที่ดำเนินการต่อ ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 278 แท่น จึงถือว่าเป็นเรื่องที่จะต้องทำให้แล้วเสร็จก่อนสิ้นอายุสัมปทาน หากล่าช้าไปกว่านี้จะทำให้ไม่สามารถส่งมอบทรัพย์สินให้ผู้ประกอบการที่มาดำเนินการต่อได้ทันเวลา และวันที่ 25 กันยายน 2561 นี้เป็นเพียงวันที่รับมอบข้อเสนอเท่านั้น ส่วนระบบสัญญา PSC ที่นำมาใช้ในการประมูลครั้งนี้ได้มีการศึกษา โดยพิจารณาอย่างรอบคอบ และได้ทำการชี้แจงมาโดยตลอด ดังนั้น เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างสูงสุด กระทรวงพลังงานจึงต้องเดินหน้ารับข้อเสนอการประมูลในระบบสัญญาแบ่งปันผลผลิตตามกำหนดการที่ได้ประกาศไว้

• กระทรวงพลังงานได้ดำเนินการเปิดประมูลเป็นการทั่วไปตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงาน (กพช.) เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2559 โดยให้มีการปรับแก้กฎหมายพระราชบัญญัติปิโตรเลียมโดยเพิ่มระบบแบ่งปันผลผลิต (PSC) และระบบจ้างบริการ (SC) ไปด้วยนอกเหนือจากระบบสัมปทาน พร้อมทั้งการออกกฎหมายลำดับรอง ซึ่งผ่านกระบวนการต่างๆ ตามขั้นตอนมาโดยลำดับ

• ในส่วนของขั้นตอนการเปิดประมูล เป็นการเปิดประมูลตามมาตรฐานสากลที่โปร่งใสโดยกระทรวงพลังงานได้เริ่มประกาศเชิญชวนเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2561 และมีการประกาศเงื่อนไขการประมูลผ่านทางเว็บไซต์ กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ โดยนักลงทุนที่สนใจสามารถดาวน์โหลดได้จากทั่วโลก

• หลังจากนั้นกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติได้เปิดห้อง Data Room ให้ผู้เข้าร่วมประมูลได้ศึกษาข้อมูลแปลงสำรวจในทะเลอ่าวไทยหมายเลข G1/61(เอราวัณ) และ G2/61 (บงกช) อย่างเท่าเทียมกัน เพื่อจัดทำข้อเสนอด้านเทคนิคและผลประโยชน์ตอบแทนรัฐ

• สำหรับการประมูลแหล่งเอราวัณ-บงกชในครั้งนี้ คาดว่าการพัฒนา 2 แหล่งนี้จะสามารถสร้างผลประโยชน์ให้รัฐในรูปค่าภาคหลวง ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม และส่วนแบ่งกำไร ประมาณ 800,000 ล้านบาท ตลอดจนก่อให้เกิดการจ้างงานพนักงานคนไทยในสัดส่วน 80% ในปีแรก และอย่างน้อย 90% ในปีที่ 5 ตามเงื่อนไขหลักสำคัญที่ระบุไว้ใน TOR นอกจากนั้น ยังช่วยลดการนำเข้าก๊าซแอลพีจีได้ประมาณ 22 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 4.6 แสนล้านบาท และยังก่อให้เกิดการลงทุนหมุนเวียนในประเทศอีกประมาณ 1.2 ล้านล้านบาท

• ในวันที่ 25 กันยายน 2561 นี้กำหนดให้ผู้ที่มีสิทธิเข้าร่วมการประมูลที่ผ่านหลักเกณฑ์ตามขั้นตอนต่างๆ เข้ายื่นแผนการดำเนินงาน งบประมาณการลงทุน ข้อเสนอทางด้านเทคนิค และผลประโยชน์ตอบแทนรัฐ ตามเงื่อนไขหลักสำคัญที่ระบุไว้ใน TOR เพื่อการได้รับคัดเลือกเป็นผู้ดำเนินการสำรวจ พัฒนาและผลิตก๊าซธรรมชาติ ร่วมกับภาครัฐให้เกิดความต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ โดยจะต้องยื่นเอกสารจำนวน 4 ซองด้วยกันประกอบด้วย

ซองที่ 1 เป็นซองด้านคุณสมบัติของผู้ประกอบการปิโตรตามกฎหมาย

ซองที่ 2 การยอมรับเงื่อนไขให้ภาครัฐเข้าร่วมในสัดส่วน 25%

ซองที่ 3 ข้อเสนอทางเทคนิค ซึ่งประกอบด้วยแผนการลงทุน แผนการพัฒนาแหล่ง แผนช่วงรอยต่อ และแผนบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม

ซองที่ 4 ซองด้านผลประโยชน์ตอบแทนรัฐ

ภายหลังจากยื่นซองแล้วจะใช้เวลาพิจารณา 2 เดือน และคาดว่าจะสามารถนำเสนอคณะกรรมการปิโตรเลียมได้ในปลายเดือนพฤศจิกายน 2561

• กระทรวงพลังงานได้เตรียมความพร้อมทั้งบุคลากร และขั้นตอนการดำเนินการ จึงขอให้ประชาชนทุกคนมั่นใจได้ว่ากระทรวงพลังงานจะดำเนินการทุกขั้นตอนอย่างโปร่งใส และยึดมั่นในผลประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติเป็นหลัก และได้ดำเนินการตามขั้นตอนตามข้อกฎหมายที่กำหนดไว้ และมีการเปิดเผยทุกขั้นตอนต่อสาธารณชนผ่านสื่อ และเว็บไซต์ของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติมาโดยตลอด โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ประเทศและประชาชนมีก๊าซธรรมชาติจากแหล่งพลังงานในประเทศใช้อย่างต่อเนื่องในราคาที่ไม่แพง เพื่อสร้างหลักประกันความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศไทย


กำลังโหลดความคิดเห็น...