xs
xsm
sm
md
lg

"คงภัทร ตันติจิรสกุล" รุ่นสองพีน่าฯ แตกไลน์สู่ร้านอาหาร

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

เมื่อกล่าวถึงตระกูล ตันติจิรสกุล กล่าวได้ว่าเป็นที่รู้จักดีในวงการ เพราะมีธุรกิจ มากมายที่อยู่ในเครือ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจโรงแรม ไอยรา บีช โฮเทล แอนด์ พลาซ่า ธุรกิจเสื้อผ้าแนวแฟชั่นผู้ผลิตและจำหน่ายเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ภายใต้แบรนด์พีน่าเฮ้าส์, ไอเท็มส์, เท็นแอนด์โค, ยูโฟร์ และแบรนด์นำเข้าอื่นๆ พร้อมกับธุรกิจหลักอย่างเอาท์เล็ทมอลล์ ที่ปัจจุบันมีอยู่ทั้งหมดอยู่ 3 แห่ง

ธุรกิจดังกล่าวนับว่าเป็นธุรกิจที่สามารถทำรายได้เป็นกอบเป็นกำ ซึ่งมีรายได้รวมกันกว่า 2 พันล้านบาท ต่อปี แต่นับต่อจากนี้ สุพจน์ ตันติจิรสกุล บิ๊กใหญ่ ของวงการนำเข้าสินค้าแฟชั่น รวมทั้งการบริหารโรงแรมหรูชื่อดังไอยรา บีช โฮเทล แอนด์ พลาซ่า ไม่ได้มองเพียงแต่ธุรกิจนี้เพียงอย่างเดียว แต่จะมองหาธุรกิจใหม่ที่จะสามารถเอื้อต่อธุรกิจหลักๆ อย่างเอาท์เล็ทเพื่อสร้างยอดรายได้ของกลุ่มให้เพิ่มมากขึ้น

ทั้งนี้การหันมามุ่งมั่นโฟกัสธุรกิจใหม่ๆ แน่นอนว่าจะต้องเป็นตลาดที่น่าสนใจและสร้างความแปลกและแตกต่างในตลาด เพื่อหลีกหนีความจำเจและเป้าหมายที่สำคัญ และยังคงคอนเซ็ปต์เดิม คือจับกลุ่มนักเดินทางพร้อมกับนักท่องเที่ยวเช่นเคย ดังนั้น สุพจน์ จึงลุยเปิดร้านสเต๊ก “เดอะ วัลเลย์ กริลล์” The Valley Grill (Steak&Restaurant) ซึ่งนับว่าเป็นธุรกิจใหม่ของกลุ่มพีน่า ขยายไลน์เข้าสู่ธุรกิจอาหารอย่างเต็มรูปแบบ โดยมอบหมายให้บุตรชายคนที่ 3 คือ นายคงภัทร ตันติจิรสกุล เป็นผู้ดูแลเป็นหลัก

การแตกไลน์ออกสู่ธุรกิจใหม่เพิ่มเติม ต้องให้บุตรชาย วัยเพียง 24 ปี เข้าไปนั่งกุมบังเหียนอย่างเต็มตัว เพราะเลือดหนุ่มคนนี้เห็นแววมาตั้งแต่ช่วงวัยเด็ก เพราะเป็นคนที่ชื่นชอบด้านอาหาร และมีความสนใจอย่างเป็นจริงเป็นจัง จึงมองเห็นอนาคตเข้าวงการนี้อย่างเต็มตัว จึงส่งตัวไปเรียนที่อเมริกา โดยเรียนอาหารที่ แคลิฟอร์เนีย ในโรงเรียนคูลินารี่ สาขาโฮเทล แอนด์ เรสเตอรองส์ นานกว่า 15 เดือน

ด้วยวัยเพียง 24 ปี นี้จะเป็นกำลังสำคัญในอนาคต "คงภัทร" กล่าวอย่างมั่นใจว่า จะทำให้“เดอะ วัลเลย์ กริลล์”ที่เขาใหญ่เป็นสาขาต้นแบบ ในการพัฒนาในพื้นที่แต่ละสาขาต่อไป โดยการมุ่งมั่นให้บริการและให้ความสำคัญด้านวัตถุดิบที่สดและใหม่อยู่สม่ำเสมอ ทั้งนี้การพัฒนาธุรกิจที่เกี่ยวกับร้านอาหารภายใต้ ชื่อร้าน The Valley Grill (Steak&Restaurant) ให้บริการขายสเต็กที่มีจุดขายตรงการใช้วัตถุดิบที่นำเข้าจาก นิวซีแลนด์ และประเทศออสเตรเลีย ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างดี จากกลุ่มลูกค้าในอเมริกา อย่างไรตามในการนำวัตถุดิบบางส่วนนำเข้าจากต่างประเทศอีกทั้งวัตถุดิบบางส่วนในประเทศ คาดว่าจะเป็นส่วนผสมที่ลงตัวและจะสามารถทำให้กลุ่มลูกค้ามีความพึงพอใจกับอาหาร

สำหรับแผนในอนาคต "คงภัทร" กล่าวว่า มีแผนขยายสาขาของร้านอาหารเพิ่มเติมอีกประมาณ 2 -3 แห่ง ภายหลังจากที่ได้เริ่มแตกไลน์ธุรกิจใหม่และเริ่มเปิดให้บริการ 1 เดือนไปแล้ว ภายใต้งบประมาณลงทุนก่อสร้าง 15 ล้านบาท มีพื้นที่ขายประมาณ 700 ตารางเมตร จุที่นั่งได้กว่า 300 คน กลุ่มลูกค้าให้การตอบรับได้เป็นอย่างดี

ส่วนหนึ่งจากรายได้ในการขายอาจมาจากกลุ่มลูกค้าที่เข้ามาจับจ่ายในเอาท์เล็ท แล้วจะส่งผลต่อให้ธุรกิจร้านอาหารมีการเติบโตที่ดีได้ด้วย และ ไม่เพียงแต่ The Valley Grill ที่เขาใหญ่ จะเป็นเพียงสาขาแรก แต่ผมได้เตรียมเปิดสาขาใหม่ที่ชะอำและสมุย จังหวัดสุราษฎ์ธานี โดยจะพัฒนาสูตรอาหารที่ประยุกต์จากซีฟู๊ดเข้ามาประกอบกับเมนูอาหาร

อีกไม่นานร้าน The Valley Grill ก็เตรียมขยายพื้นที่ขายเข้าในกรุงเทพฯเจาะตามย่านที่มีผู้คนอยู่เป็นจำนวนมาก ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการหาโลเกชั่นย่านสุขุมวิท นับเป็นการรุกคืบอย่างท้าทายในธุรกิจร้านอาหารที่น่าจับตามอง ของเด็กหนุ่มวัยเพียง 24 ปี โดยเฉพาะการกระโดดเข้ามาจับตลาดกรุงเทพซึ่งมีการแข่งขันสูง
กำลังโหลดความคิดเห็น...