xs
xsm
sm
md
lg

“ไทยชูรส” แตกไลน์สินค้าในครัว ดึง “หญิงลี” ปัดฝุ่นโฆษณาส้มตำ ทุ่มงบตลาด 120 ล้านขยายธุรกิจปี 61

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

ชัยชาญ อรุณสมบัติ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ไทยชูรส จำกัด เจ้าของผลิตภัณฑ์ไทยชูรส ตราชฎา
ไทยชูรสประกาศเดินหน้าเต็มสูบ จับมือ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ รุก Music Marketing โดยคว้า หญิงลี ศรีจุมพล เป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับภาพยนตร์โฆษณาชุด “ส้มตำ 4.0” พร้อมเตรียมงบการตลาดไว้ถึง 120 ล้านบาทขยายธุรกิจในปี 2561 โดยตั้งเป้าการเติบโตไว้ถึง 10%

นายชัยชาญ อรุณสมบัติ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ไทยชูรส จำกัด เจ้าของผลิตภัณฑ์ไทยชูรส ตราชฎา ที่อยู่คู่ครัวไทยมากว่า 60 ปี เปิดเผยว่า หลังจากช่วงเวลา 1 ปีที่ผ่านมาที่เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศอยู่ในภาวะชะลอตัว ไทยชูรสตราชฎาก็ได้ยกเลิกกิจกรรมโฆษณาและส่งเสริมการขายเพื่อความเหมาะสมในช่วงที่มีการไว้ทุกข์ ประกอบกับกำลังซื้อของผู้บริโภคยังไม่ดีขึ้นจากภาวะหนี้ครัวเรือนสูง รวมไปจนถึงราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ส่งผลกระทบต่อการจับจ่ายใช้สอย บริษัทจึงเห็นว่าช่วงเวลาจากนี้ไปเป็นจังหวะที่เหมาะสมที่จะกลับมาทำกิจกรรมทางการตลาดอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้เกิดความคึกคัก และให้ผลการดำเนินงานของบริษัทเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้

ทิศทางของไทยชูรสในปี 2561 บริษัทได้วางเป้าหมายการเติบโตเพิ่มขึ้นจากปี 2560 ถึง 10% โดยได้ทุ่มงบโฆษณาและส่งเสริมการขายมากถึง 120 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40% เมื่อเทียบกับปี 2560 ที่ใช้งบการตลาดเพียง 85 ล้านบาท งบดังกล่าวเป็นงบสำหรับโฆษณา 40 ล้านบาท และงบส่งเสริมการขาย 80 ล้านบาท เพื่อรองรับการขยายสินค้าใหม่เพิ่มเติมในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค จากเดิมที่มีการทดลองวางตลาดมาแล้วในช่วงระยะเวลาหนึ่ง รวมทั้งบริษัทยังได้เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของทีมขาย ด้วยการนำระบบไอทีเข้ามาใช้ในการทำงานเพื่อรองรับการขายสินค้าที่เพิ่มมากขึ้น
หญิงลี ศรีจุมพล พรีเซ็นเตอร์ของไทยชูรส
นอกจากนี้ บริษัทยังได้ร่วมกับจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ในการทำ Music Marketing โดยได้นำภาพยนตร์โฆษณาชุดส้มตำที่เคยออกอากาศไปเมื่อเกือบ 30 ปีที่แล้ว และยังคงเป็นที่จดจำของผู้บริโภคมาจนทุกวันนี้ โดยเฉพาะประโยคที่ว่า “คุณแม่ขา ปูน้อยหนีบมือ” กลับมาทำใหม่ ภายใต้ชื่อ “ส้มตำ 4.0” โดยได้ศิลปินลูกทุ่งสุดฮอตอย่าง หญิงลี ศรีจุมพล จากค่ายแกรมมี่โกลด์ มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ ภาพยนตร์โฆษณาชุดนี้ยังคงใช้แนวคิดหลักจากโฆษณาชุดเดิม ที่เน้นความสนุกสนาน ตลก ดูสบายๆ แต่มีการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับยุคสมัยปัจจุบัน ที่สะท้อนชีวิตและความเป็นอยู่ของคนในปัจจุบัน โดยมีส้มตำเป็นตัวผูกโยงเรื่องราวเข้าด้วยกัน

“การที่เราตัดสินใจนำหนังโฆษณากลับมาทำใหม่ ก็เพื่อต้องการให้เกิดการจดจำและประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว รวมไปถึงการพูดถึงในวงกว้าง ดังนั้นการพิจารณาเลือกนักร้องที่มีชื่อเสียงมาร้องเพลงในภาพยนตร์โฆษณาชุดนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเราได้เลือกหญิงลีมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ เนื่องจากเป็นนักร้องที่ได้รับความนิยมในวงกว้าง ครอบคลุมหลากหลายอายุ ทั้งชายและหญิง อีกทั้งยังมีบุคลิกภาพและภาพลักษณ์ที่ดี แนวเพลงที่ร้องก็เหมาะสมกับเพลงส้มตำเป็นอย่างมาก ดังนั้นเราจึงมั่นใจว่าแคมเปญโฆษณาชุดนี้จะทำให้แบรนด์ไทยชูรส ตราชฎา ได้รับความนิยมยิ่งขึ้นในหมู่ผู้บริโภคและในเวลาอันรวดเร็ว”

นายชัยชาญยังได้กล่าวถึงภาพรวมของไทยชูรสในปีนี้ว่ามียอดขายประมาณ 1,220 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ อันเนื่องมาจากภาวะตลาดซบเซาผู้บริโภคขาดกำลังซื้อ ซึ่งปัญหาดังกล่าวเป็นภาวะเดียวกับบริษัทจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภครายอื่นๆ โดยรายได้ดังกล่าวมาจากตลาดภายในประเทศ 90% ที่เหลือเป็นการส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดในกลุ่ม CLMV โดยมีส่วนแบ่งการตลาด 20% ในตลาดครัวเรือนและร้านอาหาร รองจากอายิโนะโมะโต๊ะที่เป็นผู้นำตลาด สำหรับยี่ห้ออื่นๆ มีส่วนแบ่งการตลาดน้อยมาก

สำหรับภาพรวมของตลาดผลิตภัณฑ์ปรุงรสในปัจจุบันมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องจากผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อันเป็นผลจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป เน้นความสะดวกสบายในการใช้ รวมไปถึงการสร้างตลาดใหม่แยกย่อยเป็นเฉพาะอาหารมากขึ้น เช่น ผงปรุงรสชนิดต่างๆ น้ำจิ้ม หรือซอสต่างๆ อย่างไรก็ตามการแข่งขันก็สูงมากเช่นกัน โดยดูจากงบโฆษณาของกลุ่มสินค้าเครื่องปรุงรสมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี ขณะที่ตลาดผงชูรสซึ่งเป็นเครื่องปรุงรสประเภทหนึ่งยังคงมีอัตราการเจริญเติบโต 2% ถึง 3% ต่อปี และการแข่งขันยังคงจำกัดเฉพาะ อายิโนะโมะโต๊ะ และไทยชูรส เท่านั้น ส่งผลให้การแข่งขันไม่รุนแรงเหมือนสินค้าเครื่องปรุงรสในกลุ่มอื่นๆ โดยตลาดครัวเรือนมีแนวโน้มลดลงอย่างช้าๆ จากพฤติกรรมการเปลี่ยนไปใส่เครื่องปรุงรสชนิดอื่นมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ตลาดร้านอาหารและอุตสาหกรรมอาหารสำเร็จรูปต่างๆ มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนยุคใหม่ที่ใช้ชีวิตนอกบ้านมากขึ้นแทนการเข้าครัว จึงทำให้ตลาดผงชูรสยังคงเติบโตต่อไปได้
กำลังโหลดความคิดเห็น...