นายสมศักดิ์ ฉัตรทวีศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฉัตรทวีกิจ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้ได้รับลิขสิทธิ์ผลิตและจำหน่ายเครื่องแต่งกายแบรนด์ "Crocodile" เปิดเผยว่า ในปี 2551 - 2553 บริษัทฯมีแผนลงทุนไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท เพื่อขยายธุรกิจ ทั้งการสร้างโรงงานเพื่อขยายกำลังผลิตเพิ่มขึ้น การขยายตลาดต่างประเทศ การขยายจุดจำหน่าย การเพิ่มแบรนด์สินค้า
"ตอนนี้เราอยู่ในช่วงปรับองค์กร ใหม่ ให้ความสำคัญกับฝ่ายออกแบบ รองรับการขยายไลน์ในอนาคต เพิ่มคนสำหรับดูแลสินค้าในแต่ละกลุ่มที่แยกออกมาเพื่อความชัดเจน"
โดยล่าสุดบริษัทฯได้รับไลเซ่นส์จากบริษัทแม่ของ "Crocodile" ให้ทำตลาดในประเทศอินโดจีนเพิ่มขึ้นด้วย หลังจากที่บริษัทฯทำตลาดในไทยนาน 20 กว่าปีแล้ว อย่างไรก็ตามคงจะยังไม่ขยายตลาดในช่วงนี้ เนื่องจากว่ากำลังผลิตไม่พร้อม และยังมีสินค้าราคาถูกจากจีนและเวียดนามเข้าไปตีตลาด
ส่วนแผนการเพิ่มกำลังผลิตนั้น อยู่ระหว่างการหาพื้นที่ที่เหมาะสม จากปัจจุบันที่มีโรงงานแห่งเดียวที่ถนนจันทน์ กรุงเทพฯ กำลังผลิตเต็มที่แล้ว คาดว่าโรงงานใหม่น่าจะเพิ่มอีกเท่าตัว ซึ่งจะรองรับการขยายตลาดต่างประเทศ และการเพิ่มแบรนด์ใหม่ด้วย
สำหรับการเพิ่มแบรนด์สินค้านั้น มีแผนที่จะทำตลาดและสร้างแบรนด์ของตัวเองด้วยเช่นกัน ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาถึงความเหมาะสม นอกจากนั้นก็ยังเจรจากับเจ้าของแบรนด์สินค้าต่างประเทศอีกหลายรายที่สนใจจะให้บริษัทฯผลิตและจำหน่ายให้ เนื่องจากบริษัทฯมีประสบการณ์ที่ดีและทำสำเร็จมาแล้วกับแบรนด์ "Crocodile" ที่มียอดขายติดอันดับท็อปไฟว์ในทุกห้างสรรพสินค้าชั้นนำ
โดยการทำตลาดแบรนด์ "Crocodile" จากนี้จะเพิ่มไลน์สินค้าให้ครอบคลุมมากขึ้น ทั้งกลุ่ม ยีนส์, กลุ่มอินเนอร์แวร์, กลุ่มสินค้าผู้หญิง, กลุ่มเด็ก และกลุ่มชุดลำลอง ซึ่งปัจจุบันแบรนด์ของบริษัทฯจับกลุ่มระดับบน ราคาตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไปต่อชิ้น
นายสมศักดิ์ กล่าวต่อถึงแผนการขยายสาขาด้วยว่า ปีหน้าจะขยายจุดจำหน่ายเพิ่มอีกไม่ต่ำกว่า 10-20 แห่ง ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ลงทุนจุดละประมาณ 5-20 ล้านบาท จากปัจจุบันที่มีจุดขายเคาน์เตอร์แบรนด์ในห้างสรรพสินค้าประมาณ 50 กว่าจุด และมีชอปที่เป็นสแตนด์อโลนแห่งเดียวที่อัมรินทร์พลาซ่า
สำหรับการทำตลาดเสื้อเหลืองปีนี้ได้ออกคอลเลคชั่นใหม่ชื่อว่า สแตนด์อัพ จากปีที่แล้วที่ทำรุ่น "เรารักในหลวง" และสามารถจำหน่ายได้มากกว่า 70-80 ล้านบาท โดยปีนี้ได้ใช้งบตลาดกว่า 10 ล้านบาท ทำตลาดพร้อมแคมเปญ "บอกรักในหลวงอีกครั้ง กับ Stand Up" โดยลูกค้าใส่เสื้อเลือง"Crocodile"รุ่นเรารักในหลวง มาที่เคานเตอร์จะได้ส่วนลด 50% ในการซื้อเสื้อรุ่นใหม่นี้ ระหว่างวันที่ 5-12 พฤศจิกายนนี้ และออกหนังโฆษณาชุดใหม่ด้วย ส่วนปีหน้าตั้งงบตลาดไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท
การขยายธุรกิจอย่างเต็มที่หลังจากนี้ คาดว่าในปีนี้จะมีรายได้รวมประมาณ 300 ล้านบาท และคาดว่าปีหน้าจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 100%
"ตอนนี้เราอยู่ในช่วงปรับองค์กร ใหม่ ให้ความสำคัญกับฝ่ายออกแบบ รองรับการขยายไลน์ในอนาคต เพิ่มคนสำหรับดูแลสินค้าในแต่ละกลุ่มที่แยกออกมาเพื่อความชัดเจน"
โดยล่าสุดบริษัทฯได้รับไลเซ่นส์จากบริษัทแม่ของ "Crocodile" ให้ทำตลาดในประเทศอินโดจีนเพิ่มขึ้นด้วย หลังจากที่บริษัทฯทำตลาดในไทยนาน 20 กว่าปีแล้ว อย่างไรก็ตามคงจะยังไม่ขยายตลาดในช่วงนี้ เนื่องจากว่ากำลังผลิตไม่พร้อม และยังมีสินค้าราคาถูกจากจีนและเวียดนามเข้าไปตีตลาด
ส่วนแผนการเพิ่มกำลังผลิตนั้น อยู่ระหว่างการหาพื้นที่ที่เหมาะสม จากปัจจุบันที่มีโรงงานแห่งเดียวที่ถนนจันทน์ กรุงเทพฯ กำลังผลิตเต็มที่แล้ว คาดว่าโรงงานใหม่น่าจะเพิ่มอีกเท่าตัว ซึ่งจะรองรับการขยายตลาดต่างประเทศ และการเพิ่มแบรนด์ใหม่ด้วย
สำหรับการเพิ่มแบรนด์สินค้านั้น มีแผนที่จะทำตลาดและสร้างแบรนด์ของตัวเองด้วยเช่นกัน ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาถึงความเหมาะสม นอกจากนั้นก็ยังเจรจากับเจ้าของแบรนด์สินค้าต่างประเทศอีกหลายรายที่สนใจจะให้บริษัทฯผลิตและจำหน่ายให้ เนื่องจากบริษัทฯมีประสบการณ์ที่ดีและทำสำเร็จมาแล้วกับแบรนด์ "Crocodile" ที่มียอดขายติดอันดับท็อปไฟว์ในทุกห้างสรรพสินค้าชั้นนำ
โดยการทำตลาดแบรนด์ "Crocodile" จากนี้จะเพิ่มไลน์สินค้าให้ครอบคลุมมากขึ้น ทั้งกลุ่ม ยีนส์, กลุ่มอินเนอร์แวร์, กลุ่มสินค้าผู้หญิง, กลุ่มเด็ก และกลุ่มชุดลำลอง ซึ่งปัจจุบันแบรนด์ของบริษัทฯจับกลุ่มระดับบน ราคาตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไปต่อชิ้น
นายสมศักดิ์ กล่าวต่อถึงแผนการขยายสาขาด้วยว่า ปีหน้าจะขยายจุดจำหน่ายเพิ่มอีกไม่ต่ำกว่า 10-20 แห่ง ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ลงทุนจุดละประมาณ 5-20 ล้านบาท จากปัจจุบันที่มีจุดขายเคาน์เตอร์แบรนด์ในห้างสรรพสินค้าประมาณ 50 กว่าจุด และมีชอปที่เป็นสแตนด์อโลนแห่งเดียวที่อัมรินทร์พลาซ่า
สำหรับการทำตลาดเสื้อเหลืองปีนี้ได้ออกคอลเลคชั่นใหม่ชื่อว่า สแตนด์อัพ จากปีที่แล้วที่ทำรุ่น "เรารักในหลวง" และสามารถจำหน่ายได้มากกว่า 70-80 ล้านบาท โดยปีนี้ได้ใช้งบตลาดกว่า 10 ล้านบาท ทำตลาดพร้อมแคมเปญ "บอกรักในหลวงอีกครั้ง กับ Stand Up" โดยลูกค้าใส่เสื้อเลือง"Crocodile"รุ่นเรารักในหลวง มาที่เคานเตอร์จะได้ส่วนลด 50% ในการซื้อเสื้อรุ่นใหม่นี้ ระหว่างวันที่ 5-12 พฤศจิกายนนี้ และออกหนังโฆษณาชุดใหม่ด้วย ส่วนปีหน้าตั้งงบตลาดไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท
การขยายธุรกิจอย่างเต็มที่หลังจากนี้ คาดว่าในปีนี้จะมีรายได้รวมประมาณ 300 ล้านบาท และคาดว่าปีหน้าจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 100%


