xs
xsm
sm
md
lg

“สปอร์ตรีโวฯ” ฟื้นแบรนด์ “แชมเปี้ยน”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ผู้จัดการรายวัน 360 - “สปอร์ตรีโวลูชั่น” สยายปีกตลาดกีฬาไลฟ์สไตล์ คว้าสิทธิ์แบรนด์ “แชมเปี้ยน” เสริมทัพลุยตลาด โหมเปิด 3 สาขาปีนี้ เป้ารายได้ 200 ล้านบาท ผุดอีก 30 สาขาทุกแบรนด์ปีนี้ ดันทั้งบริษัทฯ รายได้ 2,800 ล้านบาท โต 30%

นายพรศักดิ์ ชินวงศ์วัฒนา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สปอร์ต รีโวลูชั่น จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดรวมอุตสาหกรรมแฟชั่นเมืองไทยปี 2561 นี้คาดว่าจะมีมูลค่ามากกว่า 30,000 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ย 20-30% ต่อปี โดยแยกเป็นกลุ่มเสื้อผ้า มูลค่าประมาณ 16,000 ล้านบาท เติบโต 22% กลุ่มรองเท้ากีฬา มูลค่าประมาณ 5,000 ล้านบาท เติบโต 18.3% และกลุ่มกระเป๋า แอ็กเซสซอรี มูลค่าประมาณ 3,200 ล้านบาท เติบโต 18%

อย่างไรก็ตาม ในกลุ่มรองเท้านั้น แยกเป็นรองเท้าวิ่ง เป็นสัดส่วนที่มากที่สุดกว่า 50% และมีการเติบโตสูงที่สุด 30% ขณะที่กลุ่มเสื้อผ้าแฟชั่นในกลุ่มไลฟ์สไตล์และสปอร์ตแฟชั่นมีแนวโน้มเติบโตอย่างมาก สอดคล้องกับคนรุ่นใหม่ยุคมิลเลนเนียมหันมานิยมแต่งตัวแนวสปอร์ตไลฟ์สไตล์มากขึ้น

ล่าสุดบริษัทฯ ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้รับสิทธิ์และนำเข้าและทำตลาดเพียงผู้เดียวในประเทศไทยเมื่อประมาณต้นปีนี้ จากแบรนด์แชมเปี้ยน (Champion) หลังจากที่เจรจากันกว่า 2 ปี เพื่อเข้ามาเสริมพอร์ตโฟลิโอของบริษัทฯ และสร้างศักยภาพการทำธุรกิจมากขึ้น โดยไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่แบรนด์นี้เข้ามาทำตลาดอย่างเป็นทางการโดยผ่านดิสทริบิวเตอร์ หลังจากที่แบรนด์แชมเปี้ยนห่างหายจากตลาดเมืองไทยไปนานกว่า 16 ปีหลังจากที่รายเดิมได้หยุดการทำตลาด ซึ่งปัจจุบันบริษัทฯ มีแบรนด์รองเท้ากีฬาดังๆ ที่รับผิดชอบทำตลาดหลากหลาย เช่น ไนกี้, อันเดอร์อาร์เมอร์, เอซิคส์, ไวแบรม, ซอฟโซล, ออน, อัลตร้า, โฮก้า สกิน, เทวาสนุก เป็นต้น

“บริษัทฯ มองเห็นโอกาสในการทำตลาดของแบรนด์แชมเปี้ยนในเมืองไทยอย่างมาก ซึ่งหลังจากที่บริษัทแม่ได้มีการปรับคอนเซ็ปต์และรูปแบบสินค้าใหม่เป็นสปอร์ตไลฟ์สไตล์แฟชั่น จากเดิมที่เน้นสปอร์ตล้วนๆ ทำให้แบรนด์นี้เริ่มกลับมาเป็นที่นิยมมและเป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้น จากอายุแบรนด์นี้มากกว่า 99 ปี มีความเป็นไลฟ์สไตล์มากขึ้น โดยเราจับกลุ่มอายุ 18-34 ปีเป็นหลัก ระดับบีขึ้นไป ผู้ชาย 60% ผู้หญิง 40% สินค้ามีราคาตั้งแต่ 1,100-7,000 กว่าบาท โดยเราเน้นในกลุ่มเสื้อกีฬาและแฟชั่นไลฟ์สไตล์ สินค้าเรานำเข้ามาจากญี่ปุ่นทั้งหมด 100% เพราะเป็นสปอร์ตไลฟ์สไตล์มากกว่าสินค้าที่มาจากอเมริกา มีราคาต่างกันประมาณ 15%” นายพรศักดิ์กล่าว

แผนธุรกิจแบรนด์แชมเปี้ยน ปี 2561 นี้จะเปิดประมาณ 3 สาขา เปิดแล้วคือที่เซ็นทรัลเวิลด์ และต่อด้วยไอคอนสยาม เมกาบางนา ลงทุนเฉลี่ย 20 ล้านบาทต่อสาขา และปีหน้าจะเปิดอีก 6 สาขาอย่างต่ำ ลงทุนรวม 120 ล้านบาท ตั้งเป้ารายได้เฉพาะแบรนด์แชมเปี้ยนประมาณ 200 ล้านบาทในปีนี้ และ 500 ล้านบาทในปี 2563 หรือคิดเป็นสัดส่วน 25% จากรายได้รวมทั้งบริษัท

“บริษัทฯ ได้เปิดร้าน Champion แห่งแรกที่ชั้น 3 โซนเอเทรียม ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โดยใช้เอกลักษณ์การดีไซน์ร้านแบบเรียบง่ายสไตล์ Sport-Inspired ใช้โทนสีขาว-ดำให้ความรู้สึก Heritage-Feel เช่นเดียวกับประเทศญี่ปุ่น และวางตำแหน่งทางการตลาด (Brand Positioning) คือ “Athleisure” ที่มาจากคำว่า Athlete (กีฬา) และ Leisure (วันสบายๆ) สื่อถึงการผสมผสานกันอย่างลงตัวของความมีสไตล์ ความสบาย และเสื้อผ้าแนวสปอร์ต เสริมลุคของความเป็นคนรักสุขภาพ แข็งแรง คล่องตัว แต่ยังคงความมีสไตล์แฟชั่น ซึ่งคอลเลกชันที่จำหน่ายในประเทศไทยจะนำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่น มีดีไซน์แบบมินิมอล (Minimal) และมีขนาดที่เหมาะกับคนไทย เน้นความเป็นแฟชั่นไลฟ์สไตล์ ทั้ง 3 กลุ่ม คือ Active style, Action Style และ Basic Style ที่สวมใส่ได้ทุกโอกาส” นายพรศักดิ์กล่าว

Champion ดีไซน์ขึ้นด้วยแนวคิด “It Takes A Little More To Make A Champion” แฟชั่นที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ภายใต้สัญลักษณ์ตัว C ไอคอนฮิตในทุกยุคทุกสมัย เป็นเสื้อผ้าที่มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ทั้งเรื่องการผลิตเสื้อผ้ากีฬาที่มีความร่วมสมัย เพิ่มประสิทธิภาพให้แก่ผู้สวมใส่ขณะทำกิจกรรมต่างๆ และดีไซน์ที่สร้างแรงบันดาลใจด้วยเอกลักษณ์ที่ยังคงความคลาสสิกในแบบฉบับของ Champion โดยเฉพาะเสื้อ Sweatshirt (เสื้อแขนยาวกันหนาว) ของ Champion ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก จนได้นิยามว่า “King of the sweatshirt” นอกจากนี้ Champion ยังเป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมในการตัดเย็บ อาทิ การทอแบบแนวขวาง “Reverse Weave” ซึ่งเป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของ Champion เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและคงทนใส่สบาย และ Champion ยังคงพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องด้วยการผลิตเสื้อใส่ได้ทั้งสองด้านผลิตจากผ้าตาข่ายไนลอน “Reversible tee”

สำหรับแผนทั้งบริษัทฯ ปี 2561 นี้จะเปิดสาขาทุกแบรนด์รวมกันประมาณ 30 สาขา ที่เปิดแล้ว เช่น เอซิคส์ที่เซ็นทรัลเวิลด์ อันดอร์อาร์เมอร์ที่เซ็นทรัลเวิลด์ เป็นต้น จากสิ้นปีที่แล้วมีสาขารวมทุกแบรนด์ประมาณ 70 สาขา และมีรายได้รวมปีที่แล้ว (2560) ประมาณ 2,000 ล้านบาท ส่วนปีนี้คาดว่าจะมีรายได้รวมประมาณ 2,600 ล้านบาท เติบโต 30% หรือถ้ารวมแบรนด์แชมเปี้ยนด้วยก็จะเป็น 2,800 ล้านบาท


กำลังโหลดความคิดเห็น...