รถไฟฟ้าบีทีเอสขัดข้องไม่เลิก เผย 2 วันมีผู้โดยสารหันไปใช้ระบบ MRT เพิ่มรวมกว่าแสนคน ส่วน ขสมก.จัดรถเมล์วิ่งเสริมตามแนวบีทีเอสสุขุมวิทและสีลม มีผู้โดยสารใช้รถเมล์เพิ่มวันละกว่าหมื่นคน “อาคม” สั่งสแตนด์บายรถเพิ่มถึง 29 มิ.ย. ขณะที่ ขบ.พบแท็กซี่ ปฏิเสธผู้โดยสารและวินมอเตอร์ไซค์โก่งราคา จับปรับทันที
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงกรณีรถไฟฟ้าบีทีเอสขัดข้อง เดินรถล่าช้าตั้งแต่เมื่อวันที่ 25-27 มิ.ย.ว่า กระทรวงคมนาคมในฐานะที่มีหน้าที่ดูแลภาพรวมระบบขนส่งสาธารณะในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งได้มีการทำเอ็มโอยูระหว่างหน่วยงานที่ให้บริการระบบขนส่งสาธารณะทั้งหมด ได้แก่ บีทีเอส การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) กรมการขนส่งทางบก(ขบ.) และมีการบูรณาการแผนเผชิญเหตุเมื่อมีระบบใดระบบหนึ่งขัดข้อง
กรณีรถไฟฟ้าบีทีเอสขัดข้อง ได้มอบหมายให้ ขสมก.จัดรถวิ่งเสริมเพิ่มเติมในเส้นทางบีทีเอสสายสุขุมวิท และสายสีลม ส่วน รฟม.ได้ให้ประชาสัมพันธ์กรณีบีทีเอสขัดข้องและผู้โดยสารต้องการเปลี่ยนการเดินทาง ซึ่ง MRT จะมีจุดเชื่อมต่อกับบีทีเอสที่สถานีอโศก, สีลม, จตุจักร ซึ่งเมื่อวันจันทร์ที่ 25 มิ.ย.ปริมาณผู้โดยสารของ MRT มีจำนวน 346,344 คน เปรียบเทียบกับช่วงวันจันทร์ 6 เดือนย้อนหลังที่มีผู้โดยสารเฉลี่ยที่ 297,086 คน เพิ่มขึ้นประมาณ 49,258 คน หรือ 12% วันอังคารที่ 26 มิ.ย.มีผู้โดยสาร 353,813 คน เปรียบเทียบกับช่วงวันจันทร์ 6 เดือนย้อนหลังที่มีผู้โดยสารเฉลี่ยที่ 300,908 คน เพิ่มขึ้นจากปกติ 52,905 คน หรือ 18% ทั้งนี้ ทั้ง ขสมก.และ MRT จะคงเตรียมความพร้อมรองรับกรณีบีทีเอสขัดข้องไปจนถึงวันที่ 29 มิ.ย.นี้
โดยมีผู้ใช้รถ ขสมก.ในช่วงวันที่ 25 และ 26 มิ.ย. โดยถนนสุขุมวิทมีผู้ใช้รถเมล์ 91,686 คน เพิ่มขึ้นจากปกติ 4,956 คน (5.71%) ถนนพหลโยธิน มีผู้ใช้รถเมล์ 183,939 คน เพิ่มขึ้น 4,109 คน (2.28%) และถนนสีลมมีผู้ใช้รถเมล์ 53,025 คน เพิ่มขึ้น 1,330 คน(2.57%) ขณะที่กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ตรวจพบรถแท็กซี่ปฏิเสธผู้โดยสาร 5 คัน และรถจักรยานยนต์รับจ้างเก็บค่าโดยสารเกิน 10 ราย ซึ่งได้เปรียบเทียบปรับแล้ว
ส่วน ขสมก.รายงานว่า มีผู้โดยสารเพิ่มวันละกว่าหมื่นคน โดยช่วงวันที่ 25 -26 มิ.ย.ที่มีการจัดรถวิ่งเสริมในถนนสุขุมวิท (ช่วงหมอชิต-สำโรง) มีรถ ขสมก. 41 เส้นทาง รถร่วมฯ เอกชน 32 เส้นทาง ส่วนเส้นทางบีทีเอส สนามกีฬาแห่งชาติ-บางหว้า มีรถ ขสมก. 36 เส้นทาง รถร่วมฯ เอกชน 13 เส้นทาง ซึ่งในเส้นทางหลักที่บีทีเอสขัดข้องหนัก จากสยาม-สำโรง ซึ่งมีรถ ขสมก. 8 เส้นทาง มีรถวิ่ง 210 คัน ได้เพิ่มอีก 34 คันเป็น 244 คัน และเพิ่มเที่ยววิ่งอีก 68 เที่ยว จาก 1,474 เที่ยวเป็น 1,542 เที่ยว
ทั้งนี้ จำนวนผู้โดยสารรถเมล์ ในวันจันทร์ที่ 25 มิ.ย.มีจำนวน 96,567 คน เปรียบเทียบกับวันจันทร์ที่ 18 มิ.ย. มีจำนวน 86,274 คน เพิ่มขึ้น 10,293 คน หรือ 11.93% ส่วนวันอังคารที่ 26 มิ.ย. มีผู้โดยสารใช้รถเมล์จำนวน 95,279 คน เปรียบเทียบกับวันอังคารที่ 19 มิ.ย. มีจำนวน 87,316 คน เพิ่มขึ้น 7,963 คน หรือ 9.12%
ทั้งนี้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้เร่งแก้ปัญหาทั้งหมดโดยเร็ว และตนได้แจ้งกับ พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ในกรณีที่คมนาคมจัดรถวิ่งเสริม ซึ่งกระทรวงคมนาคมมีการจัดทำแผนแม่บทระบบขนส่งมวลชนทางรางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล (พื้นที่ต่อเนื่อง) ระยะที่ 2 (M-MAP2) ซึ่งจะมีรถไฟฟ้าโครงข่ายย่อยเชื่อมกับสายหลัก 10 สายในแผนระยะที่ 1 เพื่อเป็นทางเลือกกรณีสายใดสายหนึ่งมีปัญหา ซึ่งกรุงเทพฯ เป็นเมืองหลวงใหญ่ มีประชากรกว่า 10 ล้านคน ดังนั้น ระบบขนส่งมวลชนต้องมีเพียงพอ และได้ประสิทธิภาพ
“กรณีบีทีเอสขัดข้องเมื่อวันจันทร์ 25 มิ.ย. กระทรวงคมนาคมได้เชิญบีทีเอสหารือ ซึ่งจะแก้ไขติดตั้งระบบสื่อสารเสร็จในวันที่ 29 มิ.ย.นี้ ผู้โดยสารที่ใช้บริการบีทีเอสมีจำนวนมากทั้งประชาชนและนักท่องเที่ยว ทั้งนี้ บีทีเอสเป็นคู่สัญญาของกรุงเทพมหานคร (กทม.) ตาม พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ 2556 จะมีคณะกรรมการกำกับกิจการให้เป็นไปตามสัญญา คณะกรรมการฯ นี้จะต้องดูแลและกำหนดเวลาแก้ไข ซึ่งจะมีตัวชี้วัดระดับคุณภาพการให้บริการด้วย” นายอาคมกล่าว


