xs
sm
md
lg

“มอลล์กรุ๊ป” ทุ่ม 400 ล้านลุยโค้งท้าย “ชอปช่วยชาติ” คึกทำเงินสะพัด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


ผู้จัดการรายวัน 360 - “เดอะมอลล์กรุ๊ป” ทุ่ม 400 ล้านบาทอัดแคมเปญส่งความสุขรับเทศกาลปีใหม่ 3 ห้าง 3 คาแรกเตอร์ ดึงดูดกำลังซื้อที่ฟื้นแล้ว มั่นใจ 2 เดือนสุดท้ายตลาดคึกคัก จับจ่ายพุ่ง มาตรการชอปช่วยชาติเริ่มต้นเงินสะพัดเพียบ หวังทั้งปีนี้โกย 56,000 ล้านบาท โต 4%

นายชำนาญ เมธปรีชากุล รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า ช่วง 2 เดือนสุดท้ายปี 2560 เดอะมอลล์กรุ๊ปได้ใช้งบประมาณรวมกว่า 400 ล้านบาทในการจัดกิจกรรม แคมเปญ ส่งเสริมการขายต้อนรับเทศกาลสิ้นปี (2560) และปีใหม่ (2561) เพื่อรองรับกำลังซื้อที่เริ่มฟื้นตัวกลับมาแล้วตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ หลังจากที่ตลาดรวมค้าปลีกอั้นแคมเปญใหญ่ๆ กันนานกว่าปีเศษ

ปัจจัยสำคัญส่วนหนึ่งมาจากกำลังซื้อที่คึกคักในช่วงมาตรการชอปช่วยชาติของรัฐบาล ที่เริ่มแค่ 2 วันแรก คือ วันที่ 11-12 พฤศจิกายน ค่าเฉลี่ยเท่ากับระยะเวลา 18 วันของชอปช่วยชาติปีที่แล้ว โดย 2 วันแรกปีนี้ 11-12 พ.ย.มีการออกใบกำกับภาษีรวม 43,200 ใบ หรือเฉลี่ยวันละ 21,600 ใบ ส่วนวันที่ 11-2 พ.ย. ปีที่แล้วที่ยังไม่ใช่ช่วงชอปช่วยชาติ มีการออกใบกำกับภาษี 5,900 ใบ เฉลี่ยวันละ 2,950 ใบ เติบโต 630%

หากนับเฉพาะชอปช่วยชาติ รวม 18 วันปีที่แล้วในช่วงเดือนธันวาคมพบว่ามีการออกใบกำกับภาษีจำนวนกว่า 420,000 ใบ เฉลี่ยวันละ 23,000 ใบ

“ยอดใช้จ่าย 2 วันแรกของชอปช่วยชาติปีนี้ถือว่าโอเคดีมาก เฉลี่ยยอดซื้อต่อบิลในแง่ที่เป็นบุคคลประมาณ 3,000 กว่าบาทต่อบิล ส่วนในแง่องค์กรเฉลี่ย 6,000 บาทต่อบิล และทั้งแคมเปญน่าจะส่งผลดีอย่างมาก เพราะเริ่มก่อนปีที่แล้วและระยะเวลาก็นานกว่าปีที่แล้วด้วยมีถึง 23 วัน” นายชำนาญกล่าว

ทั้งนี้ ในช่วง 10 เดือนแรกปี 2560 นี้ เดอะมอลล์กรุ๊ปมียอดขายแล้วรวมกว่า 45,000 ล้านบาท และคาดว่าในช่วงแคมเปญ 2 เดือนสุดท้ายในช่วงเทศกาลนี้จะสามารถทำยอดขายได้มากกว่า 11,000 ล้านบาท และคาดว่าทั้งปีจะมีรายได้รวมทั้งกลุ่มประมาณ 56,000 ล้านบาท หรือเติบโต 4%

สำหรับช่วงส่งท้ายปีได้จัดแคมเปญสำหรับ 3 ห้างสรรพสินค้าหลัก คือ เดอะมอลล์ สยามพารากอน และดิเอ็มโพเรียม แบบ 3 ธีมแตกต่างกันไป ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 60-7 ม.ค. 61 ด้วยกลยุทธ์คัสตอมเมอร์ เซ็นทริก (Customer Centric) ผู้บริโภคเป็นศูนย์กลางครีเอตรายละเอียดการสื่อสารด้านอารมณ์ ประสบการณ์เชิงบวก ของแคมเปญปีใหม่ให้มีความแตกต่าง ตามคาแรกเตอร์ของทั้ง 3 ห้างฯ ในขณะที่มีความเหมือนทางด้านฟังก์ชันนัลในการลดราคาสินค้า ควบคู่กับวิธีการนำเสนอให้เหมาะสมกับยุคดิจิตอลไลฟ์สไตล์

นายชำนาญกล่าวต่อว่า ในปีหน้า (2561) สถานการณ์โดยรวมจะดีขึ้นกว่าปีนี้แน่นอน ไม่ว่าจะเป็นด้านการท่องเที่ยว ภาวะเศรษฐกิจโดยรวม กำลังซื้อ และอารมณ์การจับจ่าย ทำให้ผู้ประกอบการต่างก็ต้องปรับตัวเพื่อรองรับการแข่งขันกันมากขึ้น อีกทั้งกระแสดิจิตอลที่มาแรงต่อเนื่องแทรกซึมทุกธุรกิจ รวมทั้งธุรกิจค้าปลีกด้วย ต้องเตรียมตัวหลายอย่าง ซึ่งจากนี้ไปจะไม่มีแค่ความเป็นค้าปลีกออฟไลน์ ค้าปลีกออนไลน์อีกแล้ว จะมีแต่ออมนิแชนเนลแบบโนไลน์แล้ว (Omnichannel No Line)
กำลังโหลดความคิดเห็น...