xs
xsm
sm
md
lg

ผู้ถือหุ้น GPSC ไฟเขียวซื้อ GLOW ยันเพิกถอนบริษัทออกจาก ตลท.

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


ผู้ถือหุ้น GPSC ไฟเขียวซื้อหุ้น GLOWแล้ว เตรียมจ่ายเงินล็อตแรกซื้อหุ้น GLOW 69.11% ในเดือนตุลาคมนี้ หลังจากนั้นจะทำเสนอซื้อหุ้น GLOW ที่เหลือทั้งหมดก่อนเพิกถอนออกจากตลาดฯ เพื่อดำเนินการ Synergy ร่วมกัน

นายเติมชัย บุนนาค ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ (GPSC) เปิดเผยภายหลังการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2561วันนี้ (24 ส.ค.) ว่า ตามที่ที่ประชุมผู้ถือหุ้นได้มีมติอนุมัติให้บริษัทเข้าซื้อหุ้นของบริษัท โกลว์ พลังงาน จำกัด (มหาชน) (GLOW) ทั้งทางตรงและทางอ้อมจากบริษัทเอ็นจี โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด คิดเป็นร้อยละ 69.11% และการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ที่เหลือทั้งหมดของ GLOW รวมทั้งอนุมัติการออกหุ้นกู้ทั้งในและต่างประเทศวงเงินไม่เกิน 6.85 หมื่นล้านบาท

สำหรับวงเงินที่ใช้ในการซื้อหุ้น GLOW รวมทั้งสิ้น 1.4 แสนล้านบาท จะมาจากการกู้เงินจาก 4 ธนาคารพาณิชย์ไทย คือ ไทยพาณิชย์ กรุงไทย กรุงศรีอยุธยา และเกียรตินาคิน วงเงิน 1.1 แสนล้านบาท โดยบริษัทมีวงเงินกู้จากแบงก์ที่ได้รับอนุมัติเรียบร้อยแล้ว และอีก 3.5 หมื่นล้านบาทเป็นการกู้จากบริษัทแม่ คือ บมจ.ปตท. และ บมจ.พีทีทีโกลบอล เคมิคอล

บริษัทคาดว่าจะชำระเงินค่าหุ้น GLOW จำนวน 69.11% ได้ภายในตุลาคมนี้ หลังจากนั้นบริษัทจะทำคำเสนอซื้อหุ้น GLOW ที่เหลือทั้งหมดในเดือนพฤศจิกายนนี้ ก่อนที่จะดำเนินการเพิกถอน GLOW ออกจากตลาดหลักทรัพย์ฯ ต่อไป โดย GLOW จะเป็นผู้ดำเนินการขอออกจากตลาดหุ้น ทั้งนี้เพื่อที่จะศึกษาดำเนินการ Synergy ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

“เงื่อนไขในการซื้อหุ้น GLOW จะสำเร็จเสร็จสิ้นจะต้องได้รับอนุมัติจากผู้ถือหุ้นเรียบร้อยแล้ว แต่ต้องรอการได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ก่อน ซึ่งบริษัทได้ยื่นเรื่องให้ กกพ.พิจารณาตั้งแต่วันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา โดย กกพ.มีกรอบเวลาพิจารณา 90 วัน ซึ่งไม่น่ามีปัญหา โดยจะจ่ายเงินค่าหุ้น GLOW ล็อตแรก 69.11% วงเงิน 9.59 หมื่นล้านบาท ที่ราคาหุ้น 94.892 บาท/หุ้น ภายใน 7 วันหลังจาก กกพ.อนุมัติ”

นางวนิดา บุญภิรักษ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ การเงินและบัญชีองค์กร บมจ.โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ กล่าวว่า หลังจากบริษัทดำเนินการซื้อหุ้น GLOW ทั้งหมด บริษัทจะมีอัตราหนี้สินต่อทุนเพิ่มขึ้นเป็น 4.4 เท่า ดังนั้นบริษัทจึงมีแผนปรับโครงสร้างการเงินใหม่ให้เหมาะสม โดยบริษัทจะเพิ่มทุนจดทะเบียนไม่เกิน 7.4 หมื่นล้านบาทในช่วงไตรมาส 1-2 ปี 2562 และออกหุ้นกู้ไม่เกินวงเงิน 6.85 หมื่นล้านบาท เพื่อคืนหนี้ระยะสั้น ทำให้อัตราหนี้สินต่อทุนปรับลดลงเหลือ 0.9 เท่า