xs
xsm
sm
md
lg

FMCG อัดงบเท่าตัว กู้ยอดณ.จุดขาย "เดนท์สุ โกฯ"ร่วมทัพ รับรายได้ 400ล.

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

วิจักษณ์พงศ์ เจริญขวัญ ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายธุรกิจ เดนท์สุ โก แบงค็อก
เศรษฐกิจนิ่ง การตลาดแบบเดิมไม่ตอบโจทย์ สื่อทีวีไม่ได้ผล FMCG อัดงบเพิ่ม100% วิ่งชนณ.จุดขาย หวังเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค เร่งปั้มรายได้ "เดนท์สุ โก" จัดทัพใหม่ ชู on the table solution สุมหัวช่วยลูกค้าตั้งแต่เริ่มจนจบ ลั่นรายได้ทะลุ 400ล้านบาทในปีหน้า จากปีนี้ปิดที่ 200ล้านบาท

นายริวทาโร่ เซกิ หัวหน้าฝ่ายโซลูชันทางธุรกิจ เดนท์สุ โก แบงค็อก ในกลุ่ม บริษัท เดนท์สุ อีจีส เน็ตเวิร์ค (ประเทศไทย)หรือ DAN เปิดเผยว่า จากยุคอะนาล็อกสู่ยุดิจิตอล เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งภาคธุรกิจ การทำตลาด พฤติกรรมผู้บริโภค บริษัทมีการปรับตัวรองรับการเปลี่ยนแปลง และมีบริการใหม่ๆ ในด้านการทำตลาดเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้ามากขึ้น ล่าสุดปีนี้จัดตั้ง บริษัท เดนท์สุ โก แบงค็อก จำกัดขึ้น เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ารูปแบบใหม่ที่ต้องการความรวดเร็วมากขึ้น ในการวางกลยุทธ์การสื่อสารและทำตลาดแบบครบวงจรแบบ 360 องศา เพื่อเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค ณ จุดขาย หรือ The Last Mile

นายวิจักษณ์พงศ์ เจริญขวัญ ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายธุรกิจ เดนท์สุ โก แบงค็อก ในกลุ่มบริษัท เดนท์สุ อีจิส เน็ตเวิร์ค (ประเทศไทย) กล่าวต่อว่า ปีนี้พบว่าการทำตลาดแบบเดิมๆไม่ได้ผล ปัญหาหลักมาจากเศรษฐกิจที่ค่อนข้างนิ่ง การทำตลาดผ่านสื่ออะโบพ เดอะ ไลน์ หรือ โฆษณาทางทีวี ไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป ซึ่งความต้องการของลูกค้าในปีนี้จะให้ความสำคัญในเรื่องของการสร้างยอดขายเป็นหลัก

บริษัท เดนท์สุ โกฯ จึงได้เกิดขึ้น จากเดิมเป็นเพียงแผนกหนึ่งของเดนท์สุ เท่านั้น เพื่อรองรับการให้บริการลูกค้า ช่วยลูกค้าแก้ไขปัญหาและวางแผนการใช้สื่อ โดยเน้นในเรื่องของ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค ณ จุดขาย หรือ The Last Mile ทั้งนี้พบว่าลูกค้าที่ใช้บริการ ปีนี้ใช้งบเพิ่มจากเดิมเป็น 100% ในการวางแผนการทำตลาดจัดแคมเปญ และกิจกรรมต่างๆเพิ่มเป็นเท่าตัวเช่นกัน โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค ณ จุดขาย หรือ The Last Mile หรือจากเดิมที่ไม่ตั้งใจจะซื้อ แต่สามารถโน้มน้าวให้ผู้บริโภคซื้อสินค้าณ.จุดขายได้จริงถึง70-80% ซึ่งเห็นได้จากเคสของ แบรนด์ ทีพอท ของทาง F&N ที่สามารถเข้าถึงกลุ่มคอนซูเมอร์ได้มากขึ้น จากเดิมเป็นกลุ่มร้านค้า หรือรถเข็น ขายเครื่องดื่มเป็นหลัก

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ เดนท์สุ โกฯ ช่วยลูกค้าให้ประสบความสำเร็จ คือ คือ 1.Go with power of Young Energy ด้วยทีมงานคนรุ่นใหม่ที่ทีความคิดสร้างสรรค์ 2.Go with complete integrated idea การบูรณาการความคิดสร้างสรรค์ที่ครบเครื่อง การทำแคมเปญแบบบูรณาการให้แก่ลูกค้าที่ไม่ใช่แค่โฆษณาอีกต่อไป 3. Go with on table solution development process การขบคิดทำงานร่วมกันระหว่างเอเจนซี่และลูกค้ารวมถึงพันธมิตรที่สามารถหาสาเหตุและแก้ปัญหาธุรกิจ เพื่อเติบโตไปด้วยกัน และ 4. Go in Japanese means 5 การร่วมมือระหว่างเอเจนซี่และลูกค้า เพื่อช่วยกันและกันตั้งแต่ต้นจนจบ

ที่สำคัญ เดนท์สุ โกฯ มีจุดแข็ง คือ การรวมตัวของคนรุ่นใหม่20คน ที่มีความสามารถพร้อมจะเป็น โซลูชั่น ไดเร็คเตอร์ คิดกลยุทธ์ทางการตลาดแบบ 360 องศา แบบ อินติเกรดเต็ด มาร์เก็ตติ้ง คอมมูนิเคชั่น ทำงานร่วมกับลูกค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อหาโซลูชั่นที่ดีที่สุดช่วยเหลือลูกค้าให้สามารถทำตลาดชนะใจผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายได้ ภายใต้การทำงานแบบon the table solution หรือการรวมตัวนั่งคิดและช่วยลูกค้าตั้งแต่เริ่มจนจบ แบริการครบวงจรทุกอย่างให้ลูกค้าตั้งแต่การวิจัยตลาด พฤติกรรมผู้บริโภค คิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญอย่างมาก จากนั้นนำไปต่อยอดพัฒนาแบรนด์ สร้างแบรนด์และสื่อสารการตลาด เพื่อแจ้งเกิดสินค้า ทำให้ลูกค้าสามารถได้รับบริการที่จบครบครันได้อย่างดี

ปัจจุบันเดนท์สุ โกฯ ดูแลลูกค้ากลุ่มอาหารและเครื่องดื่มหลายราย เช่น 1.เอฟแอนด์เอ็น แดรี่ส์ (ประเทศไทย)ที่ทำตลาดไทยและอินโดจีน กับแบรนด์ ทีพอท,แมกโนเลีย, แมกโนเลียพลัสกิงโกะ, นมข้นคาร์เนชัน, นมสดสเตอริไลน์ ตราหมี, นมตราหมีโกลด์ 2.ยาคอส์ ดาวเออร์ เอ็กเบิร์กส์ ทีเอช ผู้ผลิตและจำหน่ายกาแฟ มอคโคน่า และล่าสุดในปีนี้ คือ 3.ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป ในกลุ่ม MINT ผู้นำธุรกิจร้านอาหาร ดูแลแบรนด์ซิซซ์เล่อร์ และสเวนเซ่นส์ นอกจากนี้เดนท์สุ โก แบงค็อกยังขยายบริการแก่ลูกค้าในอินโดจีน ได้แก่ กัมพูชา ลาว และเวียดนาม เนื่องจากลูกค้ารายใหญ่ของบริษัทมุ่งขยายตลาดในระดับภูมิภาคนี้มากขึ้น โดยมีการประยุกต์กลยุทธ์ให้สอดคล้องกับความต้องการเชิงลึกของผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายในท้องถิ่นของแต่ละประเทศ โดยหลังจากนี้พร้อมเปิดรับลูกค้าใหม่ๆเข้ามาทุกรูปแบบ หรือคาดว่าในปี2562 จะมีรายได้ 400ล้านบาท เพิ่มขึ้น 100% เมื่อเทียบกับปี2561 นี้ ที่จะมียอดขายที่ 200ล้านบาท.


กำลังโหลดความคิดเห็น...