xs
xsm
sm
md
lg

ไปรษณีย์ไทยปรับใหญ่สู้ศึกโลจิสติกส์ เปิดตัวบริการใหม่ทางรอดหรือทางรุ่ง??

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ที่ผ่านมาไปรษณีย์ไทยถือเป็นขาใหญ่ที่แทบจะผูกขาดบริการจัดส่งสิ่งของทุกสรรพสิ่ง แต่พอมาถึงยุคนี้ที่โลกอีคอมเมิร์ซเติบโตแบบก้าวกระโดดปีละ 20-25% ทําให้ดีมานด์ของบริการโลจิสต์ติกส์ขยายตัวตามไปด้วย ไปรษณีย์ไทยจึงถูกท้าทายจากผู้เล่นรายใหม่ ๆ ที่หวังเข้ามาแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดอันหอมหวน ผู้บริโภคเริ่มเทใจไปให้ผู้เล่นรายอื่น ถึงเวลาที่ผู้ให้บริการขนส่งอันดับหนึ่งของประเทศต้องปรับตัวเพื่อให้เป็นตัวเลือกอันดับที่หนึ่งในใจของลูกค้าให้ได้อย่างมั่นคง

วันนี้ “ไปรษณีย์ไทย 4.0” เดินหน้าพัฒนาหลากหลายนวัตกรรมออกมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าให้ดีกว่าเดิม จะมีอะไรที่โดนใจเราบ้าง ตามไปดูกันเลย

1.เปิดบริการ 24 ชั่วโมง อยากส่งกี่โมงก็มาเลย
ทลายข้อจํากัดเรื่องเวลา พ่อค้าแม่ค้าที่ขายของออนไลน์ไม่ต้องวิ่งหน้าตั้งหอบของพะรุงพะรังไปต่อคิวก่อนเคาน์เตอร์ไปรษณีย์ปิดอีกต่อไป ด้วยบริการในยุค 4.0 ที่ต้องการตอบสนองความต้องการของลูกค้าเป็นตัวตั้ง จึงได้เปิดเคาน์เตอร์ให้บริการไปรษณีย์ 24 ชั่วโมง เป็นแห่งแรกในพื้นที่กรุงเทพฯ ณ ศูนย์ไปรษณีย์ด่วนพิเศษกรุงเทพฯ (EMS) ถนนแจ้งวัฒนะ และยังขยายเวลาการให้บริการถึงเที่ยงคืนที่เดอะสตรีทอีกด้วย

2.ขนส่งมั่นใจ “รถจักรยานยนต์นําจ่าย” ติดตั้งกล่องไฟเบอร์กลาส
จากการเติบโตอย่างรวดเร็วของธุรกิจอีคอมเมิร์ซส่งผลให้จํานวนปริมาณงานสิ่งของที่เป็นแบบกล่องพัสดุฝากส่งเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไปรษณีย์ไทยจึงพัฒนาระบบการนําจ่ายด้วยนวัตกรรมกล่องไฟเบอร์กลาสที่จะนํามาติดตั้งท้ายรถจักรยานยนต์ ปกป้องสินค้าประเภทที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ เช่น ยาและเวชภัณฑ์ ฯลฯ โดยไปรษณีย์ไทย ได้ดีเดย์เปิดตัวรถจักรยานยนต์นําจ่ายโฉมใหม่ที่ติดตั้งกล่องไฟเบอร์กลาส กว่า 100 คัน นําร่องในกรุงเทพฯ และจังหวัดใหญ่ทั่วประเทศตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมา

3.ระบบคัดแยกขั้นเทพ รับมือแม่ค้าออนไลน์ส่งของได้วันละ 8 ล้านชิ้น
เครื่องคัดแยกพัสดุแบบ Cross Belt Sorter สําหรับคัดแยกพัสดุประเภทกล่องด้วยสมรรถนะ 9,000 ชิ้นต่อชั่วโมง มีช่องคัดแยกได้ถึง 77 ปลายทาง และเครื่องคัดแยกจดหมายแบบ Mixed Mail Sorter จํานวน 2 เครื่อง มีคุณสมบัติคัดแยกซองขนาดใหญ่ได้ประมาณ 8,000 ชิ้นต่อชั่วโมง มีช่องคัดแยกเครื่องละ 90 ปลายทาง ช่วยให้การคัดแยกเป็นไปอย่างรวดเร็ว ลดปัญหากล่อง/ซองชํารุดเสียหาย สูญหาย หรือส่งผิดปลายทาง โดยใช้ระบบสแกนบาร์โค้ดและการอ่านรหัสไปรษณีย์บนตัวกล่อง/ซอง รวมทั้งการลําเลียงโดยสายพานอัตโนมัติเพื่อลงสู่ช่องคัดแยกปลายทางก่อนบรรจุลงในอุปกรณ์สําหรับส่งต่อไปยังที่ทําการปลายทางต่อไป

4.ตู้ไปรษณีย์ iBOX ตอบโจทย์คนชอบช้อปออนไลน์ รับของเองได้ ไม่ต้องส่งถึงบ้าน
iBox คือตู้ล็อกเกอร์ที่สามารถนําจ่ายพัสดุให้แก่ผู้รับ โดยมีระบบตรวจสอบยืนยันความถูกต้องด้วยรหัส OTP และมีการติดตั้งกล้องวงจรปิด สามารถตรวจสอบได้ 24 ชั่วโมง พร้อมให้บริการโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ณ ที่ทําการไปรษณีย์ในกรุงเทพฯ/ปริมณฑล 42 แห่ง และที่ทำการไปรษณีย์จังหวัด 8 แห่ง ได้แก่ เชียงใหม่ พิษณุโลก สมุทรสาคร สมุทรปราการ ชลบุรี อุบลราชธานี นครรราชสีมา และภูเก็ต

และยังมีอีกหลายบริการที่รองรับความต้องการของคนรุ่นใหม่ เช่น

• “บริการกล่องพร้อมส่งและแอปพลิเคชันพร้อมโพสต์” (Prompt Post) ช่วยให้ผู้ประกอบการประหยัดเวลาฝากส่งหน้าเคาน์เตอร์ ณ ที่ทําการฯ และลดต้นทุนในคราวเดียวกันเพียงทําการฝากส่งล่วงหน้าจากที่บ้าน

• “เครื่องบริการรับฝากไปรษณีย์อัตโนมัติ” (APM) รองรับผู้ใช้บริการที่ต้องการฝากส่งเร่งด่วน หรือสิ่งของที่ไม่ผ่านการเอ็กซ์เรย์ โดยติดตั้งให้บริการ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และในปีนี้มีแผนการติดตั้งเครื่อง APM จํานวน 9 เครื่อง ณ ท่าอากาศยานในสังกัดของกรมท่าอากาศยาน จํานวน 7 แห่ง

• “บริการคูเรียโพสต์ (Courier Post)” บริการจัดส่งสินค้าระหว่างประเทศระดับพรีเมียม ภายใน 2-4 วัน

• บริการ On Demand Delivery (ODD) ให้ผู้รับสามารถกําหนดเวลาการจัดส่งพัสดุ หรือเปลี่ยนที่อยู่ สําหรับการรับพัสดุได้ตามต้องการ

การปรับตัวของไปรษณีย์ไทยแตกต่างจากทุกครั้ง เพราะไม่ใช่เพียงเพื่อรองรับพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนไป หรือเพียงเพื่อรับมือกับการรุกคืนของคู่แข่งเท่านั้น หากแต่เป็นวิสัยทัศน์ของคนไปรษณีย์ที่ได้ถอดบทเรียนจากหลาย ๆ องค์กร วันนี้พวกเขาได้ลุกขึ้นมาปฏิวัติองค์กร พัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ หรือแม้แต่ลดราคาเพื่อดึงดูดใจ ... การแข่งขันที่เกิดขึ้น การปรับตัวขององค์กรแบบใหม่ถือเป็นโจทย์ที่ท้าทาย แต่ท้ายสุดแล้วผู้ที่ได้ประโยชน์สูงสุดคือผู้ใช้บริการนั่นเอง ซึ่งวันนี้ไปรษณีย์ไทยพร้อมรับฟังลูกค้า ได้ที่ THP Contact Center 1545 อีกด้วย