xs
xsm
sm
md
lg

น้ำอัดลมปี’50 : ครึ่งปีแรกอากาศร้อนหนุนยอดขาย…ครึ่งปีหลังต้องเร่งกระตุ้น

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ตลาดน้ำอัดลมนอกจากต้องเผชิญกับความท้าทายทั้งทางด้านภาวะเศรษฐกิจและการเมืองที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและกำลังซื้อภาคประชาชน ซึ่งมีผลต่อการขยายตัวทางด้านยอดขายของน้ำอัดลม ในขณะเดียวกันต้นทุนการดำเนินธุรกิจที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นต้นทุนบรรจุภัณฑ์ประเภทขวดพลาสติก กระป๋อง และขวดแก้ว ต้นทุนวัตถุดิบ อันได้แก่ น้ำตาลทราย ต้นทุนค่าไฟฟ้า และต้นทุนค่าขนส่ง ต่างพร้อมใจกันปรับตัวเพิ่มขึ้นโดยถ้วนหน้าซึ่งเหตุผลส่วนใหญ่มาจากปัญหาราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น

ประการสำคัญ ตลาดน้ำอัดลมยังต้องเผชิญกับพฤติกรรมผู้บริโภคและกระแสสังคมที่มุ่งเน้นลดการบริโภคสินค้าที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจนปัจจุบันมีสถานศึกษาหลายแห่งที่ห้ามจำหน่ายน้ำอัดลม ส่งผลให้มีสินค้าทดแทนเข้ามาแย่งตลาดน้ำอัดลมเพิ่มขึ้นอาทิ นม น้ำผลไม้ น้ำดื่มบรรจุขวด น้ำแร่ ชาเขียว เป็นต้น ซึ่งปัจจัยต่างๆดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นมีผลกระทบต่อตลาดน้ำอัดลมทั้งสิ้นดังจะเห็นได้จากปริมาณการจำหน่ายน้ำอัดลมในช่วงที่ผ่านมาซึ่งชะลอตัวเล็กน้อยจากระดับ 2,122.7 ล้านลิตรในปี 2547 ลงมาอยู่ที่ระดับ 1,908.9 ล้านลิตรในปี 2548 และ 1,906.0 ล้านลิตรในปี 2549

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากผู้ประกอบการน้ำอัดลมมีการปรับขึ้นราคาจำหน่ายน้ำอัดลมตามที่ได้รับอนุมัติจากกรมการค้าภายตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2549 ที่ผ่านมา ใน 8 ขนาดอีก 1 บาทส่งผลช่วยให้มูลค่าตลาดน้ำอัดลมไม่ได้ลดลงตามปริมาณการจำหน่าย โดยมูลค่าการจำหน่ายน้ำอัดลมปรับเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 5 ในปี 2549 จากมูลค่าตลาดอยู่ที่ระดับประมาณ 30,000 ล้านบาทในขณะที่ปี 2550 คาดว่ามูลค่าการจำหน่ายน้ำอัดลมจะปรับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 31,000-32,000 ล้านบาทเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนร้อยละ 3-4

ในส่วนของทิศทางตลาดน้ำอัดลมในปี 2550 นั้น ในช่วงครึ่งแรกของปีแม้ว่าจะเผชิญกับปัจจัยทางด้านภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ชะลอตัว แต่ตลาดน้ำอัดลมก็ยังมีการเติบโตตามปัจจัยหนุนสำคัญได้แก่สภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวกินช่วงเวลาที่นานขึ้น ซึ่งปัจจัยดังกล่าวหนุนให้ปริมาณและความถี่ในการบริโภคน้ำอัดลมมีเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้จะเห็นได้จากปริมาณการจำหน่ายหลักของน้ำอัดลมในช่วงหน้าร้อนเดือนมีนาคม-พฤษภาคมมีสัดส่วนสูงถึงประมาณร้อยละ 33 ของปริมาณการจำหน่ายน้ำอัดลมทั้งปีเลยทีเดียว นอกจากนี้ช่วงครึ่งแรกของปียังมีเทศกาลวันหยุดยาวช่วงสงกรานต์ที่ประชาชนทั้งชาวไทยและต่างประเทศจะเดินทางท่องเที่ยวกันเป็นจำนวนมากจึงช่วยกระตุ้นให้ความต้องการบริโภคน้ำอัดลมมีเพิ่มขึ้นตามร้านอาหาร สถานบันเทิงและแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ

สำหรับภาวะตลาดน้ำอัดลมในช่วงครึ่งหลังปี 2550 ซึ่งปกติปริมาณจำหน่ายน้ำอัดลมจะชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับช่วงครึ่งปีแรก โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝนที่กระทบต่อกิจกรรมเดินทางท่องเที่ยวหรือไปรับประทานอาหารนอกบ้านของประชาชน แต่มาในปีนี้ยอดจำหน่ายน้ำอัดลมในช่วงครึ่งปีหลังคาดว่าจะถูกซ้ำเติมจากภาวะเศรษฐกิจซึ่งมีปัจจัยเสี่ยงหลายประการที่เริ่มส่งผลกระทบต่อการขยายตัวทั้งปัญหาการค้า การลงทุน โดยเฉพาะความเชื่อมั่นของนักลงทุนไทยและต่างชาติเกี่ยวกับนโยบายภาครัฐที่ออกมาในช่วงที่ผ่านมา ในขณะที่ปัจจัยทางการเมืองที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง มีผลต่ออารมณ์ความต้องการใช้จ่ายเงินของภาคประชาชนที่ชะลอตัวลง ขณะเดียวกัน ปี 2550 ตลาดน้ำอัดลมยังไม่มีปัจจัยหนุนทางด้านการแข่งขันฟุตบอลโลกเหมือนเช่นปี 2549 ที่ผ่านมาทำให้การจัดกิจกรรมที่เป็นสีสันกระตุ้นตลาดทำได้ยากขึ้น

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เห็นว่า ตลาดน้ำอัดลมในปี 2550 มีทั้งปัจจัยสนับสนุนและปัจจัยเสี่ยงที่เข้ามากระทบต่อธุรกิจ ซึ่งสรุปได้ดังนี้
ปัจจัยสนับสนุน
ปัจจัยด้านต้นทุนดำเนินการ ผลจากเงินบาทของไทยที่แข็งค่าขึ้นเป็นลำดับทำให้ต้นทุนวัตถุดิบที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศอาทิ หัวเชื้อน้ำอัดลมปรับลดลง รวมไปถึงการลดลงของภาระหนี้เงินกู้ที่อยู่ในรูปดอลลาร์สหรัฐฯ ในขณะเดียวกัน อัตราดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มปรับลดลงก็ช่วยลดภาระหนี้เงินกู้ในประเทศของผู้ประกอบการลงมา

ปัจจัยสนับสนุนด้านการตลาด ปี 2550 เป็นช่วงเวลาที่ผู้ประกอบการน้ำอัดลม 2 รายใหญ่ที่มีการแข่งขันรุนแรงต่อเนื่องมาอย่างยาวนานต่างมีการปรับรูปแบบการโฆษณาครั้งใหญ่พร้อมๆกัน ไม่ว่าจะเป็นการปรับภาพลักษณ์สินค้าให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ การออกแบบบรรจุภัณฑ์ลวดลายใหม่ๆ การดำเนินกิจกรรมการตลาดผ่านสื่อต่างที่หลากหลาย ซึ่งการแข่งขันทางด้านกลยุทธ์การตลาดที่เข้มข้นระหว่างผู้ประกอบการรายใหญ่ในปี 2550 จะช่วยกระตุ้นยอดขายน้ำอัดลมให้เพิ่มขึ้น

ปัจจัยเสี่ยง
การชะลอตัวของภาวะเศรษฐกิจ การชะลอตัวของภาวะกำลังซื้อของภาคประชาชนที่เริ่มชัดเจนมากยิ่งขึ้นตามปัจจัยทางการเมืองและเศรษฐกิจที่ผันผวนมากในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งนับเป็นอุปสรรคต่อการทำตลาดของน้ำอัดลมพอสมควร เนื่องจากการขยายตลาดน้ำอัดลมด้วยการขยายฐานกลุ่มลูกค้าให้กว้างขึ้นนั้นมีอุปสรรคจากเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพอื่นๆที่เข้ามาแย่งตลาด ฉะนั้นหากต้องการเพิ่มยอดขายน้ำอัดลมวิธีที่ดีก็คือการเพิ่มปริมาณและความถี่ในกลุ่มลูกค้าเดิม ซึ่งการจะทำเช่นนั้นได้จะต้องเป็นช่วงภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของประชาชนปรับตัวเพิ่มขึ้น

ราคาน้ำมันที่ผันผวน ปัจจัยทางด้านราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงเคยสร้างปัญหาให้กับผู้ประกอบการน้ำอัดลมในช่วงปี 2548-2549 ที่ผ่านมาเป็นอย่างมากเพราะส่งผลทำให้ต้นทุนผู้ประกอบการทั้งบรรจุภัณฑ์ ค่าใช้จ่ายด้านการขนส่งและพลังงานปรับเพิ่มขึ้น แต่ล่าสุดนี้ราคาน้ำมันในตลาดโลกเริ่มผันผวนจากวิกฤติการความตรึงเครียดในตะวันออกกลางจนส่งผลต่อราคาน้ำมันที่มีทิศทางปรับขึ้น จะเป็นปัจจัยกดดันรายได้และผลการดำเนินงานของผู้ประกอบการน้ำอัดลมในปี 2550 อีกครั้ง

การปรับกลยุทธ์ของผู้ประกอบการ
ผู้ประกอบการน้ำอัดลมจึงมีความจำเป็นต้องปรับตัวรองรับสถานการณ์ดังกล่าว ซึ่งพอสรุปได้ดังนี้
การเร่งกิจกรรมการตลาดที่หลากหลายและเพิ่มความถี่มากขึ้น เพื่อกระตุ้นตลาดน้ำอัดลมจำเป็นต้องพัฒนารูปแบบกิจกรรมการตลาดแบบผสมผสาน ไม่ว่าจะเป็นกลยุทธ์มิวสิก มาร์เก็ตติ้ง สปอร์ต มาร์เก็ตติ้ง รวมไปถึงกลยุทธ์ที่มักใช้ได้ผลทางด้านการกระตุ้นตลาดได้แก่การชิงโชคแจกแถมของรางวัล ในขณะที่รูปแบบของสื่อที่ใช้โฆษณาประชาสัมพันธ์นอกจากสื่อดั้งเดิมทั้งวิทยุ โทรทัศน์ โรงภาพยนตร์ ป้ายโฆษณากลางแจ้งแล้ว สื่อรูปแบบใหม่ๆที่สามารถเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่และวัยรุ่นเช่นอินเตอร์เน็ต และโทรศัพท์มือถือ ก็มีความน่าสนใจเนื่องจากมีกลุ่มผู้ใช้เป็นจำนวนมาก

การบริหารต้นทุนการผลิต ผลจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่เริ่มกลับมามีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น จะเป็นปัจจัยส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงานของผู้ประกอบการน้ำอัดลม ฉะนั้นวิธีที่เหมาะสมเพื่อไม่ให้กระทบต่อยอดขายก็คือการบริหารจัดการต้นทุนการผลิต การจัดซื้อวัตถุดิบ การบริหารสต็อกสินค้า รวมทั้งการพัฒนารูปแบบการจัดส่งสินค้าจากโรงงานผลิตไปถึงร้านค้าปลีกอย่างมีประสิทธิภาพ
กำลังโหลดความคิดเห็น...