ผู้จัดการรายวัน 360 - “ดอยช้างคอฟฟี่” รีแบรนด์ครั้งใหญ่รอบ 15 ปี รุกตลาดหนัก พร้อมปรับระบบสู่แฟรนไชส์เต็มรูปแบบ หวังดึงร้านไลเซนส์เข้าระบบด้วย ตั้งเป้า 100 สาขาแฟรนไชส์ในสิ้นปีนี้ ตั้งเป้าผุดร้านดอยช้างคอฟฟี่ 300 สาขาภายในปี 65 พร้อมสยายปีกช่องทางโฮเรกา
นายพิษณุชัย แก้วพิชัย ประธานที่ปรึกษา บริษัท ดอยช้าง คอฟฟี่ ออริจินัล จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ทำการรีแบรนด์กาแฟดอยช้างใหม่ครั้งใหญ่ในรอบ 15 ปี เพื่อสร้างภาพลักษณ์และความพร้อมในการขยายธุรกิจจากนี้เพื่อเข้าสู่ระบบแฟรนไชส์และตลาดต่างประเทศอย่างเต็มรูปแบบ รองรับตลาดกาแฟในไทยมูลค่ากว่า 20,000 ล้านบาทที่ยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก โดยกาแฟดอยช้างตั้งเป้าหมายรายได้เติบโตเฉลี่ย 15% ต่อปี แม้ว่าในปีที่แล้ว (2560) ตลาดรวมจะตกไปบ้างเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ค่อยดี
สำหรับแฟรนไชส์ร้านดอยช้างคาเฟ่จะมี 3 ขนาด คือ แบบเล็ก พื้นที่ 30-50 ตารางเมตร ลงทุน 1.5 ล้านบาท แบบกลาง พื้นที่ 51-100 ตารางเมตร ลงทุน 2.5 ล้านบาท และแบบใหญ่ พื้นที่ 100 ตารางเมตรขึ้นไป ลงทุน 3.5 ล้านบาท ตั้งเป้าหมายสาขาแฟรนไชส์ปีละ 50 สาขา นอกจากนั้นจะเจรจาร้านที่เป็นไลเซนส์คือร้านกาแฟที่รับกาแฟจากดอยช้างไปจำหน่าย ปัจจุบันมีประมาณ 200 กว่าร้านในไทย เพื่อให้เข้าสู่ระบบแฟรนไชส์ด้วย ซึ่งคาดว่าภายในปี 2565 จะมีร้านแฟรนไชส์ดอยช้างคาเฟ่มากกว่า 300 สาขา
อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังมีการเปิดร้านด้วยตัวเองในนามบริษัท ดอยช้างโฮลดิง จำกัด ขณะนี้มี 10 กว่าสาขาแล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นสาขาขนาดใหญ่ที่ลงทุนสูง เช่น เชียงราย พื้นที่มากกว่า 200 ตารางวา ซึ่งจะเป็นศูนย์กลางดูแลภาคเหนือด้วย และยังมีที่เชียงใหม่ ที่ภูเก็ต ทั้งนี้ตั้งเป้าหมายจะมีร้านขนาดใหญ่จังหวัดละ 1 สาขา
นายพิษณุชัยกล่าวด้วยว่า ส่วนตลาดค้าปลีกที่ไม่ใช่ร้านกาแฟก็ยังขยายต่อเนื่อง คือการจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์เป็นแพกรีเทล เช่น โมเดิร์นเทรด หรือโฮเรกา พวกโรงแรม ร้านอาหาร และจัดเลี้ยง ที่เริ่มปีที่แล้ว ปัจจุบันมีลูกค้าที่เป็นโรงแรมแล้วจำนวน 700 ห้องพัก เช่น โรงแรมที่พัทยา ที่เชียงใหม่ จะเพิ่มอีก 1,000 ห้องในปีนี้เพื่อให้ครบ 1,700 ห้องพัก รวมทั้งขยายตลาดในส่วนที่เป็นกาแฟแคปซูลด้วย ตามช่องทางโรงแรมต่างๆ ที่บริษัทฯ ลงทุนนำเครื่องชงไปวางตามโรงแรมเพื่อให้โรงแรมซื้อผลิตภัณฑ์กาแฟจากดอยช้าง
ขณะที่ตลาดต่างประเทศของกาแฟดอยช้าง ปัจจุบันมีการทำธุรกิจใน 2 ลักษณะหลักๆ คือ 1. การเปิดร้านดอยช้างคาเฟ่โดยการขายมาสเตอร์แฟรนไชส์ประเทศละ 1 รายดูแบบทั้งประเทศ จะเน้นในเอเชียเป็นหลัก ปัจจุบันมีแล้ว เช่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย ลาว กัมพูชา พม่า เป็นต้น รวมกว่า 50 สาขา และรูปแบบที่ 2 คือ การส่งกาแฟของดอยช้างไปคั่วบดที่โรงงานพันธมิตรในยุโรปเพื่อจำหน่ายในแบรนด์ดอยช้างเอง เช่น ที่อังกฤษ แคนาดา เป็นต้น
ทั้งนี้ สัดส่วนรายได้ของบริษัทฯ ช่วงที่ผ่านมาอยู่ที่ไทย 30% และต่างประเทศ 70% และเป็นรายได้จากแฟรนไชส์กับไลเซนส์รวมกันที่ 70% และจากโมเดิร์นเทรดกับโฮเรการวมกันที่ 30% แต่เมื่อปรับใหม่แล้วคาดว่าสัดส่วนรายได้จากแฟรนไชส์กับไลเซนส์ และโมเดิร์นเทรดกับโฮเรกาจะเท่ากันที่ 50% ปัจจุบันดอยช้างเป็นแบรนด์ไทยและเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกกาแฟรายใหญ่ที่สุดของไทยตามข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์ ขณะนี้ดอยช้างมีกำลังผลิตกาแฟไม่น้อยกว่า 1,000 ตันต่อปี ผ่านเครือขายพื้นที่เพาะปลูกกาแฟของเกษตรกรชาวเขาในภาคเหนือกว่า 3 หมื่นไร่ ขณะที่ประเทศไทยใช้กาแฟปีละประมาณ 100,000 ตัน


