xs
xsm
sm
md
lg

สภาที่ปรึกษาฯ เตรียมเสนอกรอบการทำทีโออาร์รถไฟฟ้า 3 สายทางต่อ คปค.

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเตรียมเสนอกรอบการจัดทำหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการลงทุนโครงการรถไฟฟ้า 3 สายทาง ต่อคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) และรัฐบาลใหม่ โดยเน้นจัดหาเงินลงทุนเร่งรัดงานโยธา จัดทำร่างสัญญาชัดเจนเปิดเผย ใช้ข้อกำหนดประกวดทีโออาร์มาตรฐานเดียวกัน และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยร่วมประมูลได้

นายโคทม อารียา ประธานสภาที่ปรึกษาฯ กล่าวถึงการประชุมสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ว่า เพื่อพิจารณาความเห็นและข้อเสนอแนะเรื่องทีโออาร์รถไฟฟ้า 3 สายทาง ระบบการจ้างออกแบบควบคู่การก่อสร้างเพิ่มเติม หลังจากคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ได้ให้สภาที่ปรึกษาฯ ศึกษาเรื่องดังกล่าว โดยทางคณะทำงานโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมและพลังงานของสภาที่ปรึกษาฯ ได้เชิญหน่วยงานภาครัฐและเอกชน และผู้ที่มีส่วนได้เสียมาประชุมหารือในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งที่ประชุมมีข้อเสนอแนะสรุปใจความสำคัญของร่างทีโออาร์ ประกอบด้วย รัฐบาลควรจัดหาเงินลงทุนเบื้องต้นเพื่อเร่งรัดงานโยธาส่วนแรกโดยเร็ว การจัดทำร่างสัญญาให้กำหนดเงื่อนไขอย่างรอบคอบชัดเจนโดยเปิดเผย ควรมีข้อกำหนดทางเทคนิคด้านการรับส่งผู้โดยสารในชั่วโมงเร่งด่วน และการจัดผังเมืองเฉพาะบริเวณสถานี เพื่อให้การจราจรคล่องตัวสามารถจัดระบบเสริมได้ง่าย ข้อกำหนดการประกวดราคาทีโออาร์ ควรให้มีรายละเอียดชัดเจนรัดกุมรอบคอบทุกด้านให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน และให้ขยายระยะเวลาการจัดทำเอกสารข้อมูลจากเดิม 90 วัน เป็น 120 วัน

นอกจากนี้ ควรปรับปรุงคุณสมบัติผู้ยื่นข้อเสนอเพื่อให้ผู้ประกอบการไทยมีโอกาสเข้าร่วมมากขึ้น ให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องร่วมให้ความเห็นข้อกำหนดทีโออาร์ และการลงทุนในโครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ กำหนดหลักเกณฑ์วิธีการเปลี่ยนแปลงเนื้องานระหว่างการก่อสร้างให้รัดกุมและเปิดเผย ยึดหลักธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการโครงการ ให้คำนึงถึงผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าที่เป็นเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้พิการ หรือทุพพลภาพให้ได้รับความสะดวก ควรให้น้ำหนักแก่แผนการแก้ไขปัญหาจราจรระหว่างการก่อสร้าง โดยกำหนดเป็นคะแนนในการพิจารณาซองเทคนิคด้วย ข้อกำหนดคุณสมบัติด้านเครื่องจักรให้คำนึงถึงขีดความสามารถขั้นต่ำ และรัฐต้องกำหนดวิสัยทัศน์นโยบายการพัฒนาเมืองหลวงและเมืองอื่น ๆ ให้เกิดความสมดุล ซึ่งข้อเสนอแนะทั้งหมด ทางสภาที่ปรึกษาฯ จะมีการนำเสนอต่อ คปค.และรัฐบาลชุดใหม่ต่อไป

นายโคทม กล่าวอีกว่า คปค.ยังให้สภาที่ปรึกษาฯ เป็นผู้ดำเนินการรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาที่มีผลกระทบต่อประชาชนเป็นวงกว้าง โดย คปค. เห็นว่ามีเรื่องสำคัญที่ประชาชนสนใจ เนื่องจากมีผลกระทบเป็นวงกว้าง การจัดทำข้อตกลงเปิดเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ จึงเห็นควรให้องค์กรที่มีอำนาจหน้าที่พิจารณาข้อดีข้อเสีย ผลกระทบและการแก้ไข ซึ่งก่อนหน้านี้ สภาที่ปรึกษาฯ ได้ดำเนินการเกี่ยวกับผลกระทบในเรื่องเอฟทีเอ การแปรรูปรัฐวิสาหกิจมาแล้ว อาจจะมีการพิจารณานำผลวิเคราะห์มาพิจารณาเพิ่มเติมตามเรื่องดังกล่าว เพื่อเสนอความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลชุดใหม่