xs
xsm
sm
md
lg

“ยูมิโกะ”ปูพรมตลาดเวชสำอางรุกช่องโมเดิร์นเทรด-คลินิก-สปา

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

"ยูมิโกะ บิวตี้"จากแดนปลาดิบสบช่องตลาดเวชสำอางไทยมีช่องว่าง อัดงบ50 ล้านบาทสร้างแบรนด์และทำตลาดผ่านสื่อและกิจกรรมต่างๆ ล่าสุดเล็งจัดคาราวานไปยังสนามกอล์ฟเพื่อโปรโมตสินค้ากันแดด เจาะกลุ่มคนรักกีฬา ตั้งเป้าสิ้นปีนี้มีสมาชิกกว่า1,000 รายและมียอดขายกว่า 40 ล้านบาท ขณะที่แผนปีหน้าวาดฝันจำนวนสมาชิกและยอดขายเพิ่มเท่าตัว พร้อมเล็งนำสินค้ากลุ่มบอดี้เข้ามาทำตลาดเพิ่มอีก 5 รายการ ตั้งเป้าขยายสาขาเพิ่มอีก 3-5 แห่ง

นายคณัฐวัชร จันทรสถิตย์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ยูมิโกะ บิวตี้ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เวชสำอาง ภายใต้แบรนด์ยูมิโกะ แพสชั่น(Yumiko Passion)จากญี่ปุ่น เปิดเผยว่า บริษัทฯได้ใช้งบประมาณ 50 ล้านบาทในการซื้อลิขสิทธิ์ยูมิโกะ แพสชั่นมาจากญี่ปุ่น รวมถึงใช้ในการทำตลาดและประชาสัมพันธ์แบรนด์ยูมิโกะฯในตลาดประเทศไทย

หลังจากการทำตลาดมาได้ประมาณ1 ปีพบว่าได้รับการตอบรับดีจากลูกค้าที่มีการใช้สินค้าแล้วบอกต่อๆกัน ส่งผลให้ปัจจุบันบริษัทฯมีสมาชิกอยู่กว่า 500 รายและมีลูกค้าที่ใช้สินค้ากว่า 3,000 ราย โดยภายในสิ้นปีนี้บริษัทฯคาดหวังจำนวนสมาชิกจะมีเพิ่มเป็น 1,000 ราย ขณะที่ยอดรายได้สิ้นปีนี้คาดว่าจะมีประมาณ 40 ล้านบาท หรือมียอดขายประมาณเดือนละ 3-4 ล้านบาท

“บริษัทฯเตรียมสร้างการรับรู้แบรนด์ผ่านทางการจัดกิจกรรมต่างๆ อาทิ การทำอีเวนต์หรือคาราวานโรดโชว์ไปยังสนามกอล์ฟ เพื่อโปรโมตสินค้ากันแดดไปยังกลุ่มคนที่เล่นกีฬา โดยกิจกรรมนี้ใช้งบประมาณ 1 ล้านบาทและคาดว่าจะเริ่มทำได้ในช่วงปลายเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน2549นี้”

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ของยูมิโกะ แพสชั่นมีการนำเข้ามาทำตลาด 8 รายการในกลุ่มเบสิก สกินแคร์ โดยมีสินค้าตัวชูโรง คือ “เฟชเซอร์ไซต์” ซึ่งเป็นครีมที่ช่วยปรับรูปหน้าให้เล็กและกระชับ พร้อมด้วยเทคนิคการนวดของยูมิโกะฯ โดยระดับราคาสินค้าของยูมิโกะฯอยู่ที่ประมาณ 900-3,200 บาท ขณะที่กลุ่มเป้าหมายหลักของแบรนด์จะเน้นระดับบีหรือหนุ่มสาวที่มีอายุ 25 ปีขึ้นไป

ด้านช่องทางการขายสินค้าขณะนี้มีที่ชอป “ยูมิโกะ แพสชั่น” สุขุมวิทซอย 1 ซึ่งบริษัทฯมีแผนขยายสาขาเพิ่ม ได้แก่ที่สุขุมวิทซอย 39 คาดว่าจะเปิดบริการได้ในช่วงปลายเดือนกันยายนนี้ โดยในปีหน้าตั้งเป้าเปิดสาขาเพิ่มอีก 3-5 แห่ง ภายใต้งบลงทุนสาขาละ 2 ล้านบาท

ขณะที่ช่องทางจำหน่ายอื่นๆยังมีขายผ่านทางคลีนิกหมอผิวหนังทั่วไป 4-5 แห่ง และในสปาบางแห่ง เช่น ในโรงแรมดุสิตธานีและปทุมวัน ปริ๊นเซส เป็นต้น โดยในปีหน้าบริษัทฯคาดหวังว่าจะมีสินค้าวางขายผ่านคลีนิกหมอและสปารวม 50 แห่ง นอกจากนี้บริษัทฯยังมีขายสินค้าผ่านคอลเซ็นเตอร์ 1577 และล่าสุดกำลังเจรจากับกลุ่มโมเดิร์นเทรดเพื่อนำสินค้าไปวางขาย คาดว่าจะสรุปและเริ่มวางจำหน่ายได้ภายในปีนี้

สำหรับแผนการตลาดในปีหน้าบริษัทฯเล็งนำสินค้าในกลุ่มบอดี้มาทำตลาดเพิ่มอีก 4-5 รายการ รวมถึงเตรียมทำการตลาดและจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง โดยคาดหวังจำนวนสมาชิกและยอดรายได้จะมีเพิ่มขึ้นเท่าตัวจากปี 2549 นี้
กำลังโหลดความคิดเห็น