สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ชี้อุตสาหกรรมไทยขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 แม้ปัจจัยลบกระทบมากมาย เผยคอมพิวเตอร์-ยานยนต์ยอดการผลิตและการส่งออกไปได้ต่อ ส่งผลให้ดัชนีอุตสาหกรรมเดือนเมษายนพุ่งร้อยละ 5.32 จากเดือนเดียวกันของปีก่อน
นางอรรชกา สีบุญเรือง บริมเบิล ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า สศอ.ได้จัดทำดัชนีอุตสาหกรรมเดือนเมษายน 2549 โดยเก็บข้อมูลจาก 2,121 โรงงาน 53 กลุ่มอุตสาหกรรม 215 ผลิตภัณฑ์ทั้งผู้ประกอบการขนาดใหญ่ และวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) โดยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนเมษายนอยู่ที่ระดับ 143.45 เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.32 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อนที่ระดับ 136.20 สำหรับอัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ระดับ 63.2
สำหรับในเดือนเมษายน ดัชนีอุตสาหกรรมมีการปรับเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ประกอบด้วย ดัชนีผลผลิต (มูลค่าผลผลิต) อยู่ที่ระดับ 147.77 เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.02 ดัชนีการส่งสินค้าอยู่ที่ระดับ 129.95 เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.95 ดัชนีสินค้าสำเร็จรูปคงคลัง อยู่ที่ระดับ 173.41 เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.32 และดัชนีผลิตภาพแรงงานอุตสาหกรรมอยู่ที่ระดับ 137.49 เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.56 ส่วนดัชนีอุตสาหกรรมที่มีการปรับลดลงเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ประกอบด้วยดัชนีอัตราส่วนสินค้าสำเร็จรูปคงคลังอยู่ที่ระดับ 143.65 ลดลงร้อยละ 3.67 และดัชนีแรงงานในภาคอุตสาหกรรมอยู่ที่ระดับ 105.52 ลดลงร้อยละ 0.19
นางอรรชกา เปิดเผยว่า ตั้งแต่เดือนมกราคม-เมษายน 2549 ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของภาคอุตสาหกรรมไทย ถึงแม้จะมีปัจจัยที่มีผลกระทบต่อภาพรวมของเศรษฐกิจโดยรวมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง สำหรับเดือนนี้มีหลายปัจจัยที่ส่งผลให้ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมปรับเพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันของปีก่อนที่สำคัญ คือ การผลิตชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ การผลิตยานยนต์และการผลิตหลอดอิเล็กทรอนิกส์และส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์ โดยการผลิตชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน การผลิตสินค้าในกลุ่มมีการขยายตัวได้สูงถึงร้อยละ 23.5 เนื่องจากปีก่อน มีผู้ผลิตรายใหญ่ที่ย้ายฐานการผลิตมายังประเทศไทย ยังไม่สามารถเดินเครื่องการผลิตได้อย่างเต็มรูปแบบ แต่ในปีนี้สามารถผลิตได้มากขึ้น อีกทั้งแรงสนับสนุนจากความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี Hard Disk Drive ที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วทำให้ความต้องการใช้ยังคงขยายตัวได้อย่างต่อเนื่องจากปีก่อน
ส่วนการผลิตยานยนต์ในเดือนเมษายนถึงแม้จะมีวันทำงานที่น้อยลง เนื่องจากเป็นช่วงเทศกาลหยุดสงกรานต์ ทำให้ส่งผลต่อปริมาณการผลิตและการจำหน่าย ซึ่งทั้งบริษัทผู้ผลิตรวมถึงตัวแทนจำหน่ายได้ชะลอคำสั่งซื้อเพราะต้องให้ผ่านช่วงเทศกาลไปก่อน อย่างไรก็ตาม การผลิตยานยนต์ของประเทศไทยเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนมีการขยายตัวได้ถึงร้อยละ 7 ซึ่งสาเหตุหลักมาจากยอดการส่งออกเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะรถบรรทุก 1 ตัน
ที่มีสัดส่วนการส่งออกเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 44 จากเมื่อเดือนเดียวกันของปีก่อนที่มีสัดส่วนการส่งออกร้อยละ 37 และการผลิตหลอดอิเล็กทรอนิกส์และส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งการผลิตและจำหน่ายเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของไทยในปีนี้มีทิศทางขยายตัวได้ดี เนื่องจากแรงสนับสนุนของการขยายตัวในตลาดโลกที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ IC Monolithic และ Other IC ยกเว้นหลอดภาพสำหรับจอโทรทัศน์และหลอดคอมพิวเตอร์ ซึ่งความต้องการของตลาดลดลง
นางอรรชกา กล่าวอีกว่า ในเดือนเมษายนยังมีอุตสาหกรรมที่มีการผลิตและจำหน่ายลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่สำคัญ คือ การผลิตเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็กกล้าขั้นมูลฐาน และการผลิตเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์รวมทั้งน้ำดื่ม ซึ่งการผลิตเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็กกล้าขั้นมูลฐานเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนทั้งเหล็กทรงยาวและเหล็กทรงแบนมีการผลิตและจำหน่ายที่ชะลอลงเล็กน้อย เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศชะลอตัว ซึ่งเริ่มส่งผลต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ อุตสาหกรรมต่อเนื่องที่ต้องใช้เหล็ก รวมทั้งภาวะต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน จึงส่งผลต่อการผลิตและจำหน่ายเหล็กลดลง การผลิตเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์รวมทั้งน้ำดื่ม การผลิตและจำหน่ายโดยรวมในเดือนนี้เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อนลดลงมาก เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ผู้บริโภคมีการเปลี่ยนพฤติกรรม ทำให้ความต้องการสินค้าในกลุ่มลดลงไปด้วย โดยผู้บริโภคบางส่วนเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคจากการดื่มเหล้าที่ต้องผสมโซดาและน้ำ ซึ่งมีความยุ่งยากและเสียค่าใช้จ่ายมากขึ้น จึงหันไปบริโภคเครื่องดื่มชนิดอื่นแทน เช่น เบียร์ เป็นต้น
นางอรรชกา สีบุญเรือง บริมเบิล ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า สศอ.ได้จัดทำดัชนีอุตสาหกรรมเดือนเมษายน 2549 โดยเก็บข้อมูลจาก 2,121 โรงงาน 53 กลุ่มอุตสาหกรรม 215 ผลิตภัณฑ์ทั้งผู้ประกอบการขนาดใหญ่ และวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) โดยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนเมษายนอยู่ที่ระดับ 143.45 เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.32 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อนที่ระดับ 136.20 สำหรับอัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ระดับ 63.2
สำหรับในเดือนเมษายน ดัชนีอุตสาหกรรมมีการปรับเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ประกอบด้วย ดัชนีผลผลิต (มูลค่าผลผลิต) อยู่ที่ระดับ 147.77 เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.02 ดัชนีการส่งสินค้าอยู่ที่ระดับ 129.95 เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.95 ดัชนีสินค้าสำเร็จรูปคงคลัง อยู่ที่ระดับ 173.41 เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.32 และดัชนีผลิตภาพแรงงานอุตสาหกรรมอยู่ที่ระดับ 137.49 เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.56 ส่วนดัชนีอุตสาหกรรมที่มีการปรับลดลงเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ประกอบด้วยดัชนีอัตราส่วนสินค้าสำเร็จรูปคงคลังอยู่ที่ระดับ 143.65 ลดลงร้อยละ 3.67 และดัชนีแรงงานในภาคอุตสาหกรรมอยู่ที่ระดับ 105.52 ลดลงร้อยละ 0.19
นางอรรชกา เปิดเผยว่า ตั้งแต่เดือนมกราคม-เมษายน 2549 ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของภาคอุตสาหกรรมไทย ถึงแม้จะมีปัจจัยที่มีผลกระทบต่อภาพรวมของเศรษฐกิจโดยรวมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง สำหรับเดือนนี้มีหลายปัจจัยที่ส่งผลให้ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมปรับเพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันของปีก่อนที่สำคัญ คือ การผลิตชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ การผลิตยานยนต์และการผลิตหลอดอิเล็กทรอนิกส์และส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์ โดยการผลิตชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน การผลิตสินค้าในกลุ่มมีการขยายตัวได้สูงถึงร้อยละ 23.5 เนื่องจากปีก่อน มีผู้ผลิตรายใหญ่ที่ย้ายฐานการผลิตมายังประเทศไทย ยังไม่สามารถเดินเครื่องการผลิตได้อย่างเต็มรูปแบบ แต่ในปีนี้สามารถผลิตได้มากขึ้น อีกทั้งแรงสนับสนุนจากความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี Hard Disk Drive ที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วทำให้ความต้องการใช้ยังคงขยายตัวได้อย่างต่อเนื่องจากปีก่อน
ส่วนการผลิตยานยนต์ในเดือนเมษายนถึงแม้จะมีวันทำงานที่น้อยลง เนื่องจากเป็นช่วงเทศกาลหยุดสงกรานต์ ทำให้ส่งผลต่อปริมาณการผลิตและการจำหน่าย ซึ่งทั้งบริษัทผู้ผลิตรวมถึงตัวแทนจำหน่ายได้ชะลอคำสั่งซื้อเพราะต้องให้ผ่านช่วงเทศกาลไปก่อน อย่างไรก็ตาม การผลิตยานยนต์ของประเทศไทยเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนมีการขยายตัวได้ถึงร้อยละ 7 ซึ่งสาเหตุหลักมาจากยอดการส่งออกเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะรถบรรทุก 1 ตัน
ที่มีสัดส่วนการส่งออกเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 44 จากเมื่อเดือนเดียวกันของปีก่อนที่มีสัดส่วนการส่งออกร้อยละ 37 และการผลิตหลอดอิเล็กทรอนิกส์และส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งการผลิตและจำหน่ายเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของไทยในปีนี้มีทิศทางขยายตัวได้ดี เนื่องจากแรงสนับสนุนของการขยายตัวในตลาดโลกที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ IC Monolithic และ Other IC ยกเว้นหลอดภาพสำหรับจอโทรทัศน์และหลอดคอมพิวเตอร์ ซึ่งความต้องการของตลาดลดลง
นางอรรชกา กล่าวอีกว่า ในเดือนเมษายนยังมีอุตสาหกรรมที่มีการผลิตและจำหน่ายลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่สำคัญ คือ การผลิตเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็กกล้าขั้นมูลฐาน และการผลิตเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์รวมทั้งน้ำดื่ม ซึ่งการผลิตเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็กกล้าขั้นมูลฐานเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนทั้งเหล็กทรงยาวและเหล็กทรงแบนมีการผลิตและจำหน่ายที่ชะลอลงเล็กน้อย เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศชะลอตัว ซึ่งเริ่มส่งผลต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ อุตสาหกรรมต่อเนื่องที่ต้องใช้เหล็ก รวมทั้งภาวะต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน จึงส่งผลต่อการผลิตและจำหน่ายเหล็กลดลง การผลิตเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์รวมทั้งน้ำดื่ม การผลิตและจำหน่ายโดยรวมในเดือนนี้เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อนลดลงมาก เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ผู้บริโภคมีการเปลี่ยนพฤติกรรม ทำให้ความต้องการสินค้าในกลุ่มลดลงไปด้วย โดยผู้บริโภคบางส่วนเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคจากการดื่มเหล้าที่ต้องผสมโซดาและน้ำ ซึ่งมีความยุ่งยากและเสียค่าใช้จ่ายมากขึ้น จึงหันไปบริโภคเครื่องดื่มชนิดอื่นแทน เช่น เบียร์ เป็นต้น


