ผู้จัดการรายวัน 360 - ผู้จัดการรายวัน 360 - “ไมเร็กซ์” วางแผนยาว ทุ่ม 500 ล้านบาท เสริมแกร่งการผลิตในไทยรองรับตลาด ในฐานะศูนย์ผลิตใหญ่สุดในโลก ชูไทยเป็นฮับขยายตลาดซีแอลเอ็มวี พร้อมขยายช่องทางจำหน่ายและขยายตลาดกลุ่มแมสมากขึ้น
นายโจเซฟ เค.ซี. โล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ไมเร็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องครัวในเครือไมย์เออร์กรู๊ป เปิดเผยว่า บริษัทฯ จะใช้งบประมาณปีละ 100 ล้านบาท ในช่วง 5 ปีจากนี้ หรือรวม 500 ล้านบาท เพื่อลงทุนทางด้านโรงงานทั้งการปรับปรุงเครื่องจักร ประสิทธิภาพการผลิต และการพัฒนาสินค้าใหม่ เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ เพราะโรงงานของบริษัทฯ ในประเทศไทยถือเป็นฐานผลิตเครื่องครัวของกลุ่มไมเร็กซ์ที่ใหญ่ที่สุดจาก 3 ประเทศฐานผลิตที่มีคือ ไทย จีน และอิตาลี หลังจากที่เข้ามาทำตลาดในไทยนาน 19 ปีแล้ว
ทั้งนี้ บริษัทแม่มีนโยบายที่จะให้ความสำคัญต่อตลาดในภาคพื้นเอเซียมากขึ้นและต้องการเพิ่มสัดส่วนยอดขายอีก จากปัจจุบันตลาดหลักอยู่ที่สหรัฐอเมริกาและยุโรป 75% เซาท์อีสต์เอเซีย 10% และอื่นๆ ขณะที่ประเทศไทยเองก็จะเป็นศูนย์กลางในการทำตลาดประเทศเพื่อนบ้านอย่างกลุ่มซีแอลเอ็มวีเพิ่มขึ้นด้วย จากเดิมที่ทำตลาดเฉพาะในไทย จึงต้องสร้างฐานการผลิตให้แข็งแกร่งมากขึ้น จากปัจจุบันฐานผลิตในไทยมีกำลังผลิตกว่า 50 ล้านชิ้นต่อปี ส่งออกมากกว่า 95% ไปยัง 30 กว่าประเทศทั่วโลก เช่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ แคนาดา ออสเตรเลีย ตะวันออกกลาง เป็นต้น
นายโจเซฟกล่าวด้วยว่า อยากเสนอแนะให้ภาครัฐบาลมีโครงการที่จะช่วยเหลือหรือสนับสนุนและส่งเสริมผู้ประกอบการที่ลงทุนในไทยมานานบ้าง เช่น เรื่องภาษี หรือสิทธิพิเศษๆ อื่นตามความเหมาะสม นอกจากการที่จะมีมาตรการส่งเสริมต่างๆ เพื่อดึงดูดการลงทุนใหม่ๆ
นายโจเซฟกล่าวถึงตลาดซีแอลเอ็มวีว่า บริษัทฯ ได้เริ่มศึกษามาระยะหนึ่งแล้ว โดยที่ผ่านมาเริ่มมีสินค้าของเราไปจำหน่ายบ้างจากคนทั่วไปที่นำไปจำหน่ายโดยบริษัทไม่ได้ดำเนินการ แต่จากนี้จะมีการแต่งตั้งดิสทริบิวเตอร์อย่างเป็นทางการในการทำตลาด โดยเบื้องต้นสนใจตลาดพม่า ขณะนี้มีทำตลาดผ่านดิสทริบิวตอร์ 1 ราย แต่ไม่เอ็กซ์คลูซีฟ เพราะจะมีการเพิ่มอีก ตั้งเป้าระยะยาวภายใน 5 ปีจะมีสัดส่วนยอดขายจากซีแอลเอ็มวีประมาณ 10% จากรายได้ในไทย
สำหรับผลประกอบการของบริษัทฯ ไตรมาสแรกปีนี้ (2560) โต 30% มากกว่าเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ที่ 20% เพราะเศรษฐกิจเริ่มดี กำลังซื้อเริ่มฟื้นตัวขึ้นมาแล้ว ขณะที่ไตรมาสสุดท้ายปีที่แล้วยอดขายตกลงไป ส่งผลทั้งปีที่ยอดขายติดลบเล็กน้อย แต่ปีนี้ตั้งเป้าเติบโต 20-30%
ส่วนแผนรุกตลาดปีนี้จะใช้งบ 5% จากยอดขาย เพื่อสื่อสารประชาสัมพันธ์ จะขยายตลาดแบรนด์ที่เป็นกลุ่มแมสมากขึ้น จะมีการขยายช่องทางจำหน่ายเพิ่มจากเดิมที่ขายผ่านช่องทางโมเดิร์นเทรด ห้างสรรพสินค้าหลักๆ ในกรุงเทพมหานคร และหัวเมืองใหญ่เน้น และโฮมชอปปิ้ง จะขยายโมเดิร์นเทรดทั่วประเทศ เทรดดิชันนัลเทรดและช่องทางออนไลน์ เป็นต้น
ล่าสุดเปิดตัวโครงการ “ไมย์เออร์ เครื่องครัวสร้างอาชีพ” เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สนใจระดับเอสเอ็มอีเป็นเจ้าของธุรกิจ ลงทุนไม่มาก คืนทุนง่าย ลงทุนเริ่มที่ 59,000 บาท สินค้าเครื่องครัว 15 รายการ บริษัทฯ สต็อกสินค้าให้มากถึง 200 ชิ้น และสร้างกำไรสูงสุดที่ 50% ที่เลือกแล้วว่าเป็นกลุ่มสินค้าที่ขายดี ขายง่าย ราคาไม่สูง เริ่มที่ 60 บาท สูงสุด 900 บาท ซึ่ง 1 จุดจะครอบคลุมพื้นที่ 1 ตารางกิโลเมตร และหากขยายได้ครบ 10 จุด บริษัทฯ จะแต่งตั้งให้เป็นดิสทริบิวเตอร์ เซ็นเตอร์ ในเขตการขายพื้นที่นั้นๆ ด้วย โดยกลุ่มเป้าหมายทำเลของโครงการคือ บุคคลทั่วไป กลุ่มผู้ประกอบการคอนโดมิเนียมละที่อยู่อาศัยต่างๆ เจ้าของร้านค้า ร้านอาหารชุมชน กลุ่มสหกรณ์ที่มีพื้นที่ว่างดำเนินการได้
นายโจเฟกล่าวด้วยว่า ภาพรวมตลาดเครื่องครัวในปี 2559 คาดว่ามีมูลค่าตลาดรวม 8,000 ล้านบาท โดยบริษัทฯ มีส่วนแบ่งตลาด 10% และเติบโตจากปีก่อน 5% และคาดว่าในปี 2560 กลุ่มเครื่องครัวจะมีการเติบโตที่ 5-10% ซึ่งบริษัทมี 4 แบรนด์ทำตลาดในไทย คือ 1. Anolon 2. Circulon จับตลาดบน 3. Meyer 4. Prestige จับตลาดกลางซึ่งปีนี้จะขยายกลุ่มนี้มากขึ้น