ศึกเครื่องฟอกอากาศ ระอุรับปีหมูไฟ รายใหม่จ่อคิวลงปะหมัด “ฮันนี่เวลล์” ชี้ ความน่าเชื่อถือของแบรนด์เป็นปัจจัยหลักในการเลือกซื้อ แบรนด์ใหญ่ต้องทำการตลาดอย่างหนัก จึงจะอยู่ได้ คาดว่าปีนี้ตลาดจะเติบโตกว่า 50% หรือตลาดรวมทั้งปีทะลุแสนเครื่อง ล่าสุด “แอลจี” กระโดดลงสนามอีกราย ชูกลยุทธ์คนไทยเป็นแอมบาสเดอร์ หวังตีตลาดในปีนี้
นายบุญฤทธิ์ ฉันสุวรรณ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท แสงชัยแอร์ควอลิตี้ จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเครื่องฟอกอากาศ และพัดลมดีไซน์ ยี่ห้อ ฮันนี่เวลล์ เปิดเผย “ผู้จัดการรายวัน” ว่า ตลาดเครื่องฟอกอากาศในประเทศไทย ถึงแม้ว่าจะมีขนาดเล็กอยู่ มูลค่ารวมของตลาดยังไม่สูงนัก แต่ถ้ามองในเรื่องของการแข่งขันของตลาดแล้ว ปีนี้จะเพิ่มสูงขึ้น สืบเนื่องจากผู้บริโภคให้ความสนใจเกี่ยวกับสุขภาพมากยิ่งขึ้น
ดังนั้นในปีนี้จะเห็นว่า ผู้ประกอบการที่เข้ามาทำตลาดเครื่องฟอกอากาศอยู่ก่อนแล้ว จะรุกทางด้านการตลาดมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันปีนี้คาดว่าจะเห็นผู้เล่นรายใหม่ที่ยังไม่เคยทำเครื่องฟอกอากาศมาก่อน เข้ามาในตลาดอีกอย่างน้อย 1- 2 ราย
“ตลาดเครื่องฟอกอากาศ กำลังเป็นตลาดที่น่าสนใจ เนื่องจากยังเป็นตลาดที่เล็กอยู่ ทำให้การขยายตัวของตลาดยังมีอีกมาก ขณะเดียวกันผู้บริโภคเองก็ให้ความสนใจทางด้านสุขภาพมากยิ่งขึ้น ดังนั้นผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่และเล็ก จึงให้ความสนใจกับตลาดเครื่องฟอกอากาศมากยิ่งขึ้น”
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าตลาดเครื่องฟอกอากาศจะมีขนาดเล็ก แต่ในเรื่องของการทำตลาดแล้ว มองว่าค่อนข้างลำบาก เนื่องจากผู้บริโภคจะให้ความสำคัญกับแบรนด์มากที่สุด ว่ามีความน่าเชื่อถือและคุณภาพมากแค่ไหน ดังนั้นจะเห็นว่า ผู้นำของตลาดเครื่องฟอกอากาศในช่องทางโมเดิร์นเทรด กลับไม่ใช่แบรนด์ใหญ่ตามที่คาดไว้
“เครื่องฟอกอากาศ ถือเป็นสินค้าที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญในการเลือกซื้อมาก โดยเฉพาะในช่องทางโมเดิร์นเทรด แบรนด์อันดับหนึ่งที่มียอดขายสูงสุดคือ ฮันนี่เวลล์ มีส่วนแบ่งทางการตลาดกว่า 40 % รองลงมา คือ ไบออน แอร์ “Bion Air” มีส่วนแบ่งทางการตลาดที่ 35 % นอกนั้นเป็นแบรนด์อื่นๆ จะเห็นว่าทั้ง 2 แบรนด์นั้น เป็นแบรนด์ที่ทำตลาดเครื่องฟอกอากาศโดยเฉพาะ และเป็นที่รู้จักในเรื่องของคุณภาพมาอย่างยาวนาน จึงทำให้มียอดขายเป็นอันดับต้นๆในช่องทางโมเดิร์นเทรด”
นายบุญฤทธิ์ กล่าวต่อว่า มองในภาพรวมแล้ว ถึงแม้ว่า แบรนด์ฮันนี่เวลล์ และไบออนนั้น ถือว่าเป็นที่รู้จักในกลุ่มผู้บริโภคระดับบีบวกขึ้นไปก็ตาม แต่สามารถครองความเป็นผู้ด้านยอดขายในช่องทางโมเดิร์นเทรดได้ เนื่องจากแบรนด์ที่มีชื่อเสียงจากต่างประเทศนั้นเอง จึงทำให้ทั้งสองแบรนด์ แทบไม่ต้องทำตลาดเลย ขณะที่แบรนด์ใหญ่ทั้งจากญี่ปุ่นและเกาหลี กลับต้องให้ความสำคัญในเรื่องของการตลาดเป็นพิเศษ เพื่อต้องการให้ผู้บริโภครู้จักและทราบว่า แบรนด์ใหญ่เหล่านี้ มีสินค้าเครื่องฟอกอากาศจำหน่ายเช่นเดียวกัน แต่จะสามารถแข่งขันในตลาดได้หรือไม่นั้น ปัจจัยหนึ่งที่สำคัญคือ การทำตลาดอย่างจริงจังนั้นเอง
อย่างไรก็ตามในฐานะที่บริษัทฯ เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเครื่องฟอกอากาศ และพัดลมดีไซน์ ยี่ห้อ ฮันนี่เวลล์นั้น ล่าสุดในปีนี้ทางบริษัทฯจะมีการเปิดตัวนวัตกรรมเครื่องฟอกอากาศใหม่ 2 รุ่น ราคาเฉลี่ยที่ 6,000-30,000 บาท จับกลุ่มผู้บริโภคระดับบนเป็นหลัก และพัดลมดีไซน์ 4 รุ่น คาดว่าในปีนี้จะยังคงมีรายได้ในช่องทางโมเดิร์นเทรด ไม่ต่ำกว่า 400-500 ล้านบาท หรือเป็นผู้นำในช่องทางโมเดิร์นเทรด ด้วยส่วนแบ่งทางการตลาด กว่า 40 %เช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา
“จากการที่มีปัจจัยทั้งจากการที่มีผู้เล่นเข้าในตลาด และการที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสุขภาพเพิ่มสูงขึ้นนั้น คาดว่าตลาดเครื่องฟอกอากาศจะมีอัตราการเติบโตกว่า 50 % หรือคิดเป็นจำนวนความต้องการกว่า 100,000 เครื่อง ในปีนี้” นายบุญฤทธิ์ กล่าวในที่สุด
แอลจี งัดกลยุทธ์แอมบาสเดอร์รุกเครื่องฟอกอากาศ
สำหรับค่ายแอลจี ที่เข้ามาทำตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในประเทศไทยไม่ถึง 10 ปีนั้น ล่าสุดในปีนี้ก็ได้ฤกษ์ทำตลาดเครื่องฟอกอากาศอีกราย โดยได้นำเอานวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านระบบการฟอกอากาศของเครื่องปรับอากาศ มาพัฒนาสู่เครื่องฟอกอากาศโดยตรง ชูเรื่องของดีไซน์และคุณภาพเป็นจุดขายเช่นเคย
ขณะเดียวกันในส่วนของกลยุทธ์ทางการตลาดนั้น คาดว่าจะใช้กลยุทธ์แอมบาสเดอร์มาใช้ โดยแอมบาสเดอร์นี้คาดว่าจะเป็นศิลปินหรือดาราไทย ซึ่งหากเป็นจริง จะเป็นครั้งแรกที่ทางแอลจีใช้แอมบาสเดอร์ที่เป็นคนไทย
โดยแหล่งข่าววงการเครื่องใช้ไฟฟ้า เปิดเผยว่า ปีนี้เป็นปีแรกที่ทางแอลจีเปิดตลาดเครื่องฟอกอากาศในประเทศไทย โดยคาดว่าจะนำเอากลยุทธ์แอมบาสเดอร์ที่เป็นคนไทยมาใช้ โดยอาจจะเป็นศิลปินหรือดาราที่มีชื่อเสียง ผ่านภาพยนตร์โฆษณา และการจัดโรดโชว์ต่างๆในปีนี้ ส่วนช่องทางการจัดจำหน่ายนั้น จะจำหน่ายผ่านช่องทางโมเดิร์นเทรดเท่านั้น คือ เดอะมอลล์, เพาเวอร์บาย และโฮมโปร รวมไปถึงเอ็กซ์คลูซีฟ ดีลเล่อร์ บางรายเท่านั้น ซึ่งจะเป็นการทำตลาดเพื่อจับกลุ่มบริโภคระดับบนเป็นหลัก
ขณะที่ในส่วนของสินค้านั้น เบื้องต้นจะวางจำหน่ายทั้งหมด 6 รุ่น ราคาจำหน่ายตั้งแต่ 14,900 -29,900 บาท
นายบุญฤทธิ์ ฉันสุวรรณ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท แสงชัยแอร์ควอลิตี้ จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเครื่องฟอกอากาศ และพัดลมดีไซน์ ยี่ห้อ ฮันนี่เวลล์ เปิดเผย “ผู้จัดการรายวัน” ว่า ตลาดเครื่องฟอกอากาศในประเทศไทย ถึงแม้ว่าจะมีขนาดเล็กอยู่ มูลค่ารวมของตลาดยังไม่สูงนัก แต่ถ้ามองในเรื่องของการแข่งขันของตลาดแล้ว ปีนี้จะเพิ่มสูงขึ้น สืบเนื่องจากผู้บริโภคให้ความสนใจเกี่ยวกับสุขภาพมากยิ่งขึ้น
ดังนั้นในปีนี้จะเห็นว่า ผู้ประกอบการที่เข้ามาทำตลาดเครื่องฟอกอากาศอยู่ก่อนแล้ว จะรุกทางด้านการตลาดมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันปีนี้คาดว่าจะเห็นผู้เล่นรายใหม่ที่ยังไม่เคยทำเครื่องฟอกอากาศมาก่อน เข้ามาในตลาดอีกอย่างน้อย 1- 2 ราย
“ตลาดเครื่องฟอกอากาศ กำลังเป็นตลาดที่น่าสนใจ เนื่องจากยังเป็นตลาดที่เล็กอยู่ ทำให้การขยายตัวของตลาดยังมีอีกมาก ขณะเดียวกันผู้บริโภคเองก็ให้ความสนใจทางด้านสุขภาพมากยิ่งขึ้น ดังนั้นผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่และเล็ก จึงให้ความสนใจกับตลาดเครื่องฟอกอากาศมากยิ่งขึ้น”
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าตลาดเครื่องฟอกอากาศจะมีขนาดเล็ก แต่ในเรื่องของการทำตลาดแล้ว มองว่าค่อนข้างลำบาก เนื่องจากผู้บริโภคจะให้ความสำคัญกับแบรนด์มากที่สุด ว่ามีความน่าเชื่อถือและคุณภาพมากแค่ไหน ดังนั้นจะเห็นว่า ผู้นำของตลาดเครื่องฟอกอากาศในช่องทางโมเดิร์นเทรด กลับไม่ใช่แบรนด์ใหญ่ตามที่คาดไว้
“เครื่องฟอกอากาศ ถือเป็นสินค้าที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญในการเลือกซื้อมาก โดยเฉพาะในช่องทางโมเดิร์นเทรด แบรนด์อันดับหนึ่งที่มียอดขายสูงสุดคือ ฮันนี่เวลล์ มีส่วนแบ่งทางการตลาดกว่า 40 % รองลงมา คือ ไบออน แอร์ “Bion Air” มีส่วนแบ่งทางการตลาดที่ 35 % นอกนั้นเป็นแบรนด์อื่นๆ จะเห็นว่าทั้ง 2 แบรนด์นั้น เป็นแบรนด์ที่ทำตลาดเครื่องฟอกอากาศโดยเฉพาะ และเป็นที่รู้จักในเรื่องของคุณภาพมาอย่างยาวนาน จึงทำให้มียอดขายเป็นอันดับต้นๆในช่องทางโมเดิร์นเทรด”
นายบุญฤทธิ์ กล่าวต่อว่า มองในภาพรวมแล้ว ถึงแม้ว่า แบรนด์ฮันนี่เวลล์ และไบออนนั้น ถือว่าเป็นที่รู้จักในกลุ่มผู้บริโภคระดับบีบวกขึ้นไปก็ตาม แต่สามารถครองความเป็นผู้ด้านยอดขายในช่องทางโมเดิร์นเทรดได้ เนื่องจากแบรนด์ที่มีชื่อเสียงจากต่างประเทศนั้นเอง จึงทำให้ทั้งสองแบรนด์ แทบไม่ต้องทำตลาดเลย ขณะที่แบรนด์ใหญ่ทั้งจากญี่ปุ่นและเกาหลี กลับต้องให้ความสำคัญในเรื่องของการตลาดเป็นพิเศษ เพื่อต้องการให้ผู้บริโภครู้จักและทราบว่า แบรนด์ใหญ่เหล่านี้ มีสินค้าเครื่องฟอกอากาศจำหน่ายเช่นเดียวกัน แต่จะสามารถแข่งขันในตลาดได้หรือไม่นั้น ปัจจัยหนึ่งที่สำคัญคือ การทำตลาดอย่างจริงจังนั้นเอง
อย่างไรก็ตามในฐานะที่บริษัทฯ เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเครื่องฟอกอากาศ และพัดลมดีไซน์ ยี่ห้อ ฮันนี่เวลล์นั้น ล่าสุดในปีนี้ทางบริษัทฯจะมีการเปิดตัวนวัตกรรมเครื่องฟอกอากาศใหม่ 2 รุ่น ราคาเฉลี่ยที่ 6,000-30,000 บาท จับกลุ่มผู้บริโภคระดับบนเป็นหลัก และพัดลมดีไซน์ 4 รุ่น คาดว่าในปีนี้จะยังคงมีรายได้ในช่องทางโมเดิร์นเทรด ไม่ต่ำกว่า 400-500 ล้านบาท หรือเป็นผู้นำในช่องทางโมเดิร์นเทรด ด้วยส่วนแบ่งทางการตลาด กว่า 40 %เช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา
“จากการที่มีปัจจัยทั้งจากการที่มีผู้เล่นเข้าในตลาด และการที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสุขภาพเพิ่มสูงขึ้นนั้น คาดว่าตลาดเครื่องฟอกอากาศจะมีอัตราการเติบโตกว่า 50 % หรือคิดเป็นจำนวนความต้องการกว่า 100,000 เครื่อง ในปีนี้” นายบุญฤทธิ์ กล่าวในที่สุด
แอลจี งัดกลยุทธ์แอมบาสเดอร์รุกเครื่องฟอกอากาศ
สำหรับค่ายแอลจี ที่เข้ามาทำตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในประเทศไทยไม่ถึง 10 ปีนั้น ล่าสุดในปีนี้ก็ได้ฤกษ์ทำตลาดเครื่องฟอกอากาศอีกราย โดยได้นำเอานวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านระบบการฟอกอากาศของเครื่องปรับอากาศ มาพัฒนาสู่เครื่องฟอกอากาศโดยตรง ชูเรื่องของดีไซน์และคุณภาพเป็นจุดขายเช่นเคย
ขณะเดียวกันในส่วนของกลยุทธ์ทางการตลาดนั้น คาดว่าจะใช้กลยุทธ์แอมบาสเดอร์มาใช้ โดยแอมบาสเดอร์นี้คาดว่าจะเป็นศิลปินหรือดาราไทย ซึ่งหากเป็นจริง จะเป็นครั้งแรกที่ทางแอลจีใช้แอมบาสเดอร์ที่เป็นคนไทย
โดยแหล่งข่าววงการเครื่องใช้ไฟฟ้า เปิดเผยว่า ปีนี้เป็นปีแรกที่ทางแอลจีเปิดตลาดเครื่องฟอกอากาศในประเทศไทย โดยคาดว่าจะนำเอากลยุทธ์แอมบาสเดอร์ที่เป็นคนไทยมาใช้ โดยอาจจะเป็นศิลปินหรือดาราที่มีชื่อเสียง ผ่านภาพยนตร์โฆษณา และการจัดโรดโชว์ต่างๆในปีนี้ ส่วนช่องทางการจัดจำหน่ายนั้น จะจำหน่ายผ่านช่องทางโมเดิร์นเทรดเท่านั้น คือ เดอะมอลล์, เพาเวอร์บาย และโฮมโปร รวมไปถึงเอ็กซ์คลูซีฟ ดีลเล่อร์ บางรายเท่านั้น ซึ่งจะเป็นการทำตลาดเพื่อจับกลุ่มบริโภคระดับบนเป็นหลัก
ขณะที่ในส่วนของสินค้านั้น เบื้องต้นจะวางจำหน่ายทั้งหมด 6 รุ่น ราคาจำหน่ายตั้งแต่ 14,900 -29,900 บาท


