สร้างปรากฏการณ์สะเทือนวงการอีกครั้ง เมื่อผู้นำด้านโมบายล์แพลตฟอร์มอันดับหนึ่งอย่าง "เอไอเอส" ผนึกกับ "ทีวี ธันเดอร์" ผู้นำด้านการสร้างคอนเทนต์ระดับประเทศ ส่งซีรีส์ออนไลน์แรกลงแพลตฟอร์ม AIS PLAY และกล่อง AIS PLAYBOX ในชื่อ "เสน่หา สตอรี่"
จากการเติบโตของอุตสาหกรรมคอนเทนต์สตรีมมิ่ง หรือ OTT สะท้อนให้เห็นถึงความคึกคักของธุรกิจนี้ไม่น้อย "เอไอเอส" จึงเตรียมขยายพอร์ตคอนเทนต์เติมผังกลุ่มออริจินัลซีรีส์เพื่อขยายฐานผู้ชมมากขึ้น โดยทำงานร่วมกับพาร์ตเนอร์ คือ บริษัท ทีวี ธันเดอร์ พัฒนาและนำเสนอคอนเทนต์ที่หลากหลาย โดยต่อยอดจากรายการที่มีกระแสแรงต่อเนื่อง อย่างรายการ "เทคมีเอ้าท์ไทยแลนด์" รายการเดตติ้งเกมโชว์ชื่อดังของเมืองไทยที่สร้างความฮือฮามาแล้วหลายซีซัน จนประสบความสำเร็จในแง่ของเรตติ้งและยอดวิวบนออนไลน์ จนถูกต่อยอดความสำเร็จออกมาในรูปแบบของ "รายการเทคมีเอ้าท์ เรียลลิตี้" เรียลิตีที่ช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ของคู่เดตจากรายการเทคมีเอ้าท์ และมีผู้ชมบนโลกออนไลน์ตลอด 3 ซีซัน ยอดวิวรวมทุกแพลตฟอร์มกว่า 200 ล้านวิว
และจากประสบการณ์การทำงานของบริษัท ทีวี ธันเดอร์ กับผู้หญิงในรายการเทคมีเอ้าท์ไทยแลนด์มากกว่า 13 ซีซัน ตลอดระยะเวลา 7 ปี จึงพร้อมที่จะตอกย้ำความสำเร็จอีกขั้นด้วยการสร้างละครแนวซีรีส์ในรูปแบบ Docu-Drama ที่ถูกผสมผสานเรื่องราวของความรักผ่านบทสัมภาษณ์จริงจากเจ้าของเรื่องของสาวโสดในรายการเทคมีเอ้าท์ ที่มีเนื้อหาเรื่องราวความรักทั้ง 6 คน 6 รสชาติภายใต้ชื่อ "เสน่หา สตอรี่"
นายสุวิทย์ อารยะวิไลพงศ์ หัวหน้างานบริหารผลิตภัณฑ์กลุ่มลูกค้าทั่วไป เอไอเอส กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า "เอไอเอสตอกย้ำผู้นำเครือข่าย และบริการดิจิทัลของประเทศ ที่รุกก้าวสู่บทบาทผู้ให้บริการคอนเทนต์บันเทิงอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อมอบสุดยอดประสบการณ์ความบันเทิงให้แก่ลูกค้า และคนไทย รับชมผ่านมือถือแอปฯ AIS PLAY และเน็ตบ้านเอไอเอส ไฟเบอร์ ชมผ่านกล่อง AIS PLAYBOX ด้วยความคมชัดระดับ Full HD นอกเหนือจากพันธมิตรระดับโลกแล้ว เรามุ่งจับมือกับพันธมิตรยักษ์ใหญ่ในประเทศ เพื่อนำคอนเทนต์ที่ดีที่สุดมามอบให้ลูกค้าของเราได้ดูก่อนใครเสมอ โดยทีวีธันเดอร์ถือเป็น Strategic Partner รายสำคัญที่ร่วมมือกันอย่างเหนียวแน่นยาวนานในการร่วมกัน ครีเอตคอนเทนต์ใหม่ๆ ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ เทคมีเอ้าไทยแลนด์ มาถึง เทคมีเอ้าท์ เรียลลิตี้ ที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก จนกระทั่งวันนี้ที่เราร่วมกันต่อยอดคอนเทนต์ของเทคมีเอ้าท์สู่รูปแบบของละครซีรีส์ ถือเป็นความร่วมมือก้าวสำคัญของทั้งสองบริษัทเพื่อขยายพอร์ตคอนเทนต์ใหม่ และขยายฐานผู้ชมได้มากขึ้น"
นายพิรัฐ เย็นสุดใจ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานพัฒนาการลงทุน บริษัท ทีวี ธันเดอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ทีวี ธันเดอร์ เราเป็นคอนเทนต์โพรวายเดอร์ที่อยู่ในธุรกิจนี้มานาน เรามองเห็นถึงเทรนด์การเติบโตของโมบายล์คอนเทนต์ที่สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากการเติบโตของกลุ่มอุปกรณ์ดิจิทัล ความง่ายในการเข้าถึงโลกออนไลน์ จึงทำให้เกิดการเลือกเสพคอนเทนต์ต่างๆ บนแพลตฟอร์มนี้มากขึ้นเรื่อยๆ โดยจากยอดผู้ชมคอนเทนต์ในช่องทางออนไลน์ต่างๆ ของทีวี ธันเดอร์เอง เฉพาะครึ่งปีแรกเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมาเติบโตสูงขึ้นเฉลี่ยกว่า 85% แสดงให้เห็นถึงความน่าสนใจของยอดการเติบโตตรงนี้มาก
สำหรับเอไอเอสนั้น ก็ถือเป็นพาร์ตเนอร์คนสำคัญมากๆ ของเราที่จะช่วยเผยแพร่คอนเทนต์ให้เข้าไปถึงคนดูในวงกว้าง และขยายฐานคนดูให้หลากหลายมากขึ้น โดยในสองปีที่ผ่านมาเราได้มีโอกาสในการผลิตรายการเทคมีเอ้าท์เรียลลิตี้ ทั้งซีซัน 1 และ 2 โดยได้รับการตอบรับที่ดีจนมียอดวิวเป็นอันดับต้นๆ ของแอปพลิเคชัน AIS PLAY และกล่อง AIS PLAYBOX มาตลอดอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดฐานผู้ชมใหม่ๆ กับทางพาร์ตเนอร์เราด้วย
"ในปีนี้เราเตรียมทั้งคอนเทนต์ประเภทรีรัน เช่น รายการเทคมีเอ้าท์ไทยแลนด์ ซีรีส์หลวงตามหาชน และผลิตคอนเทนต์พิเศษให้ได้รับชมทาง AIS PLAY ก่อนใคร คือ เทคมีเอ้าท์เรียลลิตี้ ซีซันที่ 3 ทุกวันอาทิตย์เวลา 18.00 น. นอกจากนั้นที่พลาดไม่ได้คือ ซีรีส์ที่สร้างจากเรื่องราวความรักจริงของหญิงสาวจากรายการ เทคมีเอ้าท์ไทยแลนด์ อย่าง "เสน่หาสตอรี่" ที่เราคัดเลือกเรื่องราวมาสร้างเป็นซีรีส์จำนวน 6 เรื่องที่มีความโดดเด่นและน่าสนใจ โดยดึงนักแสดงที่มีชื่อเสียงมาถ่ายทอดบทบาท เช่น มารี เบิร์นเนอร์, อาร์ต พศุตม์, แทค-ภรัณยู, กอล์ฟ-อนุวัฒน์, ณัฏฐ์ ทิวไผ่งาม, บอล-วิธวัฒน์ และอีกมากมาย ซึ่งปัจจุบันเริ่มถ่ายทำไปได้แล้วกว่า 50% โดยจะพร้อมออกอากาศทุกวันจันทร์ เริ่มตอนแรกคือจันทร์ที่ 3 กันยายนนี้ เวลา 18.00 น. ทั้งหมดนี้คือคอนเทนต์คุณภาพที่เราอยากจะนำเสนอให้ผู้ใช้บริการของทั้งแอปพลิเคชัน AIS PLAY และกล่อง AIS PLAYBOX ได้รับชมแบบฟรีๆ โดยแนวทางหลังจากนี้ของเราคือ สร้างคอนเทนต์ที่มีคุณภาพและเป็นที่รู้จักของผู้ชมให้มากที่สุด" นายพิรัฐกล่าว
ความร่วมมือกันในครั้งนี้ เราคาดหวังว่าจะช่วยดึงฐานของผู้ชมให้มีจำนวนมากขึ้น รวมถึงการสร้างสรรค์ผลงาน สร้างความแตกต่างจากที่เคยมีมา เพื่อเป็นสีสันให้กับวงการคอนเทนต์ในบ้านเรา ถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีระหว่าง "ทีวี ธันเดอร์" กับ "เอไอเอส" ซึ่งเรามั่นใจในทิศทางที่จะขยายโอกาสและการทำงานร่วมกันในอนาคต เพื่อตอบสนองความต้องการสูงสุดของทั้งผู้ชมอีกด้วย


