xs
sm
md
lg

พอนด์สงัดไซส์ซิ่งขยายฐานภูธร ซุ่มผลิตภัณฑ์หน้าสวยกลุ่มใหม่

เผยแพร่:

“พอนด์ส” อัดฉีด 100 ล้านบาท ตอกย้ำบัลลังก์ผู้นำตลาดโฟมล้างหน้า เจียดงบ 30ล้านบาท จัดกิจกรรม ป๊อปปูล่าร์...หน้าใสกับโฟมพอนด์ส ชูกลยุทธ์อินไซด์ดึงวัยทีนเผยหน้าใสขึ้นบิลบอร์ดหน้าห้างมาบุญครอง สิ้นปีแชร์ขยับเพิ่มเป็น 23%  

นางวรรณิภา ภักดีบุตร รองประธานกรรมการบริหาร กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ส่วนบุคคล บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด เปิดเผยว่า  ในปีนี้บริษัทฯได้ทุ่มงบการตลาด 100 ล้านบาทกลุ่มผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าพอนด์สหรือโฟมล้างหน้า ทั้งนี้เพื่อตอกย้ำบัลลังก์ผู้นำตลาด ซึ่งในสิ้นปีนี้บริษัทฯตั้งเป้าพอนด์สมีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มจาก 21.5% เป็น 23% หรือมีอัตราเติบโตมากกว่า 15% จากในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้พอนด์สมีส่วนแบ่งเพิ่มเป็น 22% ขณะที่คู่แข่งอย่างนูโทรจีน่ามีส่วนแบ่ง 5% โอเลย์ 4%

แนวโน้มตลาดผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้ามูลค่า 2.8 พันล้านบาท ในปีนี้คาดว่าตลาดจะเติบโตขึ้นอีกกว่า 6% ทั้งนี้เป็นเพราะอัตราการใช้เริ่มอิ่มตัวโดยเฉลี่ยประมาณ 70-80% แล้ว โดยในกรุงเทพฯและปริมณฑลมีอัตราการใช้ 78% ส่วนตลาดต่างจังหวัด 30-40% ดังนั้นในช่วงที่ผ่านมาบริษัทฯจึงงัดกลยุทธ์ไซส์ซิ่งเข้ามา ทั้งนี้เพื่อขยายฐานในตลาดต่างจังหวัดเพิ่มขึ้น

พร้อมกันนี้ยังได้ทุ่ม 30 ล้านบาท จัดกิจกรรมคอนซูเมอร์อินไซด์ “ป๊อปปูล่าร์ หน้าใสกับโฟมพอนด์ส” ประกวดสาวหน้าใส โดยผู้โชคดี 2006 คนจะได้โชว์หน้าใสบนบิลบอร์ดที่ห้างสรรพสินค้ามาบุญครอง โดยกิจกรรมดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสร้างการรับรู้กับผู้บริโภคว่า การทำความสะอาดผิวหน้าอย่างถูกวิธีเป็นขั้นตอนที่สำคัญ ล่าสุดเปิดบิลบอร์ดเผยโฉมสาวหน้าใส 2006 คน หน้าห้างมาบุญครองอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมา

“กิจกรรมที่จัดขึ้นในครั้งนี้ยังเป็นครั้งแรกในเมืองไทยที่เปิดโอกาสให้สาวๆพอนด์สได้ร่วมสนุกกับกิจกรรมที่บูธโฟมพอนด์สทั่วกรุงเทพฯพร้อมลุ้นโอกาสครั้งเดียวในชีวิตที่ได้โชว์หน้าใสๆบนบิลบอร์ดยักษ์กลางกรุงเทพฯซึ่งก็ได้เสียงตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้บริโภคอันดูได้จากตัวเลขของผู้เข้าร่วมกิจกรรม  ทั้งนี้ทางบริษัทฯมั่นใจว่ากิจกรรมดังกล่าวจะช่วยขยายฐานกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่นมากขึ้น” นางวรรณิภา กล่าว

นางวรรณิภา กล่าวเพิ่มเติมว่า ตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าและทำความสะอาดในประเทศไทย ยังสามารถพัฒนาได้อีกมาก เนื่องจากอัตราการใช้โดยเฉลี่ยของคนไทยต่อบนใบหน้ามีเพียง 2 ชนิดเท่านั้น คือ โฟมและครีม เมื่อเทียบกับสาวประเทศญี่ปุ่นการใช้ผลิตภัณฑ์บนใบหน้า 7 ชนิด โดยตลาดโฟม แป้งและครีม ยังสามารถพัฒนาได้อีกมาก ซึ่งการจะลงมาเล่นในตลาดไหนนั้น บริษัทฯจะต้องพิจารณาถึงอัตราการเติบโตของตลาดเป็นหลักก่อน อย่างตลาดแป้งฝุ่นโดยเฉพาะเซกเมนต์บิวตี้มีอัตราการเติบโตสูงมาก เนื่องจากพฤติกรรมของคนไทยเปลี่ยนแยกใช้ระหว่างแป้งทาตัวกับทาหน้า เพราะมีความต้องการเฉพาะเจาะจงมากขึ้น
กำลังโหลดความคิดเห็น...